ผมเดินไปที่ร้านขายหนังสือมือสองข้างทาง ในวันที่อ่อนล้ากับการทำงานและผิดหวังกับบางสิ่งที่ไม่เป็นไปดั่งใจหวัง เพื่อหวังว่าจะมีหนังสือสักเล่มที่จะปลอบประโลมใจที่เศร้าหมองของผมในวันนี้ได้ ระหว่างเดินไปตาของผมก็ไปสะดุดกับข้อความบนหนังสือเล่มหนึ่ง ที่มองจากภายนอกแล้วเป็นหนังสือธรรมดาๆ ไม่ค่อยมีสีสันชวนให้หยิบขึ้นมาอ่าน แต่ตัวหนังสือบนข้อความทำให้ผมทำตรงข้ามกับความคิด "ไม่มีใครได้ทุกอย่างดั่งใจหวัง และไม่มีใครพลาดหวังทุกอย่างไป" คือข้อความที่ทำให้ผมตัดสินใจหยิบมันขึ้นมา และเป็นอีกครั้งที่ผมตัดสินใจถูกที่หยิบหนังสือเล่มนี้กลับมา มันตอบโจทย์ชีวิตในตอนนี้ได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว

บท1


รูปร่างหน้าตา

เหมือนที่ผมได้อธิบายไปตอนต้นว่าหนังสือเล่มนี้ดูปกติไม่ค่อยมีอะไรดึงดูดแต่เสน่ห์ของมันอยู่ที่ข้อความ ที่เป็นเหมือนสีสันของหนังสือ ในปกหน้าและปกหนังจะเป็นคำคม เป็นข้อคิดให้เราได้อ่าน แต่ละอันบอกได้เลยว่าโดนมาก จนรู้สึกว่านี่คือหนังสือที่มีแค่คำคมตลอดทั้งเล่ม แต่เมื่อเปิดไปดูเนื้อหา กลับตรงกันข้ามกับที่คิดหนังสือถูกแบ่งเป็นบท โดยแต่ละบทถูกเรียบเรียงมาจากปัญหาชีวิตที่พบเจอได้ในปัจจุบันจริงๆ แต่ละบทมีความยาวเพียง 1-2 หน้าเท่านั้น อ่านง่าย กระชับ และ หลายๆเรื่องตอบโจทย์ของปัญหาชีวิตได้เป็นอย่างดี

Advertisement

Advertisement

รูป2


สาระสำคัญ

สาระสำคัญของเรื่องนี้อยู่ที่การตอบโจทย์ปัญหาชีวิต การหาทางออกให้ผู้อ่านจากปัญหาที่ถูกรวบรวมมาหลายรูปแบบ เราสามารถดูได้จากสารบัญที่ถูกเรียบเรียงไว้ให้ง่ายต่อการค้นหา และที่สำคัญคำคมในแต่ละบททำให้เราเข้าใจโดยที่ไม่ต้องอ่านเนื้อหาด้านในเลย

การเริ่มใหม่


ความประทับใจ

ครั้งหนึ่งผมเคย"ตัน"หมายความว่าหาคำตอบให้กับชีวิตไม่ได้ มันทั้งเหนื่อย ท้อ และไม่อยากทำอะไร ได้แต่ถามตัวเองตลอดว่า สิ่งที่ทำอยู่มันถูกต้องแล้วหรือ? และเราควรทำยังไงต่อไป ทั้งๆที่ยังไม่ได้เผชิญกับมันจริงๆ ผมหยิบหนังสือเล่มนี้มาเปิดเล่นๆ ไปเจอบทหนึ่งที่ชื่อว่า "ความวิตกกังวล คำซึ่งสะกดง่ายๆ แต่มีความหมายต่อชีวิตคุณ" เมื่ออ่านจบผมจึงได้รู้ว่า อย่าไปยึดกับอดีต หรือคิดไปก่อนอนาคต ทุกอย่างอยู่กับปัจจุบัน และผมต้องทำปัจจุบันให้ดี เพื่อให้ส่งผลต่ออนาคต ส่วนอดีตคือบทเรียนที่ใช้ในการพัฒนาปัจจุบัน

Advertisement

Advertisement

บทที่ชอบ


ก่อนลา ไปอ่าน

ผมเชื่อว่าคงมีผู้คนไม่น้อยที่พยายามหาคนที่รับฟังความรู้สึกของตน แต่ไม่มีคนเข้าใจ ผมแนะนำให้ลองหาหนังสือที่เหมาะกับเหตุการณ์ตอนนั้นมาอ่าน เช่น ถ้าคุณเป็นคนอารมณ์ร้อน ก็หาหนังสือที่เกี่ยวกับการจัดการอารมณ์มาอ่าน หรือถ้าเป็นคนขี้แพ้ ทำอะไรก็ไม่ออกมาดี ผมแนะนำหนังสือของผู้ที่ประสบความสำเร็จ แล้วคุณจะรู้ว่าที่คุณแพ้มันแค่นิดเดียว ต้องขอบคุณ "คุณจรรยาพร เจริญไทย" ที่ได้เขียนหนังสือดีๆเล่มนี้ขึ้นมาอย่างน้อยผมคนหนึ่งละ ที่ได้หนึังสือเล่มนี้ดึกออกจากกองความทุกข์

Advertisement

Advertisement