เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อตอนที่ผมยังเด็กๆ ซึ่งเกิดกับน้าชายของผมเอง แกชื่อน้าต๋อง น้าต๋องเป็นคนสูงใหญ่หน้าตาดีเจ้าชู้มีสาวๆมาชอบพอมากหน้าหลายตา แต่เมื่อพอสอบบรรจุครูได้ก็ย้ายไปประจำที่ศรีสะเกษนานๆถึงจะได้กลับมาเยี่ยมบ้านที

 

   มีเย็นวันหนึ่งตาได้รับโทรศัพท์ทางไกลจากศรีสะเกษ ว่าน้าต๋องถูกผีเข้าสิง ความที่ตาผมแกเป็นคนมีวิชาอาคมอยู่จึงได้ให้พ่อผมขับรถพาไป ผมเป็นคนชอบนั่งรถก็เลยกระโดดขึ้นกระบะท้ายติดสอยห้อยตามไปกับพ่อ ทั้งๆที่ไม่รู้ว่าเขาจะไปไหนกัน ทีแรกพ่อผมจะไม่ให้ไปด้วย แต่ตากำชับว่าต้องรีบไปเดี๋ยวจะไม่ทันการณ์ สมัยนั้นถนนยังเป็นแค่ 2 เลนอยู่ นานๆทีถึงจะมีรถสวนผ่านมา แต่ก็ขับเร็วได้ไม่มาก เพราะเป็นช่วงพลบค่ำมองทางไม่ค่อยชัด มีอยู่ช่วงหนึ่งพ่อขับรถตกหลุมดังตั๊กๆ แรงมาก ปกติพ่อต้องจอดดูว่ามีอะไรเสียหายมั๊ยแต่คราวนี้ขับไปเลยสงสัยคงรีบมาก (มารู้ทีหลังว่าแถวนั้นคือศาลเจ้าแม่ฮันนี่ที่สมัยนั้นเฮี้ยนมาก และถนนแถวนั้นไม่มีหลุมเลย)

Advertisement

Advertisement

 

   บ้านน้าต๋องเป็นบ้านพักครูในโรงเรียน ลักษณะเป็นบ้านไม้ยกสูง ชั้นบนเป็นห้องนอน 2 ห้อง ชั้นล่างเป็นใต้ถุนปล่อยโล่งมีเตียงไม้ไว้นั่ง ส่วนหลังบ้านต่อเติมทำห้องเก็บของและห้องน้ำ เมื่อไปถึงบ้านพักก็เห็นน้าต๋องนอนอยู่บนเตียงมีคนเฝ้าอยู่ 2-3 คน ซึ่งกว่าจะถึงก็ค่ำมืดบรรยากาศโดยรอบเงียบสงัด ไม่มีลม ไม่มีเสียงจิ้งหรีดหรือแมลงซักตัว นิ่งเงียบและก็มืดรอบบริเวณมองแทบไม่เห็นอะไร บริเวณบ้านมีเพียงหลอดไฟใต้ถุนเท่านั้นที่ส่องแสง ตาลงจากรถเดินไปบอกให้คนนำเสื่อไปปูฝั่งทิศตะวันตกของตัวบ้าน จุดธูปหนึ่งกำ ปักลงที่พื้นแล้วมานั่งทำพิธีที่เสื่อ "อะมาอิ อิมัง..."เป็นเสียงพึงพำบริกรรมคาถาของตา ขณะที่ตาทำพิธีอยู่ บรรยากาศจากที่เคยเงียบ กลับเริ่มมีเสียงหมาหอนโหยหวนขึ้นรับกันเป็นทอด อยู่ๆ น้าต๋องก็ลุกจากเตียง มองตาขวางพยายามจะเดินไปที่ถนน คนที่มาเฝ้าต่างช่วยกันจับไว้  "ปล่อยหนู หนูจะพาอาจารย์ไปด้วย"เป็นเสียงน้าต๋องร้องขึ้น ทั้งที่น้าต๋องเป็นผู้ชายแต่คำพูดเหมือนผู้หญิง "มึงเป็นใคร มาจากไหน" ตาที่กำลังทำบริกรรมคาถาถามขึ้นมา แล้วร่ายคาถาต่อไม่หยุด "ปล่อยหนู หนูจะเอาอาจารย์ไปด้วย" น้าต๋องพูดขึ้นพร้อมกับพยายามดิ้นให้หลุด คนที่จับไว้แทบจะสู้แรงน้าต๋องไม่ไหว พยายามยื้อยุดฉุดกระชากน้ากลับมาที่เตียงไม้ ตาคงเห็นท่าไม่ดีจึงบริกรรมคาถาดังขึ้นอีก คราวนี้จากที่น้าต๋องดิ้นหนี กลับเป็นดิ้นทุรนทุรายทรุดลงบนเตียง ร้องโอดโอยเหมือนโดนทรมานให้เจ็บปวดแสนสาหัส หมาก็หอนโหยหวนไม่ขาดสาย "ปล่อยหนู หนูจะพาอาจารย์ไปด้วย โอ๊ยย..." น้าต๋องดิ้นพร้อมกับร้องไม่หยุด คนที่จับก็พยายามกดตัวน้าต๋องไว้กับเตียง "ยังไม่ยอมไปอีก จะเอาจริงแล้วนะ เป็นผีก็อยู่ส่วนผี อย่ามาวุ่นวาย..." ตาพูดจบ ก็บริกรรมคาถาอีกครั้ง

