ความเดิมตอนที่แล้ว...ผมได้ลาบวช 1 พรรษาและได้มาจำพรรษาวัดที่ จ.ร้อยเอ็ด และสองคืนที่ผ่านมาทำเอาผมอยากย้อนเวลาไม่อยากบวชเลย...ผมขออธิบายแผนที่ของวัดที่ผมบวชและหมู่บ้านคร่าว ๆ ตัววัดอยู่ติดแม่น้ำชี และถูกล้อมด้วยหมู่บ้าน มีถนนตัดผ่านหมู่บ้านกลาง การบิณฑบาตรของพระ จะบิณฑบาตรแต่ข้าวเหนียวส่วนกับข้าวชาวบ้านจะมาทำให้ที่วัดทั้งเช้าและกลางวันโดยคนเฒ่าคนแก่ บางครั้งดีหน่อยก็จะมีเจ้าภาพมาเลี้ยงได้ชิมอาหารดีเช่นไก่ย่าง เพราะปกติ ที่วัดฉันแต่ป่นปลา พริกตำ ผักต้ม เนื้อสัตว์ไม่ค่อยมี ดีที่สุดคือไข่...แต่มันคืออาหารของคนพื้นที่ผมรับได้ รู้สึกด้วยว่าเรากินเพื่ออยู่ไม่ได้อยู่เพื่อกิน...

 

          วันเวลาผ่านไป 2 อาทิตย์ ผมยังคงเจอเรื่องแบบเดิม ๆ ไม่ขาดสาย แค่บางครั้งมามากบ้างน้อยบ้างหรือไม่มีเลย...จนผมเริ่มชิน...แต่ที่ผมเริ่มไม่ชินคือ...การสวดยัด!!! มันคืออะไร? ต้องบอกว่า...การเสี่ยงโชคอยู่คู่กับคนไทยอย่างเรา ๆ มาช้านานและยิ่งเป็นต่างจังหวัด โดยเฉพาะหวยใต้ดิน...ผมบวชเป็นพระมาครึ่งเดือนได้ยินชาวบ้านพูดกัน "พรุ่งนี้หวยออก คืนนี้ไปกัน" ???? ไปไหน ผมเก็บความสงสัยไว้ เช้าวันรุ่งขึ้น ชาวบ้านหลังจากทำกับข้าวเช้าให้พระแล้ว ก็นั่งจับกลุ่มคุยกันที่ศาลา "เมื่อคืนไอ้มอสมันไม่ถึง เลยโดนซะดีที่ไม่เป็นไร" จะเรียกว่าผมแอบฟังก็ว่าได้...แต่ก็จับต้นชนปลายไม่ถูก...แต่ที่ถูกคือหวยที่ชาวบ้านได้มา...เย็นนั้นมีรื่นเริงหลายที่ในหมู่บ้าน อีก 15 วันต่อมาผมต้องรู้ให้ได้ ระหว่างนั้นผมเริ่มถามพระด้วยกันก่อน "ที่ชาวบ้านพูดกันว่าสวดยัด ๆ มันหมายถึงอะไรเหรอท่าน" ผมถามกับพระหนุ่มคนพื้นที่วัยเดียวกัน "ชาวบ้านจะเอาเศษผ้าจีวรที่ไม่ใช้แล้ว เอาไปยืนโยงสาคน รอบต้นไม้ที่คิดว่ามีสิ่งศักดิ์สิทธิ์สิงอยู่ แล้วสวดบริกรรมคาถาจนกว่าต้นไม้จะแสดงอิทธิฤทธิ์ จากนั้นชาวบ้านก้อจะเอาแป้งไปขัดถูตามต้นไม้หาเลข"...ผมฟังแล้วชักอยากดู แต่มันผิดวินัยสงฆ์...เพราะอยู่ในพรรษาห้ามออกจากวัด

Advertisement

Advertisement

 

          ครบ 1 เดือน คืนวันก่อนหวยออก ผมโชคดีที่ชาวบ้านเลือกต้นตะเคียนที่อยู่ฝั่งตรงข้ามวัดถึงผมจะมองไม่ชัด แต่มันเป็นคืนเดือนหงาย มีแสงสว่างทำให้พอเดาได้ว่าเกิดอะไร....ขณะนั้นเวลา 5 ทุ่ม ผมลงจากกุฏิเดินไปพร้อมพระอีกรูปด้วยความอยากรู้อยากเห็น เริ่มด้วยคน 3 คนถือจีวรพระล้อมเป็นวงกลมรอบต้นไม้ จากนั้นเข้าใจว่าเป็นการบริกรรมคาถาหรือที่เรียกว่าสวดยัด เพื่อผีที่อยู่ในต้นไม้ให้สิ่งที่ต้องการ ต้นไม้เริ่มสั่นทั้งต้น จากจุดที่ผมดูอยู่ชั้น 2 ของศาลาที่ตั้งอยู่ริมน้ำ มองลงไปเห็นได้ชัดว่าต้นไม้สั่นไหวเองต้นเดียว กิ่งไม้เริ่มโน้มลงราวกับว่าเป็นมือ ผมนี่ขนลุกเกลียว มันเกิดขึ้นได้ยังงัย? จากนั้นแสงไฟฉายเริ่มทำงานขัดส่องดูเลข แต่ผมผิดสังเกตตรงมีใครบางคนอยู่ใกล้ ๆ ตรงนั้นตั้งนานแล้ว แต่ไม่เข้ามา ผมถามพระเพื่อน "อีกคนดูต้นทางเหรอ" พระเพื่อนนิ่ง แล้วถามกลับมาว่าไหน ผมจึงชี้ให้ดู "นั่นงัย ขาว ๆ อยู่หลังต้นไม้ห่างไป 10 เมตร"  ต้องบอกว่าเราดูคนละหน้าต่างศาลาที่เป็นแบบเปิดครึ่งเดียวมุมที่เห็นจึงต่างกัน ผมกลับไปจ้องดูและเริ่มมองเห็นคนนั้นเคลื่อนไหว...แต่...มันไม่ได้เดิน...มันเหมือนลอยเข้าไปหาวัยรุ่นพวกนั้น...ผมกลัวสุด ๆ หันมาหาพระเพื่อน..."อ้าวเวรกรรม ไปไหนแล้ว" ผมเลยไม่ได้ดูต่อ รีบลงจากศาลา ไม่มองข้างหลังกึ่งเดินกึ่งวิ่งกลับกุฏิทันที...

