รถยนต์ถือเป็นปัจจัยหลักที่ขาดไม่ได้ในการดำเนินชีวิตประจำวันของคนในยุคปัจจุบัน รถยนต์มีวิวัฒนาการต่อเนื่องมาเรื่อย ๆ ทางด้านเชื้อเพลิงเองก็เช่นกันมีการพัฒนามาโดยตลอด จนถึงยุคปัจจุบันโลกก็ได้ตระหนักว่า พลังงานจากซากฟอลซิลที่ถูกสะสมไว้เมื่อหลายล้านปีก่อนกำลังจะหมดลง ส่งผลให้ราคาน้ำมันทั่วโลกขยับตัวสูงขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จนเป็นที่มาของน้ำมัน “ไบโอดีเซลในอัตราส่วนร้อยละ 20” หรือ B20 (ปริมาณไบโอดีเซล 20% รวมกับ ปริมาณน้ำมันดีเซล 80%) ซึ่งจะมีราคาถูกกว่าน้ำมันดีเซลปกติทั่วไป

เครดิตภาพโดยผู้เขียน “แอมมี่คุง”วันนี้ผู้เขียนจะขอแนะนำสำหรับผู้ที่กำลังใช้งานรถยนต์ “ISUZU D-MAX” โฉมปี 2011 ขนาดเครื่องยนต์ 2,500 ซีซี และ ขนาดเครื่องยนต์ 3,000 ซีซี ซึ่งมียอดจำนวนค่อนข้างสูงในบ้านเรา มีคนใช้งานเป็นจำนวนมาก คำถามคือ แล้วมันเติมน้ำมันดีเซล B20 ได้หรือไม่? สำหรับรถรุ่นดังกล่าวสามารถเติมน้ำมันดีเซล B20 ได้ครับ แต่! ต้องเติมแบบมีเงื่อนไขนะครับ เพราะไม่สามารถเติมได้เลยโดยตรง หากเราต้องการจะเติมจริง ๆ ต้องปฏิบัติดังนี้ครับ

Advertisement

Advertisement

1. ต้องเปลี่ยนไส้กรองน้ำมันเชื้อเพลิง เนื่องจากน้ำมันดีเซล B20 จะทำให้ไส้กรองทำงานหนักมากกว่าปกติ ส่วนราคาของไส้กรองอยู่ที่ประมาณ 600 บาท

2.ต้องเปลี่ยนท่อน้ำมันไหลกลับ เพราะเมื่อเราใช้งานน้ำมันดีเซล B20 ไปสักพักท่ออาจจะปวมหรือรั่วได้ ราคาของท่อน้ำมันไหลกลับอยู่ที่ประมาณ 1,200 บาท

เครดิตภาพโดยผู้เขียน “แอมมี่คุง”

จากนั้นก็สามารถเติมได้เลย ต่อมาหลังจากเราใช้งานไปถึงระยะ 2,000 กิโลเมตร ให้เราเปลี่ยนไส้กรองน้ำมันเชื้อเพลิง  และเมื่อใช้งานไปอีก 4,000 กิโลเมตร ก็ให้เปลี่ยนไส้กรองน้ำมันเชื้อเพลิงอีกรอบหนึ่ง หลังจากนั้นก็สามารถเปลี่ยนทุก ๆ 10,000 กิโลเมตร ตามรถยนต์ปกติครับ

Advertisement

Advertisement

สิ่งที่ควรพึงระวังในการใช้งานน้ำมันดีเซล B20

-ไม่ควรเติมในรถยนต์ที่ไม่ค่อยได้ใช้งานหรือรถยนต์ที่จอดเป็นประจำ เพราะน้ำมันจะไปตกตะกอนที่ก้นถังได้

-ไม่ควรใช้งานในสถานที่ที่มีอุณหภูมิต่ำกว่า 15 องศาเซลเซียส เพราะน้ำมันอาจจะจับตัวเป็นไขได้

-ต้องคอยหมั่นตรวจดูใต้ท้องรถยนต์ว่ามีรอยรั่วหรือไม่ ถ้ามีต้องรีบนำรถยนต์เข้าศูนย์ทันที

เครดิตภาพโดยผู้เขียน “แอมมี่คุง”จะเห็นได้ว่าการที่เราจะเลือกใช้งานน้ำมันดีเซล B20 นั้นต้องคอยระมัดระวังและดูแลในหลาย ๆ จุดเลยทีเดียวครับ ก็ต้องลองชั่งใจดูนะครับว่า ระหว่างราคาน้ำมันที่ลดลงกับปัญหาจุกจิกที่จะคอยกวนใจเราในอนาคต อันไหนคุ้มค่ากับเรามากกว่ากันครับ

เครดิตภาพโดยผู้เขียน “แอมมี่คุง”เครดิตภาพโดยผู้เขียน “แอมมี่คุง”