อุบลราชธานี – พระเอกนักบุญ บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ลงพื้นที่เยี่ยวยา 5 ครอบครัวบ้านคูเมืองถูกไฟไหม้เสียหาย 3 ครอบครัวไร้ที่อยู่ วอนคนอุบลไม่ทิ้งกัน

จากกรณีเพลิงไหม้บ้านเลขที่ 77 บ้านคูเมืองออก หมู่ 7 ต.คูเมือง อ.วารินชำราบ ขณะลมหนาวพัดกระโชกแรง ทำให้เพลิงไหม้ลุกลามไปติดบ้านเรือนใกล้เคียงที่ปลูกอยู่ติดกันรวมทั้งหมด 5 หลัง เสียหายสิ้นเชิง 3 หลัง บาวงส่วน 2 หลัง เจ้าหน้าที่ต้องระดมรถน้ำจากเทศบาลนครอุบลราชธานี  และพื้นที่ข้างเคียงฉีดน้ำดับสกัดเพลิงนานเกือบ 1 ชั่วโมง เพลิงจึงได้สงบ มูลค่าความเสียหายกว่า 3 ล้านบาท ตามที่นำเสนอไปแล้วนั้น

ล่าสุดเมื่อเวลา 18.30 น. (17 ก.พ. 63) ที่จุดพักพิงชั่วคราวบ้านคูเมือง นายบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ พร้อมทีมงานลงพื้นที่บ้านคูเมือง หมู่ 7 อำเภอวารินชำราบ เพื่อให้กำลังใจผู้ประสบภัยและมอบเงินเยี่ยวยาให้ทั้ง 5 ครอบครัว โดยแยกเป็นบ้านที่เสียหายสิ้นเชิงครอบครัวละ 5 หมื่นบาท ครอบครัวที่เสียหายบางส่วนครอบครัวละ 3 หมื่นบาท ท่ามกลางบรรยากาศการต้อนรับที่อบอุ่นของชาวบ้านคูเมือง และชาวบ้านพื้นที่ใกล้เคียง

Advertisement

Advertisement

นายบิณฑ์ เปิดเผยว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นช่วงประมาณ 10.00-11.00 น.ซึ่งอยู่ระหว่างออกเดินทางไปทำธุระที่ศาลจังหวัดยโสธร มาทราบเรื่องตอนเกือบเที่ยงก็ถึงจังหวัดยโสธรแล้ว หลังจากเสร็จจากศาลจังหวัดยโสธรก็รีบเดินทางลงพื้นที่มาให้กำลังพี่น้องที่ประสบภัยทันที เบื้องต้นตนได้มอบเงินส่วนตัวให้กับครอบครัวที่บ้านรับความเสียหายสิ้นเชิงครอบครัวละ 5 หมื่นบาท ครอบครัวที่เสียหายบางส่วนครอบครัวละ 3 หมื่นบาท ส่วนการช่วยเหลือต่างๆทางภาครัฐและเอกชนก็จะเข้ามาเยี่ยวยาต่อจากนี้

นายบิณฑ์ ยังกล่าวอีกว่าเหมือนเคราะห์ซ้ำกรรมชัด ผู้เสียหาบางรายเพิ่งเบิกเงินมา 2 แสน เพื่อจะนำมาต่อเติมบ้านแต่ก็ไม่ถูกไฟไหม้ บางรายก่อนหน้านี้โดนน้ำท่วม เก็บข้าวเปลือกมาไว้ 70 กระสอบก็ไม่ถูกไฟไหม้เสียหาย ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าเห็นใจมาก เมื่อเกิดเหตุขึ้นตนก็พร้อมที่จะนำเงินส่วนตัวมอบให้กับชาวบ้าน ด้านฝ่ายปกครองก็จะได้มีการประชุมเปิดบัญชีรับบริจาคของส่วนกลางในวันต่อไปทั้งนี้อยากจะฝากพี่น้องชาวอุบลช่วยดูแลกันไม่ทอดทิ้งกันกับเหตุการณ์ที่เลวร้ายนี้

Advertisement

Advertisement

ด้านนายทัศนัย วราพรม นายกองค์การบริหารส่วนตำบลคูเมือง พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองจากอำเภอวารินชำราบ ได้เข้าสำรวจความเสียหาย เพื่อขอรับงบประมาณสนับสนุนใช้ช่วยเหลือซ่อมแซมบ้านที่ถูกไฟไหม้ด้วยความรวดเร็ว พร้อมกล่าวเตือนประชาชนช่วงนี้ มีสภาพอากาศร้อนและมีลมพัดแรง ก่อนออกจากบ้านต้องดับไฟถอดเครื่องใช้ไฟฟ้า เพื่อไม่ให้เกิดเพลิงไหม้ขึ้นอีก เพราะในพื้นที่มักเกิดเหตุไฟไหม้จากสภาพบ้านที่เก่าเป็นประจำ

Advertisement

Advertisement