เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อนานมาแล้ว น่าจะเกือบ ๆ สัก 10 ปีเห็นจะได้ เป็นประสบการณ์เจอผีครั้งแรกของเราเลย ตอนนั้นเรายังเด็ก และคุณตาเราเพิ่งเสียไปได้ไม่นาน น่าจะ 2 สัปดาห์น่ะ

   เรื่องมีอยู่ว่าเราเป็นคนที่ก่อนนอนจะต้องปิดหน้าต่าง และใช้ตระกุดมัดที่ราวหน้าต่างโยงกับผนังห้องเสมอทุกคืน และในคืนนี้ เป็นคืนวันพระ และอากาศก็เย็นสบายดี เราจึงกางมุ้งนอนอ่านหนังสือเพลินและเผลอหลับไปในที่สุดและไม่ได้ปิดหน้าต่างอย่างที่เคยทำทุกวัน เราหลับไปได้สักพัก แต่แล้วอยู่ดี ๆ เราก็รู้สึกตัวชา หายใจไม่ค่อยออกเหมือนมีอะไรหนัก ๆ มาทับที่หน้าอก เราพยายามดิ้นจนสุดแรงแต่ไม่เป็นผล เราจึงลองสวดมนต์ ตั้งนโมไม่รู้กี่จบ จนสุดท้ายเราก็ตื่นขึ้นมาได้ เราตื่นขึ้นมาอย่างเหนื่อยหอบและตกใจสุดขีดกับสิ่งที่เราเห็นอยู่นอกมุ้งบนเพดานห้อง มันมีลักษณะเป็นหัวโขนเหมือนยักษ์หน้าสีแดง มีเขี้ยว เหมือนหัวโขนที่เขาสวมแสดงกัน แต่ลำตัวมันเป็นเหมือนสาหร่ายสีดำที่พริ้วไหวในน้ำ ส่ายไปส่ายมา มันกำลังจ้องมาที่เรา เหมือนมันยิ้มอยู่ แต่ยิ้มที่มันส่งมาน่ากลัวมาก ๆ แววตาเหมือนมีอะไรแอบแฝงอยู่ เราไม่รู้ว่าสิ่งที่เราเจอคืออะไร แต่เรามั่นใจว่าเราไม่ได้ตาฝาดหรือคิดไปเอง เพราะเราจ้องมองมันนานจนแน่ใจว่าสิ่งที่เห็นคือความจริง เรารีบตั้งสติ และวางแผนหนีออกจากห้องในใจ เรานับ 1 2 3 แล้วเราก็ลุกเปิดประตูและวิ่งไปห้องแม่ เราบอกแม่ว่าเราโดนผีอำและเราก็นอนกับแม่ในคืนนั้นเช้าวันต่อมา เราเล่าให้แม่ฟังว่าเจอกับอะไร แม่บอกว่าคงจะเป็นผีพราย และเข้ามาเพราะเราลืมปิดหน้าต่าง แม่ไล่เราไปนอนห้องเดิม แต่เรายังกลัวอยู่เราจึงขอแม่นอนด้วยอีก และเราก็ยังขอนอนกับแม่อีกเป็นอาทิตย์ถึงกล้ากลับมานอนห้องตัวเอง

Advertisement

Advertisement

   มาในวันนี้เราคิดว่า สิ่งที่เราเจอ อาจจะเป็นของที่คุณตาเราถือหรือเปล่า เพราะมาคิด ๆ ดูจากคำพูดของน้า ๆ พี่ ๆ ที่เคยขอของดีจากคุณตา แต่คุณตาแกบอกว่าจะไม่ให้ใคร จะให้มันตายไปกับแก พอแกตายมันเลยได้ปลดปล่อยหรือเปล่า...ก็ไม่รู้สินะ เรื่องแบบนี้ไม่มีอะไรที่พิสูจน์ได้เลย และไม่ใช่อะไรที่จะได้เจอกันทั่ว ๆไป จะมองไปทิศทางไหนก็คงจะขึ้นอยู่กับความเชื่อและวิจารณญาณของแต่ละบุคคลแล้วล่ะค่ะ