155.jpg


ผมขอร่วมแบ่งปัน "ประสบการณ์ ที่แปลกประหลาด" กับเพื่อนๆด้วยคนครับ ผมเองคิดว่าตัวเองน่าจะเป็นคนจิตอ่อนมากคนหนึ่งครับ เพราะว่าความทรงจำเรื่องราวต่างๆ ผมเองมักที่จะไม่ชอบอยู่ที่มืดๆคนเดี่ยว ตัวผมโตมาจากครอบครัวชาวไร่ชาวนา ที่ทำการเกษตรจากการหักร้างถางป่าเพื่อเปลี่ยนจากป่ามาเป็นทุ่งนา อีกปีสองปีผมเองก็จะใกล้เข้าเลขสี่

 

ทุกคนลองนึกตามนะครับตอนที่ผมยังเด็ก หมู่บ้านของผมอยู่ระหว่างเขตกันทรลักษ์กับขุนหาญ จังหวัดที่มีต้นลำดวนเป็นต้นไม้ประจำจังหวัดครับ ความกันดาร ห่างไกลความเจริญในสมัยนั้นมีเยอะมากพอสมควร ถนนหนทางที่ใช้เชื่อมต่อหมู่บ้านยังเป็นทางเกวียนเป็นส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะทางไหนก็เป็นดินทราย สิ่งเร้นลับ ความเชื่อความศรัทธาในเรื่องที่ไม่อาจพิสูจน์ได้ ยังมีอยู่มากมาย ความขลังความน่ากลัวของป่ายังมี

Advertisement

Advertisement

                                      image.png
                                    เครดิตภาพ www.komkhaotuathai.com

เรื่องเกิดเมื่อตอนที่ผมยังเป็นเด็กมากๆ เด็กที่ไม่รู้ภาษา และคิดว่าน่าจะแค่ชั้นเด็กเล็ก หรือไม่ก็ป.1-2 มันเป็นความหลอนครั้งแรกในชีวิตผม ที่มันทำให้ผมยังจดจำฝังอยู่ในใจมาจนทุกวันนี้ หมู่บ้านของผมสมัยนั้นทางเข้า-ออกหมู่บ้านทั้งสี่ห้าทิศ เต็มไปด้วยก่อไผ่หนามเต็มไปหมด มันเกื่อบจะล้อมรอบหมู่บ้านของผมทั้งหมดเลยก็ว่าได้ แม้แต่บ้านผมที่เกือบจะกลางหมู่บ้านก็ยังจะมีก่อไผ่ที่ใกล้ๆหลายสิบก่อ และมันไม่ใช่ก่อเล็กๆ และมันก็มักจะมีสิงมีชีวิตที่ชวนให้น่ากลัวต่างๆอาศัยอยู่ นกเค้าแมว งู และแม้กระทั้งสัตว์เลี้ยงก็มักจะไปอาศัยอยู่เช่นกัน โดยเฉพาะแมว และพวกมันก็มักที่จะส่งเสียงที่น่ากลัวออกมาบ่อยครั้ง ยิ่งเราเป็นเด็กที่ไม่รู้ภาษีภาษา ก็ยิ่งทำให้เกิดความกลัวหนักเข้าไปอีก เสียงแมวที่ฟังแล้วคล้ายๆกับเสียงเด็ก ดวงตาของแมวที่มันน่ากลัว สมัยก่อนไม่มีไฟฟ้า ไม่มีห้องน้ำ การทำธุรระส่วนตัวมักจะต้องเข้าป่า เพื่อนลองคิดดูครับว่าจะน่ากลัวขนาดไหน

Advertisement

Advertisement

                                image.png
                            ขอบคุณภาพ ละครซีรีส์ "หมอผี" ตอนที่ 14 ผีป่า

