คืนอันน่ากลัว      โรงเรียนบ้านสบาย เป็นโรงเรียนขนาดกลาง ไม่ใหญ่และไม่เล็กจนเกินไปเป็นโรงเรียนที่ห่างไกลจากตัวจังหวัด ทำให้คุณครูส่วนใหญ่ที่มาสอนที่นี่ต้องพักบ้านพักครู บ้านพักครูที่นี่เป็นบ้านไม้ซึ่งระยะเวลาการสร้างก็มากโขอยู่  มีคุณครูหลายครอบครัวพักรวมอยู่ด้วยกันหลังละ 1-2 ครอบครัว ข้างๆโรงเรียนจะติดกับวัด ทำให้บ้านพักครูทุกหลังติดกับเมรุของวัดที่มีเพียงรั้วโรงเรียนกั้นอยู่ ทุกครั้งที่มีการมีงานบ้านพักแห่งนี้ก็จะรับรู้และได้ยินทุกอย่างที่เป็นพิธีกรรมทางศาสนา แม้กระทั่งที่วัดมีงานศพ การบรรเลงดนตรี เสียงประทัด พิธีกรรมต่างๆ ทางโรงเรียนรับรู้หมดทุกสิ่ง และเมื่อถึงพิธีการเผาศพ นักเรียนที่อยู่ในโรงเรียนต้องวิ่งออกมานอกห้องเรียนและหาที่อยู่ให้ห่างไกลจากเมรุของวัดเพราะลมจะพัดควันที่เกิดจากการเผาศพลอยเข้ามาในห้อง  บ้านพักครูก็เช่นกัน  เมื่อพิธีกรรมทางศาสนาเสร็จสิ้นแล้ว บ้านพักครูก็ไม่สามารถที่จะเข้าอยู่ได้ทันที เพราะควันจากการเผาศพได้ลอยเข้ามาในบ้าน ทำให้ต้องใช้เวลานานพอสมควร ควันจึงจางหายไป เวลากลางคืนทุกครอบครัวต้องรีบทำธุระต่างๆ  ให้เสร็จโดยเร็วและก็เข้านอนกันตั้งแต่หัวค่ำ บางคืนถ้าศพไหนเฮี้ยนๆ หน่อย เวลาดึกๆ ก็จะได้ยินเสียงหมาหอนเป็นรายทาง เสียงลมพัด เสียงก็อกๆแก็กๆ มีอยู่ให้ได้ยินเป็นประจำ ทำให้คุณครูที่อยู่ในบ้านพักหวาดผวากันเป็นประจำ

Advertisement

Advertisement

     หัวกะโหลกครอบครัวของคุณครูผการัตน์ก็เป็นครอบครัวหนึ่งที่ต้องอาศัยอยู่ในบ้านพักแห่งนี้ครอบครัวของคุณครูมีกันสี่คน มีสามีและลูกสาวอีกสองคนคุณครูผการัตน์เป็นคุณครูสอนวิชาภาษาไทย ท่านตั้งใจทำงานและเคร่งเครียดมากกับเรื่องการสอนและการทำงาน ทำให้คุณครูผการัตน์ต้องกลับบ้านมืดๆค่ำๆเป็นประจำ  ขอความช่วยเหลือ

Advertisement

Advertisement

     วันนี้ก็เช่นกัน คุณครูผการัตน์ได้รับมอบหมายให้ทำงานซึ่งเป็นการด่วนเนื่องจากพรุ่งนี้จะมีคณะกรรมการมาประเมินโรงเรียน คุณครูทำงานจนถึงทุ่มเศษๆ ก็ได้ยินเสียงลูกเรียกไปกินข้าว “แม่ แม่ ไปกินข้าว” เสียงลูกสาวเรียกอยู่หลายที คุณครูผการัตน์ ก็ได้ตอบกลับไปว่า “ จ้าๆ แม่ใกล้จะทำงานเสร็จแล้ว” สักพักคุณครูผการัตน์ก็ได้ยินเสียงเรียกอีก แต่ครั้งนี้เสียงเรียกไม่เหมือนเดิม กลับเป็นเสียงที่ใหญ่ และเสียงยานๆ ต่ำๆ เรียกคุณครูผการัตน์ว่า “แม่……..”  “แม่……” คุณครูผการัตน์ได้ยินเช่นนั้นก็ขนลุกรู้สึกกลัว นาทีนั้นท่านเล่าว่า นี่มันไม่ใช่เสียงลูกสาวแน่นอน อยากจะรีบวิ่งหนีเข้าบ้านไป แต่ก็ยังเป็นห่วงของที่ยังไม่ได้เก็บ เลยรีบเก็บของปิดห้องแล้วรีบกลับเข้าบ้านพักทันที เมื่อถึงบ้านพักแล้วคุณครูผการัตน์จึงถามลูกสาวทันทีว่าได้ไปเรียกแม่อีกไหม คำตอบที่ลูกบอกก็คือ “หนูไปเรียกแม่แค่รอบเดียว ทำไมหรอ?” เมื่อได้ยินดังนั้นคุณครูผการัตน์ก็ไม่พูดอะไรและต่อมาก็ไม่เคยอยู่ทำงานมืดๆค่ำๆอีกเลย

Advertisement

Advertisement

     เป็นยังไงบ้างคะเรื่องสยองขวัญเรื่องนี้ ขอบคุณท่านผู้อ่านที่น่ารักทุกท่านที่ติดตามและอ่านจนจบนะคะ ฝากติดตามผลงานเรื่องต่อไปด้วยนะคะ


ที่มาภาพ : pixabay.com