บุ่งหวายยังไม่สาย! หากเตรียมความพร้อมก่อนสังคมสูงวัย

ปัจจุบันประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุและในหลายพื้นที่ของจังหวัดอุบลราชธานีก็กำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ทั้งนี้ อาจารย์สิทธิชัย ใจขานและคณะวิทยาลัยแพทยศาสตร์และการสาธารณสุข มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี จึงได้เล็งเห็นและจุดประกายให้ประชาชนเริ่มตระหนักถึงสังคมผู้อายุ จึงเป็นที่มาโครงการวิจัย “การเตรียมความพร้อมก่อนสังคมสูงวัย

สิทธิชัย ใจขาน อาจารย์ประจำวิทยาลัยแพทยศาสตร์และการสาธารณสุข มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ได้เปิดเผยถึงความเป็นมาของโครงการวิจัย “การเตรียมความพร้อมก่อนสังคมสูงวัยตำบลบุ่งหวาย อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี” ว่าโดยเมื่อสองปีก่อนได้รับข้อมูลตามสื่อต่างๆ ว่าประเทศไทยในหลายพื้นที่เข้าสู่การเป็นสังคมสูงวัยและมีแนวโน้มที่จะรุนแรงมากขึ้น แล้วประเด็นที่น่าสนใจคือหลายพื้นที่ไม่ทราบว่าชุมชนตนเองเข้าสู่สังคมสูงวัยแล้ว ทั้งนี้ทีมวิจัยจึงทำการสำรวจพื้นที่ต่างๆแล้วเลือกชุมชนบุ่งหวายเป็นชุมชนต้นแบบของงานวิจัยครั้งนี้ ชุมชนบุ่งหวายเป็นชุมชนรูปแบบกึ่งเมืองกึ่งชนบทอัตราการเกิดลดน้อยลง ประชากรกว่า 10%เป็นผู้สูงอายุนับว่าเป็นอัตราที่สูงกว่าปกติ

Advertisement

Advertisement

จากการเก็บข้อมูลเชิงคุณภาพและปริมาณ ของชุมชนบุ่งหวายพบว่าชุมชนมีผู้สูงอายุทั้งหมด 13 % จากประชากรทั้ง 11,670 คนและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอีก 650 คนใน 5 ปีข้างหน้า จากข้อมูลทั้งหมดจึงนำไปสู่การลงพื้นเก็บข้อมูลอีกครั้งโดยได้การสนับสนุนจากภาคประชาชน,อบต. ,อสม. ร่วมผลึกกำลังเป็นทีมวิจัยด้วยกัน ทั้งนี้ชาวบ้านเองยังได้รับความรู้จากการเข้ามามีส่วนร่วมกับทีมวิจัยควบคู่ไปกับการพัฒนาชุมชนของตนเอง

Advertisement

Advertisement

ทั้งนี้หลังจากมีการพูดคุยกับชุมชนแล้วจึงนำไปสู่การเกิด “กิจกรรมการออมเงินเพื่อวัยสูงอายุ” โดยที่มาของการเกิดการออมเงินเพื่อวัยสูงอายุนั้นมาจากตัวบริบทของบุ่งหวายเป็นชุมชนกึ่งเมืองกึ่งชนบทชาวบ้านหลายครัวเรือนมีอาชีพเป็นเกษตรกรกว่า 63 % มีรายได้หลักจากการเกษตร ทั้งนี้ทางทีมวิจัยจึงได้ทำการชักชวนให้ชาวบ้านปรับเปลี่ยนพฤติกรรมวิเคราะห์รายรับ-รายจับ จากทฤษฎีโอ่งชีวิต และเชิญชวนให้เข้าโครงการการออมเงินกับกองทุน กอช. ซึ่งเป็นกองทุนที่เปิดโอกาสให้แรงงานที่มีอายุระหว่าง 15 – 60 ปี ได้ทำการออมและข้อดีของการออมกับกองทุน กอช. เมื่ออายุสูงขึ้นจะมีเงินสมทบจากรัฐบาลเข้ามาช่วยซึ่งเหมาะกับชาวบ้านบุ่งหวายที่มีอาชีพเป็นเกษตรกร และนอกจากนี้ทีมวิจัยยังมีการสนับสนุนให้ชาวบ้านที่ต้องการออมแต่ไม่มีรายได้เป็นการออมแบบออมต้นไม้ โดยแนะนำให้ชาวบ้านปลูกต้นไม้ที่สามารถสร้างมูลค่าในอนาคตเช่น ต้นยางนา,ต้นยูคาลิปตัส,ต้นมะขาม เป็นต้น

Advertisement

Advertisement

นอกจากนี้จากการลงพื้นที่สำรวจชุมชนยังได้พบว่า ลักษณะบ้านเรือนหลายหลังในชุมชนบุ่งหวายมีลักษณะไม่เหมาะสมเป็นอันตรายต่อผู้สูงอายุทั้งนี้จึงได้ชวนชาวบ้านร่วมพูดคุยเติมเต็มความรู้ หลังจากนั้นก็ให้ทีม อสม.  ร่วมลงพื้นเป็นตัวเชื่อมพูดคุยเปลี่ยนความคิดระหว่างคนในชุมชนกับทีมวิจัยเข้าไว้ด้วยกัน จนสามรถปรับปรุงบ้านได้สำเร็จเกิดเป็นบ้านตัวอย่างปลอดภัยต่อผู้สูงอายุจำนวน 2 หลังโดยได้ทีมช่างชุมชนร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ร่วมสนับสนุนแรงงานและทุนทรัพย์ ทั้งนี้ยังเชิญชวนให้บุคคลที่สนใจเข้าไปชมและศึกษาดูงานบ้านที่ปรับปรุงให้สำหรับผู้สูงอายุได้

อาจารย์สิทธิชัย ยังเล่าอีกว่าปัจจุบันโครงการวิจัยได้สุดสิ้นลงแล้วแต่คนในชุมชนยังเข้มแข็งและยังดำเนินกิจกรรมต่างๆอย่างต่อเนื่อง โดยงานวิจัยนี้เป็นเหมือนตัวจุดประกายความคิดของคนในชุมชนให้ตื่นตระหนักต่อสังคมผู้สูงวัย ซึ่งโครงการนี้จะไม่สำเร็จได้หากไม่ได้รับการสนับสนุนจากชาวบ้านและหน่วยงานต่างๆเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชน

วิษณุพงศ์ สุนทรพาณิชย์ เรียบเรียง