Advertisement

Advertisement

 

     คราวนี้น้าต๋องร้องด้วยความเจ็บปวดและดิ้นหนักกว่าเดิมมาก "โอ๊ยยย ไปแล้ว โอ๊ยย ยอมแล้ว ไปแล้ว โอ้ยยย... " สิ้นเสียงร้องน้าต๋องก็แน่นิ่งเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ตาได้ทำน้ำมนต์มาพรมที่ตัวน้าอีกที ทุกคนตกลงจะอยู่เฝ้าน้าต๋องจนกว่าจะเช้า โดยที่ผู้ใหญ่นอนเฝ้าอยู่ข้างล่าง ผมเป็นเด็กเลยได้ขึ้นไปนอนชั้นบน ... ช่วงกลางดึกผมปวดฉี่มากเลยลุกไปเข้าห้องน้ำข้างล่าง ผู้ใหญ่บางคนยังนั่งคุยกันอยู่ก็พอทำให้ผมอุ่นใจ เพราะหมายังคงหอนอยู่รอบๆบ้าน ห้องน้ำบ้านพักจะมีหน้าต่างข้างหลังถ้าเปิดออกไปก็จะมองเห็นหลังบ้านตอนที่เข้าไปนั้นหน้าต่างยังปิดอยู่ ผมก้มหน้าก้มตารีบทำธุระให้เสร็จจะได้ขึ้นไปนอนบนบ้านต่อ อยู่ๆบานหน้าต่างก็ค่อยๆเปิดออกทั้งสองบานจนสุด จะว่าลมพัดก็ไม่น่าใช่เพราะไม่มีลมเลยเหมือนแรงคนเปิดมากกว่า แต่ที่หลังบ้านไม่มีคนแน่นอนไม่มีเงาคนหรือผี จะมองเห็นก็แต่เงาต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ห่างไปไม่มากนักกับเสียงหมาหอนที่ดังเป็นทอดๆ ผมก็รีบวิ่งกลับขึ้นไปนอนบนบ้านอย่างเร็ว 

 

     พอเช้ามาฟังผู้ใหญ่พูดกัน ได้ความว่า มีกลุ่มนักศึกษาไปเที่ยวน้ำตกแล้วจมน้ำตาย น้าต๋องอยู่ในเหตุการณ์จึงลงไปช่วยแต่ช่วยไม่ทัน คงเห็นว่าคนที่ตายเป็นคนผมยาว ขาว สวย จึงพูดแซวเล่นลอยๆ "หน้าตาก็สวย ผัวก็ยังไม่มี ดันมาตายซะก่อน เสียดายจัง..." โชคดีที่วันนั้นผมไม่เจออะไรจังๆ แบบในละครสยองขวัญ ไม่อย่างนั้นผมคงจับไข้หัวโกร๋นแน่