ธุง ถือได้ว่าเป็นสิ่งที่มีบทบาททางวัฒนธรรมของชาวอีสานเป็นอย่างมาก โดยเราสามารถพบเห็นได้จากงานประเพณีบุญผะเหวดที่จะมีการปักธุงรอบศาลา และมีธุงเชิญผะเหวด นอกจากจะเห็นในงานประเพณีแล้ว ภายในบริเวณงานก็มีการตกแต่งสถานที่ด้วยธุงรูปแบบต่าง ๆ เช่นกัน ซึ่งสิ่งเหล่านี้อาจเป็นสิ่งที่คนรุ่นใหม่ได้มองข้ามไปและไม่ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของธุง

ลวดลายบนธุง
        เอกลักษณ์ของธุง จะอยู่ที่การเล่าเรื่องบนธุง ที่ช่างผู้ทอได้ถ่ายทอดออกมา ด้านบนสุดของผืนธุงจะเป็นรูปพระธาตุเกศแก้วจุฬามณี ซึ่งเป็นภาพแห่งความศรัทธาสูงสุดที่ชาวอีสานมีต่อพระพุทธศาสนา เพราะหวังใช้ธุงที่ทอนี้ เป็นสื่อในการนมัสการพระธาตุเกศแก้วจุฬามณี ถัดลงมาเป็นรูปบรรณศาลาในเรื่องพระเวสสันดรชาดกโดยบรรณศาลานี้เป็นที่พักของพรเวสสันดร พระนางมัทรี กัณหา ชาลี เมื่อครั้งโดนขับไล่ออกจากเมืองให้ไป  อยู่ในป่า  ในชั้นต่อมาเป็นรูปกัณฑ์มัทรี เป็นภาพพระนางมัทรีที่ออกไปหาผลไม้ ขณะเดินทางกลับก็ได้พบกับเสือและสิงโตนอนขวางทางอยู่ ซึ่งเป็นพระอินทร์แปลงกายลงมา ลำดับต่อมาเป็นกัณฑ์ชูชก เป็นรูปพราหมณ์ชูชกลากสองกุมารไป ในลำดับถัดมาเป็นรูปสิงสาราสัตว์และต้นไม้ในป่าหิมพานต์  ในชั้นสุดท้ายของธุงจะเป็นกัณฑ์นคร ซึ่งจะเป็นภาพการแห่เฉลิมฉลองด้วยความปิติยินดี ในภาพสุดท้ายนี้เป็นการเล่าถึงวิถีชุมชนในงานแห่ต่าง ๆ ที่จะมีทั้งส่วนพิธีกรรมในด้านหน้าของขบวน ในส่วนท้าย ๆ ก็อาจจะเป็นกลุ่มคนที่ชอบความสนุกสนาน เฮฮา อยู่รั้งท้ายขบวน ซึ่งมีส่วนช่วยสร้างสีสันให้กับขบวนแห่ และในผืนธุงนั้นก็จะมีการปักชื่อผู้ทอไว้ด้วย เพื่อเป็นการแสดงความเจ้าของผลงาน

Advertisement

Advertisement

เรื่องราวที่ปรากฏบนธุงการปักชื่อลงบนธุง          ปัจจุบันลวดลายบนผืนธุงมีรูปแบบที่เปลี่ยนไป เนื่องจากขาดบุคคลากรในการสืบทอดลวดลายธุงและค่านิยมในสังคมได้เปลี่ยนไป  แต่ก่อนนิยมให้ลูกผู้หญิงอยู่บ้านเพื่อเรียนรู้งานบ้านงานเรือน ให้เรียนรู้วิธีการทอผ้า แต่ปัจจุบันเป็นยุคของการศึกษา ผู้หญิงสามารถไปเรียนต่อไกลบ้านได้ ด้วยเหตุนี้จึงขาดผู้สืบทอดการทอผ้า  ลายธุงที่ปรากฏส่วนมากจึงเป็นลายขิด เพราะเป็นลายที่ทอได้ง่ายกว่าลายอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นลายสัตว์ ลายต้นไม้ เนื่องจากไม่มีความซับซ้อน สามารถเรียนรู้ได้ง่าย ธุงรูปต่าง ๆ จึงค่อย ๆ เลือนหายไปจากสังคม 

Advertisement

Advertisement

ลายต้นเทียนพรรษา
        จากที่กล่าวมาข้างต้นจะเห็นได้ว่า ธุงนั้น ถือเป็นความภาคภูมิใจในภูมิปัญญาของชาวอีสาน เพราะการทอธุงนั้นเป็นการถ่ายทอดความศรัทธาจากจิตวิญญาณลงมาบนผืนผ้าที่ช่างผู้ทอมีความศรัทธาต่อพระพุทธศาสนาและหวังว่าผืนธุงนั้นจะเป็นบันไดนำไปสู่สวรรค์เพื่อได้นมัสการพระธาตุเกศแก้วจุฬามณีในอนาคต แต่เป็นเรื่องที่น่าเสียดายที่การสืบทอดการทอธุงเป็นเรื่องราวทางศาสนานั้นได้ค่อย ๆ เลือนหายไป ยังคงเหลือไว้เพียงธุงลายขิดที่พบเห็นได้เป็นส่วนมากในสมัยนี้ นี่จึงเป็นเรื่องสำคัญที่คนรุ่นเก่าและคนรุ่นใหม่ควรหาแนวทางในการพลิกฟื้นให้ธุง ที่เป็นเรื่องราวทางศาสนาและการทออย่างประณีตนั้นกลับมามีชีวิตอีกครั้ง

Advertisement

Advertisement


ภาพทั้งหมดโดยผู้เขียน