แล้วเรื่องหลอนๆของผมที่เกิดขึ้น ช่วงฤดูทำนาที่หลายๆครอบครัวก็จะดำนากันเสร็จหมดแล้ว ก็ประมาณช่วงข้าวใกล้จะตั้งท้อง ช่วงที่ทุกคนจะต้องดูแลรักษาข้าวที่ตัวเองดำเสร็จแล้ว ดูแลเรื่องน้ำในไร่นา เพราะช่วงนี้ฝนยังตกอยู่สม่ำเสมอ หนักบ้างเบาบ้างแล้วแต่ แล้วเมื่อคืนก็มีฝนตกหนัก แน่นอนว่าทุ่งนาทางทิศเหนือของหมู่บ้านต้องมีน้ำหลากไหลแรงแน่นอน ที่รู้เพราะมันเป็นทางผ่านที่ผมและครอบครัวจะต้องเดินทางผ่านไปนาทุกวัน นาของพวกเราที่อยู่ไกลออกไปจากจุดน้ำไหลมากพอสมควร มันเป็นเหมือนทางน้ำที่จะไหลไปร่วมกับคลองอีกที่ สำหรับผู้ใหญ่ก็จะไม่ลึกมาก แต้ถ้าเป็นเด็กแบบผมก็ท่วมหัวเลย น้ำสมัยก่อนสะอาด ใส เย็น น่าเล่นมากๆ ถูกใจเด็กแบบผมที่สุด

Advertisement

Advertisement

 

วันนั้นหลังจากเลิกเรียน ผมชวนไอ้เสถียร ลูกพี่ลูกน้องของผมไปเล่นน้ำ พวกเราเตรียมอุปกรณ์ที่จะไปเล่นน้ำกันเต็มที่ ท้องฟ้าตอนนั้นเหมือนกำลังจะมีฝน เหมือนกับว่าจะเริ่มมืดครืม เวลาก็กำลังจะมืดแต่พวกผมก็ยังอยากที่จะไปเล่นน้ำกัน เมื่อเตรียมอุปกรณ์เสร็จกันแล้ว ก็ตรงไปยังทุ่งนาทางเหนือของหมู่บ้านทันที จุดหมายของพวกผมจะต้องผ่านด่านก่อไผ่ที่น่ากลัว ถึงแม้ผมจะผ่านมันสักกี่ร้ายครั้ง พันครั้งผมก็ยังไม่ชินกับมันอยู่ดี ผมกลัวทุกครั้งที่ต้องผ่านกอไผ่พวกนี้ เมื่อพวกเราผ่านมาถึงจุดนี้ สายตาผมกวาดมองสิ่งต่างรอบตัว ด้วยความที่ผมรู้สึก เหมือนกับมีอะไรมองเราอยู่ สายตาผมไปสะดุดเขากับอะไรสักอย่าง ที่ต้นไม้ต้นนี้อยู่ระหว่างก่อไผ่ เข้าใจว่าน่าจะเป็นต้นลำดวน ลักษณะคล้ายกับผู้หญิงผูกคออยู่กับต้นไม้ แลบลิ้นปลิ้นตา ใส่ผมอยู่ ผมพยายามตั้งสติคิดว่าตัวเองตาฝาด บอกให้เพื่อนที่ไปด้วยกันดูว่าจะเห็นเหมือนที่ผมเห็นไหม แล้วชี้ไปที่ต้นไม้ ถามมันไปว่าเองเห็นเหมือนที่ข้าเห็นไหม ยังไม่ทันสุดเสียงผม มันตะโกนบอกว่าผีหลอก! แล้ววิ่งหนีผมไปอย่างไว เพื่อนไปแล้วผมก็ไม่อยู่เหมือนกัน รีบวิ่งตามมันไปอย่างไว พวกเราสองไม่กล้ากลับทางเดิม ต้องใช้วิธีเดินอ้อมทางที่เราออกจากหมู่บ้านไปอีกทางหนึ่งเข้าตรงกลางหมู่บ้านตรงบ่อน้ำกลางหมู่บ้าน

 

ผมได้สอบถามลักษณะของสิ่งที่ผมเห็นกับเพื่อนว่าเห็นเหมือนกันไหมหรือแค่หลอกกัน เพื่อนได้อธิบายได้เหมือนกัน ผมจึงมั่นใจว่า พวกเราเจอดีเข้าให้แล้ว ตั้งแต่นั้นผมไม่เคยมีความคิดที่จะไปเล่นน้ำกันตอนหัวค่ำกันอีกเลย สมัยนั้นแถวนั้นยังไม่มีบ้านคนเลยสักหลัง กลางวันเดินยังกลัวเลยคับ แต่ทุกวันนี้ ทุกอย่างเปลี่ยนไปเยอะคับ มีบ้านคนปลูกอยู่อาศัยเต็มหมดแล้วคับ ความน่ากลัวไม่หลงเหลืออยู่แล้ว คงจะพอเท่านี้สำหรับประสบกาณ์หล่อนวัยเด็กของผม แล้วเจอกันใหม่กับเรื่องเล่าของคนจิตอ่อนแบบผม สวัสดีครับ