Advertisement

Advertisement

 

        เช้าวันรุ่งขึ้น พระเพื่อนมาเล่าให้ฟัง "ผมเห็นแล้วแต่ไม่กล้าบอกท่าน กลัวท่านกลัว แล้วอีกอย่างผมรู้สึกว่าเค้ารู้ว่าเราแอบดู ผมเลยลุกออกไปก่อนเลย" ผมก็ไม่ได้ว่าอะไร ความกลัวแต่ละคนไม่เท่ากัน พอสาย ๆ ข่าวเด็กวัยรุ่นถูกผีหลอกลือกันให้แซด ส่วนผมเห็นจะ ๆ คงต้องรอพึ่งโยมแม่มากรวดน้ำให้ผีอีกแล้ว และงวดนั้นไม่มีคนถูกหวย...ผ่านไป 2 เดือนผมว่าเรื่องผีกับวัดมันเป็นของคู่กันอยู่ที่ใครจะเปิดรับสัญญาณผีได้มากกว่ากัน ศพแรกในวัด...ผมไม่คิดว่าจะได้สวดงานศพ แถมศพที่เอามาไม่ได้ตายตามธรรมชาติ... "ผูกคอตาย" เราต้องไปสวดที่บ้าน ระยะทาง 300 เมตร ระหว่างทางก็มืด เพราะเราต้องเดินไปเอง คน ตจว.จะทำแบบนี้ เอาศพไว้บ้าน สวดเสร็จ 2 ทุ่มครึ่งเดินกลับเอง ระหว่างทางเดินกลับ ตัวผมเองอะไม่เห็นหรอก แต่เด็กวัดที่ไปด้วยกัน 2 คนเห็น...เด็กวัดเล่าให้ฟังว่า ที่ต้นไม้หน้าบ้านเห็นผู้หญิงคนที่ตายมาผูกคอห้อยโตงเตงอยู่ ตอนที่เดินออกมาแล้วเห็นพร้อมกัน 2 คน เท่านั้นแหละคืนที่สองผมบอกว่าขอไม่รับกิจนิมนต์ให้พระรูปอื่นไปแทน...พอถึงวันเผา...เอาศพมาวัด...เตรียมเผา ผมนึกภาพวันที่เด็กวัดเล่าให้ฟังแถมที่วัดไม่มีเมรุ ต้องเผาเชิงตะกอน ได้บรรยากาศเต็ม ๆ ระหว่างที่สวด ไฟก็เริ่มจุด เผาไหม้ไปซักพักเริ่มเห็นศพชัดขึ้น ควันเริ่มเยอะ พอเสร็จแล้วผมพูดคุยกับญาติเรื่องที่เด็กวัดเห็นผี...ญาติผู้หญิงคนนี้บอกว่า...โดนกันทุกคนตั้งแต่เด็กยันคนแก่ บ้างก็มาเป็นเสียง บ้างก้อมาเป็นตัว โดนกันตั้งแต่วันสวด จนถึงวันเผา เมื่อกี้ก็โดน มายืนร้องไห้อยู่หน้าศพที่เผา แต่ท่านไม่เห็นเอง...ผมฟังแล้วรู้ตัวได้เลย ผมคงต้องเตรียมกรวดน้ำเป็นการใหญ่เพราะเจอมาหลายตัวมาก ถึงจะไม่เห็นเองแต่เค้าก้อมาวนเวียนขอส่วนบุญจากเรา

          เข้ากลางเดือนที่ 3 ผมให้โยมพ่อกับโยมแม่มาทำบุญกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศล...ให้กับญาติพี่น้อง , เจ้ากรรมนายเวร , วิญญาณที่เร่ร่อนที่มีจิตผูกพันธ์กับผม

"ที่มีทุกข์ขอให้พ้นทุกข์  ที่มีสุขขอให้สุขยิ่ง ๆ ขึ้นไป สาธุ ๆ ๆ

ขอบคุณภาพจริงจากคุณตาคุณยาย