ฉันเป็นเด็กบ้านนอก บ้านอยู่ตามหลุบเขา ตอนเด็กๆ แม่ฉันเปิดร้านขายของชำ และขายลาบ ก้อย ก๋วยเตี๋ยว มีร้านเดียวที่อร่อยที่สุดในตำบล คนนิยมชอบมากิน ฉันกับพี่สาวและน้องชายต้องโดนแม่ปลุกตั้งแต่ตี 4 ทุกวัน

ขอบคุณภาพ innnews

 ฉันกับน้องก็จะชอบเกี่ยงกันไม่อยากล้างจานมีทะเลาะกันบ้างจนตีกัน จนร้องไห้ ส่วนพี่สาวฉัน มันก็จะไปช่วยแม่เตรียมของขายเพื่อเตรียมเปิดร้าน โดยไม่มาช่วยเรากับน้องล้างจานเลย และก่อนที่จะไปเรียนฉันกับพี่กับน้องก็ต้องมาขายของช่วยพ่อกับแม่ก่อน พ่อฉันสับเนื้อก้อย แม่ฉันคนก้อย ฉันกะพี่ก็ปิ้งไก่ขาย จนเวลา 7 โมงเช้าก็แต่งตัวไปโรงเรียน กว่าจะแต่งตัว กินข้าวเสร็จก็เกือบ 8 โมงเช้าแล้ว ซึ่งโรงเรียนจะเคารพธงชาติเวลา 8 โมงตรงพอดี ฉันกับพี่สาวก็ไปเรียนสายทุกวัน กว่าจะไปถึง เพื่อนๆ ก็เข้าห้องกันหมดแล้ว ก็จะเป็นแบบนี้จนพี่สาวจบ ม. 3 พี่ก็ไปต่อวิทยาลัยฯ ในเมืองชื่อดังของจังหวัด ฉันก็กำลังจะขึ้น ม.1 น้องฉัน ก็อยู่ ป.3 และร้านค้าของพ่อกับแม่ ก็โดนปิดไป เพราะแม่ติดหนี้นอกระบบจนเจ้าหนี้มายึดบ้าน ครอบครัวเราไม่มีที่อยู่ แต่ยังดีที่ยังมีที่นา ที่ตาเอาให้แม่ไว้ก่อนตาย เรากับครอบครัวก็ไปอยู่เถียงนากัน ในนามีสระน้ำ มีนาให้ปลูกข้าว และยังมีที่ดินอีกแปลงแม่ก็ใช้ปลูกมันสัปปะลัง และจากเถียงนาเล็กๆ กลายเป็นเถียงนาหลังใหญ่ แม่ก็ปลูกผักขาย  เวลาจะไปโรงเรียนเรากับน้องก็เดินลัดป่าข้ามเเม่น้ำไปโรงเรียนกัน พอแม่เริ่มได้เงินจากการขายมันสัปปะลัง แม่ก็เลยซื้อจักรยานให้คันหนึ่งเพื่อปั่นไปโรงเรียนกันกับน้อง ระยะทางจากนาไปโรงเรียน ประมาณ 5 กิโลเมตรได้ พอถึงเวลาทำนาพี่สาวเราที่เรียนอยู่ในเมืองก็จะกลับบ้านทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เพื่อมาช่วยพ่อกับแม่ ทำนา ปลูกข้าว พ่อเป็นคนไถนา แม่เป็นคนถอนกล้า น้องชายเราก็เป็นคนหาบกล้า ส่วนเรากับพี่สาวก็จะพากันดำนา พอวันอาทิตย์ตอนเย็นพ่อจะขี่มอเตอร์ไซค์ไปส่งพี่สาว อยู่ตัวอำเภอเพื่อขึ้นรถโดยสารต่อเข้าไปในเมือง พี่สาวเราเขาอยู่หอพัก และรายได้ของครอบครัวเราก็ได้จากการขายข้าว ปลูกมันสำปะหลัง และหาเงินใช้หนี้ และส่งฉันกับน้อง และพี่สาวเรียนต่อให้จบต่อไปได้ขอบคุณรูปภาพจาก Salek  Manson

Advertisement

Advertisement

ใครจะไปคิดว่าชีวิตคนเรา จากที่เคยมีบ้านอยู่หลังใหญ่  มีธุรกิจครอบครัวเล็กๆ ต้องกลายมาอยู่บนเถียงนา จากที่เคยมีไฟฟ้าใช้ก็มาใช้ตะเกียง นี้แหละชีวิตคนเราไม่มีอะไรแน่นอน ถ้าเรารู้จักการวางแผนการใช้เงินให้ถูกต้อง รู็จักพอประมาณ ไม่อยากได้  อยากมีจนเกินไป ก็ไม่ทำให้เราเป็นหนี้ แต่ถ้าเรารู้จักเปลี่ยนแปลงชีวิตของเราได้ เราก็จะสามารถปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ หรือปัญหาจะหนักแค่ไหนเราก็สามารถปรับตัวเพื่อดำรงชีวิตให้อยู่ในสังคมต่อไปได้

Advertisement

Advertisement