หนองคาย –    หนุ่มใหญ่ชาวหนองคาย ปลูกเมล่อนหลายสายพันธุ์ หลังเคยรับประทานเมล่อน เมื่อครั้งไปทำงานที่ประเทศญี่ปุ่น แล้วติดใจรสชาติ มุ่งมั่นจะมีสวนเมล่อนเป็นของตนเอง หลังปลูก 4 ปี ประสบความสำเร็จ เมล่อนที่ปลูกมีทั้งที่รสชาติถูกใจคนไทย และรสชาติแบบญี่ปุ่นดั้งเดิม ไม่มีปัญหาด้านการตลาด ขายทั้งหน้าสวนและส่งขายทางออนไลน์ อีกทั้งยังปลูกขายตามออร์เดอร์ลูกค้าสั่งตามเทศกาลต่าง ๆ

Advertisement

Advertisement

alt="https://kdcdn.co/wp-content/uploads/IMG_3611-2.jpg" />

นายไพทูลย์ ศรีจันทร์แดง อายุ 31 ปี เกษตรกรผู้ปลูกเมล่อน เจ้าของโอทีเมล่อนฟาร์ม บ้านพานพร้าว ตำบลพานพร้าว อำเภอศรีเชียงใหม่ อ.ศรีเชียงใหม่ จังหวัดหนองคาย กล่าวว่า ตนนั้นได้เริ่มปลูกเมล่อนมาแล้วประมาณ 4 ปีแล้ว เริ่มแรกที่ได้มาปลูกตนนั้นเป็นคนที่ชื่นชอบในรสชาติของเมล่อน เนื่องจากเคยไปทำงานที่ประเทศญี่ปุ่น แล้วได้ลองรับประทานเมล่อนในร้านอาหารที่ประเทศญี่ปุ่น ตนติดใจในรสชาติที่หวาน และกรอบอร่อยมาก ตนเลยคิดไว้ว่าเมื่อกลับมาที่ประเทศไทยจะมาลองปลูกดู กลับมาช่วงแรกที่ประเทศไทยก็ยังไม่ได้เริ่มปลูกช่วงนั้นทำงานขับรถบรรทุก หลังจากทำงานได้ประมาณสองปี เลยผันตัวมาปลูกเมล่อน

Advertisement

Advertisement

Advertisement

Advertisement

alt="https://kdcdn.co/wp-content/uploads/IMG_3633-2.jpg" />

นายไพทูลย์ กล่าวต่อไปอีกว่า การปลูกในช่วงแรกเลยนั้นตนปลูกในพื้นที่ 2 งาน มี 1 โรงเรือน และก็ปลูกในพื้นที่นอกโรงเรือนอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งก็ได้ปลูกเมล่อนในหลาย ๆสายพันธุ์ ผลปรากฏว่าเมล่อนที่ปลูกในโรงเรือนได้ผลดี แต่อีกส่วนที่ปลูกด้านนอกโดนแมลง โดนฝน เมล่อนเสียหายหมดเลย หลังจากปลูกมาได้สักพักก็เริ่มขยายโรงเรือนจนเพิ่มเป็น 4 โรงเรือน ผลผลิตเมล่อนที่ได้จะนำไปขายที่ตลาด ขายหน้าสวน และทางช่องทางออนไลน์ เพจโอที เมล่อนฟาร์ม

https://kdcdn.co/wp-content/uploads/IMG_3512-2.jpg

เมล่อนพันธุ์ที่ได้รับความนิยมจากลูกค้าที่สุดคือ เมล่อนพันธุ์สารคามสวีท เนื่องจากมีรสชาติที่หวาน กรอบ และอีกพันธุ์คือ เมล่อนพันธุ์บารมี มีรสชาติที่หวานซึ่งพันธุ์นี้ลูกค้าที่เคยรับประทานแล้วหลายคนติดใจจนต้องกลับมาสั่งจองไว้ล่วงหน้ากันเลย นอกจากนี้ทางโอทีเมล่อนฟาร์มยังมีพันธุ์ไข่ทองคำที่มีเปลือกสีทอง แต่จะมีข้อเสียคือผลของเมล่อนจะเสียหายง่าย พันธุ์นี้ต้องมีลูกค้าสั่งจองไว้ล่วงหน้าตนถึงจะปลูกเอาไว้ขาย ซึ่งในตอนนี้ลูกค้ามาสั่งจองไว้เพื่อใช้ในเทศกาลตรุษจีนแล้ว 60 ลูก นอกจากนี้ยังมีการปลูกเมล่อนแบบสายพันธุ์ญี่ปุ่นแท้ ๆ ที่ให้รสชาติเมล่อนแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่น คือพันธุ์หยกมงคล และพันธุ์หยกเทศ เป็นเมล่อนเปลือกแบบตาข่าย เนื้อสีเขียว หอมหวาน ซึ่งจะมีลูกค้าเฉพาะกลุ่ม แต่น้อยกว่าพันธุ์สารคารสวีท ที่ให้รสชาติถูกใจคนไทย

