สายลมอันหนาวเหน็บพัดผ่านร่างกายบ่งบอกถึงฤดูหนาวในปลายเดือนพฤศจิกายน เมื่ออากาศเปลี่ยนแปลงร่างกายก็เปลี่ยนไปทำให้โรคประจำตัวของแม่กำเริบขึ้นมา ปลายสายโทรศัพท์โทรมาบอกว่าแม่ไม่สบายเดี๋ยวจะพาไปหาหมอที่โรงพยาบาลเลิกงานแล้วให้ตามมาเพราะเวลาตอนนี้ก็เย็นจวบจะค่ำแล้วใกล้จะถึงเวลาเลิกงาน เลยให้ลุงพาไปหาหมอรอก่อนกว่าจะเลิกงานก็ปาไปเกือบจะสองทุ่มลุงบอกว่าหมอให้แม่นอนโรงพยาบาลดูอาการก่อนผู้ป่วย

                                                                     ภาพโดย Parentingupstream จาก Pixabay 

วันนี้จึงได้นอนเฝ้าแม่ที่โรงพยาบาล ตึกที่อยู่เป็นตึกแปดชั้นอยู่ห้องรวมชั้นที่ 3 บรรยากาศที่เดินเข้าไปครั้งคือเสียงของเครื่องวัดสัญญาณชีพจรดังตี้ด ๆ อยู่ตลอดเวลา เสียงของคนป่วยคนอื่น ๆ ก็โอ๊กอ๊าก อาการก็ต่างกันออกไป บางเตียงมีผู้ป่วยวิกฤตพยาบาลต้องขึ้นปั้มหัวใจก็มี แค่นึกถึงคำว่าโรงพยาบาลก็นึกถึงคนเกิด คนตาย นับไม่ถ้วนเตียงที่นอน ผ้าที่เปื้อนเลือดก็ซ้ำไปซ้ำมาใครตายก็เปลี่ยนผ้าปูที่นอนใหม่ ไม่นานซักพักก็มีผู้ป่วยใหม่มาแทนที่ ดีที่แม่ไม่ได้ป่วยหนักอะไรมากแต่ก็ยังมีโรคประจำตัวให้น่าห่วงและเฝ้าระวัง ด้วยร่างกายที่เหนื่อยเพลียจากการทำงานจึงไปอาบน้ำเตรียมพร้อมที่จะเข้านอน ที่โรงพยาบาลนี้จะปิดไฟเร็ว สามทุ่มก็ให้ผู้ป่วยและญาติพักผ่อนแล้ว ด้วยความที่เหนื่อยและเพลียทำให้หัวลงหมอนก็หลับได้โดยง่ายดายไม่รู้หลับไปนานเท่าไหร่ก็มีพยาบาลมาปลุกบอกให้เราไปรับยาที่ชั้นล่างเพื่อที่จะมาให้แม่ หันไปมองนาฬิกาตีสองกว่า ๆ ซึ่งเวลานี้คือบรรยากาศไม่มีเสียงคนคุยกันแล้วทั้งญาติและผูป่วยมีเพียงเสียงเครื่องวัดสัญญาณชีพจรที่ยังคงดังอย่างต่อเนื่องทำให้บรรยาศดูวังเวงทั้ง ๆ ที่มีคนอยู่เต็มห้อง

Advertisement

Advertisement

ลิฟท์                                                                    ภาพโดย Suppadeth wongyee จาก Pixabay 

เมื่อลงลิฟท์มาที่ชั้นล่างจึงเอาไปรับยาไปยื่นแล้วนั่งรอไม่นานก็เรียกรับยาแล้วขึ้นลิฟท์ จุดที่พีคสุด ๆแบบไม่ปกติคือเมื่อลิฟท์ถึงชั้นที่ 3 ความเป็นจริงลิฟท์ควรจะเปิดออกแต่ลิฟท์เจ้ากรรมดันขึ้นไปเรื่อย ๆ ในใจเราก็คิดสงสัยมีคนกดชั้นบนสงสัยไปรับคนมั้ง ด้วยความที่ปกติก็ไม่ได้ขึ้นลิฟท์เป็นประจำจึงไม่ทราบระบบมันเป็นยังไง สายตาก็จับจ้องไปที่ตัวเลขที่เลยไปจากชั้นที่ 3 เลยไปชั้นที่ 4...ชั้นที่ 5... ชั้นที่ 6...ชั้นที่ 7 ... ชั้นที่8 ลิฟท์เจ้ากรรมหยุดที่ชั้นแปดเสียงประตูลิฟท์เปิดแบบในฉบับหนังผี เอี้ยดดดดด ภาพตรงหน้าคือมืดสนิทไม่มีไฟมองออกไปแวบๆเห็นแต่เตียงเก่า เก้าอี้เก่าเหมือนเป็นที่เก็บของเตียงเก่า                                                                   ภาพโดย PublicDomainPictures จาก Pixabay 

Advertisement

Advertisement

ขนบนหัวและแขนลุกซู่เหมือนบ่งบอกว่าโดนผีหลอกยังไงยังงั้น สตั้นไปสามวิเรียกสติกลับมาได้รีบกดปิดลิฟท์ทันที แล้วกดชั้น 3 ผลปรากฏคือประตูเปิดออกชั้นเดิม ออกอีแป้นจะแตกอาจจะเป็นเพราะกลัวแล้วไปกดรัว ๆ รึเปล่า คือตอนเปิดรอบสองนี้กลัวมากพนมมือสวดมนต์แล้วคิดว่าอย่ามาหลอกมาหลอนเลยเมื่อไปชั้นสามไม่ได้ขอลงไปชั้น 1 ก็ยังดีขอให้ออกจากตรงนี้ไปให้ได้ก่อน เดชะบุญยังมีชั้น 3 ไม่จอดจริง ๆ ได้ลงไปชั้นแรกจากออกจากลิฟท์ได้ก็วิ่งหน้าตาตื่นขึ้นบันไดทันที คืนนั้นคือหลอนมากไม่กล้านอนเลย หลังจากนั้นก็เหมือนเป็นปมไม่กล้าขึ้นลิฟท์คนเดียวอีกเลย จะกี่ชั้นก็ขอขึ้นลงบันไดดีกว่าจากประสบการณ์คนมีเซ้นใช่แน่ ๆ มันต้องใช่แน่ ๆ บรื้อออออออผี

                                                                             ภาพโดย StockSnap จาก Pixabay 

 

ขอบคุณภาพหน้าปกคุณ Catharina77 จาก Pixabay