ภาพประกอบของผู้เขียน

               ศาลเจ้าที่ตามบ้านจะมีแต่ผู้คนกราบไว้ แต่ศาลเจ้าที่แห่งนี้ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้เพราะมีสิ่งน่ากลัวแอบแฝงอยู่

               คณิตชายหนุ่มวัย 27 ปี หลังจากเรียนจบจากมหาวิทยาลัย เขาได้งานทำที่บริษัทแห่งหนึ่งจึงไม่ค่อยกลับบ้านเพราะมาบ้านแต่ละครั้งใช้เวลาเดินทางนานหลายชั่วโมง

               บ้านเขาอยู่เขตอำเภอเมืองของจังหวัดสุรินทร์ แต่อยู่ห่างออกไปด้านนอก ๆ ต้องหารถรับจ้างเข้าบ้าน ซึ่งซอยเข้าบ้านเป็นถนนราดยางที่ชำรุดและสองข้างทางเต็มไปด้วยป่ารก ๆ

               ถ้าหากว่ารถโดยสารมีเหตุขัดข้อง ทำให้การเดินทางยืดเวลาออกไปอีก เขาก็ต้องเดินเข้าซอยเพราะมอเตอร์ไซค์รับจ้างเข้าบ้านหมดแล้ว

               คณิตจำได้ว่าเคยเดินเข้าบ้านประมาณ 2 กิโลเมตร เล่นเอาเหงื่อตก

Advertisement

Advertisement

 

หมอกกลางคืน               ขอขอบคุณภาพประกอบจาก Pixabay

               ทว่าครั้งนี้เขาได้รับโทรศัพท์จากแม่บอกว่าตาเสียชีวิต ให้กลับบ้านด่วน ชายหนุ่มรีบลางานแล้วตาลีตาเหลือกเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋า เขานั่งรถโดยสารปรับอากาศที่หมอชิต ซึ่งเป็นเที่ยว 2 ทุ่มกว่า ๆ และถึงบ้านก็เกือบตี 3 แต่แม่บอกว่าไม่ต้องกังวลเดี๋ยวจะให้หลานขี่รถมอเตอร์ไซค์มารับ

               คณิตนั่งหลับ ๆ  ตื่น ๆ ซึ่งทรมานมาก กว่าจะถึงปากทางเข้าบ้าน เวลานั้นก็ตี 3 กว่า เพราะรถเสียเวลา เขามองหารถรับจ้างที่จะไปแถวปากซอยหรือไม่ก็ไปส่งให้ถึงบ้าน แต่ไม่เจอแม้แต่คันเดียว

               คณิตโทรศัพท์หาแม่และญาติ ๆ แต่ไม่มีใครรับสาย เขาทั้งเหนื่อยและง่วง จึงเดินไปเรื่อย ๆ พร้อมกับโทรศัพท์ไปด้วย

               เขาแปลกใจที่ไม่มีใครรับสายแม้แต่คนเดียว หรือว่าวุ่นอยู่กับงานศพของตา ชายหนุ่มเดินมาจนถึงปากทางที่จะเข้าหมู่บ้าน โทรศัพท์อีกครั้ง แต่ก็เหมือนเดิมจนเขาหงุดหงิด ตัดสินใจเดินเข้าไปในซอย เวลานั้นทั้งเงียบและวังเวง พระจันทร์ข้างแรมก็หรุบหรู่ อีกทั้งหมอกลงหนาจนบรรยากาศน่ากลัว

Advertisement

Advertisement

               อากาศเย็นจนสะท้าน เขาก้าวเดินไปด้วยความกลัว หลังจากเดินไปได้สักพักมีความรู้สึกเหมือนไม่ได้อยู่คนเดียว มีสายตาใครบางคนแอบมอง

               คณิตมองไปรอบ ๆ ตัว แต่ไม่เห็นใคร เขาเดินเร็วขึ้น แต่ก็สะดุดอะไรบางอย่างจนเสียหลักล้มลง เขาเห็นก้อนขาว ๆ ที่ทำให้เขาเกิดอุบัติเหตุ จึงหยิบขึ้นมาดู ทีแรกคิดว่าก้อนหิน เมื่อเอาโทรศัพท์ส่องดู เขาตกใจสุดขีดที่เห็นว่ามันคือกะโหลกผีที่ตากลวงโบ๋

               คณิตโยนมันทิ้งแล้วลุกขึ้นวิ่งสุดชีวิต ทว่าขากลับพันกันจนเสียหลักกลิ้งลงไปข้างทาง ตรงนั้นมีทางแยกเล็ก ๆ เมื่อก่อนเขาจำได้ว่ามีบ้านหลังหนึ่ง แต่บัดนี้กลายเป็นบ้านร้างไร้ผู้คนและด้านหน้าของบ้านก็มีศาลพระภูมิเจ้าที่สร้างจากไม้ ความหลอนอยู่ที่เสาเอียงไปข้างจนเกือบจะล้ม

Advertisement

Advertisement

               ไม่รู้ว่าเพราะอะไร เขาจ้องศาลเจ้าที่แบบจังงัง ขณะนั้นท้องฟ้ามืดมิด เมฆได้บดบังพระจันทร์เสี้ยว ลมพัดแรง เสียงหมาหอนดังขึ้น คณิตใจสั่น มองไปรอบ ๆ ตัวอีกครั้ง

               เขาสะดุ้งและอุทานด้วยความตกใจเมื่อเห็นคนคลุมผ้าขาวยืนอยู่ข้างหลัง เขากลัวจนเข่าแทบทรุด ยกมือไหว้ เมื่อคน ๆ นั้นก้าวเข้ามาหาอย่างช้า ๆ แต่ไม่พูดอะไร

               พลัน! ลมพัดผ้าคลุมตลบขึ้น คณิตอ้าปากค้างเมื่อเห็นร่างชายคนนั้นเป็นโครงกระดูกขาว ๆ  ทว่าส่วนหัวหัก ตกลงลงพื้นแล้วกลิ้งมาใกล้ ๆ

                คณิตอยู่ไม่ได้แล้ววิ่งออกมาอย่างรวดเร็วและตะโกนว่าผีหลอก ๆ เขาวิ่งเร็วที่สุดในชีวิตโดยไม่หยุดพัก กระทั่งมีรถมอเตอร์ไซค์ขี่มา เขาโบกมือให้หยุดและรู้ว่าคนขี่รถคือลูกพี่ลูกน้องของเขานั่นเอง

               คณิตเล่าเรื่องถูกผีที่ศาลเจ้าที่ร้างหลอกให้ญาติฟัง ญาติบอกว่าตรงนั้นผีดุ กลางคืนไม่ค่อยมีคนผ่านเพราะมีคนถูกผีหลอกเป็นประจำ

               แต่เขาไม่กลัวเพราะมีพระดี คณิตได้แต่นั่งกอดเอวญาติจนถึงบ้าน และไหว้พ่อแม่ ก่อนจะขอตัวเข้าห้อง สวดมนต์ขอให้คุณพระคุณเจ้าคุ้มครอง

               ข่าวคณิตถูกผีศาลเจ้าที่ร้างหลอกแพร่กระจายออกไป จนมีคนพาหมอธรรมมาเชิญดวงวิญญาณสัมภเวสีที่สิงอยู่ในศาลเจ้าที่ให้ไปอยู่ที่อื่น

               ส่วนคณิตยังคงกลัวผี จับใจ เขาบอกกับตัวเองว่าจะไม่กลับบ้านเวลากลางคืนอีกแล้ว

               จรรยา เลิศพงษ์ไทย