นายไพทูลย์ ศรีจันทร์แดง อายุ 31 ปี เกษตรกรผู้ปลูกเมล่อน เจ้าของโอทีเมล่อนฟาร์ม เล่าต่ออีกว่า เมล่อนพันธุ์สารคามสวีท และพันธุ์บารมี ที่โอทีเมล่อนฟาร์มนั้นสามารถปลูกขายได้ตลอดทั้งปี การปลูกเมล่อนอันดับแรกเลยเราต้องดูความพร้อมของตัวเองก่อนว่ามีเวลาดูแลเอาใจใส่มากขนาดไหน เนื่องจากเมล่อนเป็นพืชที่ต้องเอาใจใส่ดูแล ระยะเวลาในการปลูกเมล่อนใช้เวลาประมาณ 70-75 วันในการปลูก สำหรับเมล็ดพันธุ์ที่ใช้ในการปลุกของโอทีเมล่อนฟาร์มจะใช้เมล็ดพันธุ์จาก เทพมงคลฟาร์ม เนื่องจากทางสวนเรามั่นใจในเมล็ดพันธุ์ของฟาร์มนี้ใน 1 โรงเรือนจะมีขนาด กว้าง 5 เมตร 40 ยาว 15 เมตร สามารถปลูกต้นเมล่อนได้ 170 ต้น มีอัตราการให้ผลผลิตประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์ ต้นทุนในการปลูกตกโรงเรือนละ 4-5 พันบาท ราคาของเมล่อนขายกิโลกรัมละ 1 ร้อยบาท ใน 1 โรงเรือนจะขายได้ประมาณ 3 หมื่นบาท/ต่อรอบ

https://kdcdn.co/wp-content/uploads/IMG_3468-2.jpg

ในส่วนของใบเมล่อนที่เราเด็ดออกหลังจากเราคัดลูกเมล่อนแล้วจะนำไปให้จิ้งหรีดกินนำไปให้ปลา และใส่โคนต้นกล้วย เนื่องจากไม่มีสารเคมี ปัญหาเรื่องโรคและแมลงในช่วงฤดูหนาวจะไม่ค่อยพบ แต่ถ้าเป็นช่วงหน้าร้อน โรคจากแมลงค่อนข้างระบาด ในเรื่องของสภาพอากาศที่แปรปรวนของจังหวัดหนองคายมีผลกับเมล่อน จะทำให้เมล่อนจะปรับสภาพไม่ค่อยทันทำให้ใบเหี่ยว การแก้ปัญหาในเรื่องของสภาพอากาศเราจะใช้ผ้ายางที่คลุมบริเวณรอบโคนต้นเมล่อนออกถ้าอากาศร้อนจัด แล้วเราก็จะมีการทำระบบน้ำตามร่องทางเดินเพื่อลดอุณหภูมิลง สำหรับในอนาคตตนนั้นจะมีการขยายเพิ่มไปอีก 3 โรงเรือน ซึ่งจะมีการปลูกแตงโมลอยฟ้า และบัตเตอร์นัท เพื่อนำมาสลับปลูกในช่วงพักดินหลังเก็บผลผลิตเมล่อนไปแล้ว สำหรับผู้ที่ต้องการจะสั่งเมล่อนจาก โอทีเมล่อนฟาร์ม สามารถสั่งได้จากเพจของ โอทีเมล่อนฟาร์ม หรือ เบอร์ 062-1623403.

…………………………….