ขอขอบคุณรูปจาก Google

      นายสีกับนางสาเป็นสามีภรรยากัน อาศัยอยู่ในหมู่บ้านแห่งหนึ่งใน อ.กันทรารมย์ และมีน้องเมียชื่อ นางจันทร์ ทำอาชีพ      เกษตรกรรม หลังหน้าทำนาก็ปลูกถั่วลิสง(ถั่วดิน) ครอบครัวก็ดำเนินชีวิตไปตามปกติเช่นทุกวัน อยู่มาวันหนึ่ง เมียนายสีล้มป่วยโดยไม่ทราบสาเหตุไปหาหมอรักษายังไงก็ไม่หาย น้องเมียก็มาช่วยดูพี่สาว คือนางจันทร์ จนอยู่มาวันหนึ่ง พี่สาวนอนหลับตอนกลางคืน นายสีก็แอบย่องเข้าห้องน้องเมีย ไปมีอะไรกันกับน้องเมีย ทางด้านนางสีก็ไม่รู้ว่า สามี กับน้องเมียเป็นชู้กัน 

      แล้วจากนั้นประมาณ 3 เดือน ชาวบ้านในหมู่บ้านก็แอบกระซิปบอกนางสา ว่านายสี กับนางจันทร์แอบเป็นชู้กัน แต่นางสาไม่เชื่อว่าน้องของตน จะเป็นคนแบบนั้น ปกติน้องชอบทำบุญเข้าวัด เเต่นางจันทร์เวลาไปวัดชอบไปเก็บมะม่วงของวัดมากิน โดยไม่ขออนุญาติหลวงตา พระ เณร ก็บอกตักเตือนว่า ทำแบบนี้มันไม่ดี จะทำให้เป็นเปรต นางจันทร์ก็ไม่เชื่อ ก็ทำเรื่อยมา

Advertisement

Advertisement

ขอขอบคุณรูปจาก Google

     จนในที่สุด เรื่องราวระหว่างตาสี กับนางจันทร์ เริ่มมีข่าวแพร่สะพัด ทั่วหมู่บ้านว่า เป็นชู้กัน นางสาก็ทนไม่ไหว จึงขับไล่ให้ตาสี กับนางจันทร์ ให้ไปอยู่กระท่อมท้ายหมู่บ้าน และมีเหตุการณ์เกิดขึ้น ขณะที่พระใหม่กำลังจะเข้านอน ได้ยินเสียร้องโหยหวน เจ็บปวดทรมาน จึงมองขึ้นไปบนยอดต้นตาล เห็นเป็นเปรตตัวสูง ผมยาว ปากเล็กจู๋ เท่าเข็ม มือใหญ่ยาวเท่าใบลาน จึงเพ่งมอง จึงได้รู้ว่า เปรตตัวนั้น คือนางจันทร์ พระใหม่เลยสวดแผ่เมตตา อุทิศส่วนบุญส่วนกุศล ให้เปรตนางจันทร์ แล้วจึงเทศนาว่า ให้รู้จักหมั่นทำบุญ อย่าลักเล็กขโมยน้อย ไม่ขโมยของวัดกิน และไม่แอบเป็นชู้กับลูกเมียชาวบ้านเขา เปรตนางจันทร์ จึงค่อยๆก้มลงกราบ แล้วสลายวิญญาณหายไปในอากาศในที่สุด..

Advertisement

Advertisement

 

ขอขอบคุณรูปจาก Google