ปัจจุบันการทำนายดูดวงชะตาที่ได้รับความนิยมอย่างหนึ่งก็คือ หมอดู แต่สำหรับหมู่บ้านในจังหวัดสุรินทร์ที่หล่อหลอมขึ้นมาด้วยความเชื่อ ความศรัทธา และความหลากหลายทางชาติพันธุ์ หากจะทำนายโชคชะตา เพื่อทำให้ชาวบ้านได้คลายความกังวล และความทุกข์ใจแล้วนั้น "การโบล" เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ได้รับความนิยมจากชาวบ้าน และยังคงไว้ซึ่งความคลัง อยู่คู่กับชาวสุรินทร์มาอย่างช้านาน

โบล                                                                                          ภาพโดย PANGKHAM

          ในสมัยก่อนไม่มีเทคโนโลยีที่ทันสมัยเหมือนทุกวันนี้ ที่เวลาของหายก็มีกล้องวงจรปิดไว้ให้ดูเป็นหลักฐาน หรือว่าเมื่อมีคนเจ็บไข้ได้ป่วยก็มีเครื่องมือทางการแพทย์หรือหมอเก่ง ๆ เหมือนอย่างในปัจจุบันมาดูแลรักษา ทางออกของชาวบ้านในการแก้ปัญหาสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ก็คือ การโบล เพราะเมื่อมีคนเจ็บไข้ได้ป่วยโดยไม่รู้สาเหตุ ก็มักจะใช้วิธีการโบลเข้ามาช่วยทำนายว่าเกิดจากอะไร ผีตนใดหรือสิ่งใดทำให้ป่วย แม้แต่ของหายชาวบ้านก็จะมาโบล เพื่อดูว่าของที่หายนั้นอยู่ที่ใด จะได้กลับมาคืนหรือไม่

Advertisement

Advertisement

โบล                                                                                          ภาพโดย PANGKHAM

          การที่จะโบลหรือทำนายได้นั้น จะต้องเรียนกับครูบาอาจารย์ที่เรียนโบลมาก่อน หรือมีบรรพบุรุษในครอบครัวเคยเป็นหมอโบลมาแล้ว จึงจะสามารถเรียนได้ การที่จะเรียนโบลต้องเรียนในวันที่เกิดจันทคราสหรือสุริยคราสเท่านั้น การเรียนโบลจึงจะมีความศักดิ์สิทธิ์ และแม่นยำในการทำนาย ผู้เรียนโบลจะต้องเข้าไปอยู่ในห้องที่มิดชิดไม่ให้เห็นว่าจันทคราสหรือสุริยคราสเป็นอย่างไร และต้องเรียนถึง 3 ครั้ง ในปรากฏการณ์นี้ จึงเป็นเรื่องที่ยากมากกว่าจะสำเร็จวิชาการโบลได้ และถ้าครั้งสุดท้ายในการเรียนโบลถ้าเป็นสุริยคราส เมื่อสำเร็จก็จะยิ่งทำให้ทำนายแม่นอีกด้วย หมอโบลบางคนก็ต้องรอให้เกิดปรากฏการณ์ทางธรรมชาตินี้ ทำให้กว่าจะสำเร็จวิชาก็อายุมากแล้ว หมอโบลจึงมีแต่ผู้เฒ่าผู้แก่ที่สามารถโบลได้ จึงสำเร็จวิชาการโบลได้ และใช้วิชาการโบลนี้ช่วยเหลือผู้คนมาหลายชั่วอายุคน

Advertisement

Advertisement

          การให้ค่าครูในการโบลแต่ละครั้ง ขึ้นอยู่กับว่าในตอนแรกที่ผู้เรียนโบลตั้งค่าครูไว้ที่เท่าใด แต่ส่วนมากก็ตั้งไม่แพง เพราะว่าหมอโบลไม่สามารถเรียกเก็บค่าโบลได้ หรือถ้าตั้งค่าโบลมากเกินไป ถ้าผู้ที่มาโบลไม่มีเงินก็จะไม่สามารถโบลได้ ส่วนใหญ่จึงตั้งค่าโบลไว้ที่ 10 บาทเท่านั้นกับข้าวสารหนึ่งถ้วยหรือหนึ่งขัน ส่วนผู้ที่มาโบลจะให้เพิ่มจากที่โบลไว้ก็สามารถให้กับหมอโบลได้ และยังมีข้อห้ามในการโบลอีกว่า ห้ามโบลในวันพระ เพราะจะทำให้การโบลไม่แม่นยำ และไม่สัมฤทธิ์ผล

Advertisement

Advertisement

          อุปกรณ์ที่ใช้ในการโบล ขึ้นอยู่กับว่าเมื่อตอนเรียนครั้งแรกใช้อุปกรณ์อะไรในการโบล หมอโบลบางท่านก็ใช้ขันและเหรียญ บางท่านก็ใช้มีดสนากหรือมีดหนีบมาก หรือบางท่านก็ใช้มีดและขันในการโบล ซึ่งอุปกรณ์แต่ละชนิดก็จะมีปฏิกริยาที่แตกต่างกันออกไป เมื่อหมอโบลทำนายแล้วว่าสาเหตุมาจากอะไรหรือเกิดอะไร เหรียญจะตั้งขึ้น ส่วนมีดสนากก็จะนำข้าวมาวางไว้ เมื่อข้าวเม็ดใดอยู่บนมีดสนากได้ก็แสดงว่าคำทำนายนั้นสิ้นสุดลง

โบล                                                                                       ภาพโดย PANGKHAM

          สมัยนี้ไม่ค่อยจะมีอะไรแบบนี้ให้เห็นแล้ว คนรุ่นใหม่หรือลูก ๆ หลาน ๆ ก็ปล่อยปละละเลยไปหมด ทำให้การโบลไม่มีผู้สานต่อ และเริ่มจางหายไปจากสังคม ผู้เขียนจึงอยากนำความรู้เหล่านี้มาเผยแพร่และบอกต่อให้ทุก ๆ คนได้รู้จักกับสิ่งที่เป็นสมบัติของบรรพบุรุษเรา แม้ว่าการโบลจะเป็นเรื่องเหนือธรรมชาติ และยากที่จะเชื่อได้ แต่ความเชื่อที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่านี้ก็ช่วยปลอบประโลมและช่วยเหลือคนมามากมายนับไม่ถ้วน ดังนั้นจึงขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของแต่ละคน สำหรับตัวผู้เขียนที่ถูกหล่อหลอมด้วยบริบทของสังคมแบบนี้และคุ้นชินกับเรื่องราวเหล่านี้ ผู้เขียนรู้สึกขอบคุณผู้ที่เป็นหมอโบลที่ช่วยผู้คนมากมายมาจวบจนถึงปัจจุบัน