วิถีชีวิตเด็กบ้านนอก      ในอดีต วิถีชีวิตของเด็กในชนบท มักจะแตกต่างกับเด็กในเมืองอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากความเจริญยังเข้าไม่ถึง บ้างเด็กในชนบทยังขาดแคลนสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ในช่วงวัยเด็กของเด็กตามชนบท มักจะมีการละเล่นไปตามประสาของเด็ก และวิถีการดำรงชีวิตมักจะเป็นไปแบบตามมีตามเกิด กล่าวคือ พ่อแม่มักจะปล่อยให้เด็กได้เรียนรู้เอง เนื่องจากชีวิตของชาวชนบทส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ไม่ว่าจะเป็น ทำไร่ ทำนา ทำสวน เลี้ยงวัว เลี้ยงเป็ด เลี้ยงไก่ เลยปล่อยลูกให้ได้เรียนรู้วิถีการดำรงชีวิตแบบบ้านๆ 

ของเล่นชิ้นโปรด

       ชีวิตในวัยเด็กของเด็กในชนบท จะเป็นไปแบบเรียบง่าย ไม่ต้องมีสิ่งของเครื่องเล่นที่มีราคามากมาย หรือพิเศษใดๆ เด็กเหล่านี้ก็สามารถมีความสุข และดำรงชีวิตได้อย่างง่ายดาย ตื่นมาวิ่งเล่น ไล่ยอกล้อกัน มีเสียงหัวเราะ สร้างสีสันให้คนในครอบครัว แค่นี้ก็เป็นความสุขเล็กๆ รอบตัวแล้ว

Advertisement

Advertisement

 

     เด็กๆ เหล่านี้ จะเรียนรู้วิถีการดำรงชีวิตแบบบ้านๆ จากคนในครอบครัว และคนในชุมชน ทำให้เด็กซึมซับ และเรียนรู้ได้อย่างอิสระ โดยการปล่อยให้เขาได้เรียนรู้จากประสบการณ์ของเขาเอง 

ความไร้เดียงสาของเด็กน้อยวัย 1 ขวบกว่า       ส่วนมากเด็กบ้านนอกมักจะเล่นจนเนื้อตัวมอมแมม สกปรก บวกกับความไร้เดียงสาของพวกเขา นี่คือความสุขแบบเรียบง่าย ฮ่าๆ 55 การปล่อยให้เขาได้เล่นเต็มที่ ปล่อยให้เขาได้สนุกกับกิจกรรมทุกกิจกรรม มันจะเป็นการกระตุ้นให้เด็กมีความสุข และรักในกิจกรรมที่เขาทำ 

เด็กบ้านนอกกำลังเล่นน้ำในฤดูทำนา      การที่เด็กเขาได้ทำในสิ่งที่เขาอยากทำ ยังการเปิดโอกาสให้เขาได้เรียนรู้ จากการลงมือทำจริงๆ ให้เขาสัมผัสของจริง เช่น ปล่อยให้เขาได้เล่นดิน ลุยน้ำ ลุยโคลน โดนที่ผู้ใหญ่ดูเขาอยู่ห่างๆ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุต่างๆ ให้กับเขา ดั่งคำที่ว่า ยิ่งเลอะยิ่งเยอะประสบการณ์ 555 

Advertisement

Advertisement

เด็กน้อยน่ารัก

       ความสุขในช่วงวัยเด็ก เป็นช่วงเวลาแสนสั้น เมื่อเขาเติบโตขึ้น เขาจะจำความได้ ว่าเขาเคยทำอะไร ที่ไหน มันจะเป็นความทรงจำย้ำเตือนให้เขาหวนมาคิดถึงความหลัง และอยากกลับมาในที่ๆ เขาเคยใช้ชีวิตอยู่ เหมือนที่ตัวเราทุกวันนี้ หลายคนจากบ้านมาไกล เพราะต้องมาดิ้นรนทำงานเลี้ยงปากท้อง แต่ในความทรงจำก็ยังคิดถึงต่างจังหวัดบ้านเกิดเมืองนอนที่จากมาอยากกลับไปอยู่เหมือนที่เคยอยู่มา คงมีหลายๆ คนที่คิดเหมือนกันจริงมั้ย