ผมนั่งตรวจสภาพอากาศ เมฆ ลมและฝนผ่านแอพที่โหลดไว้ และอ่านประกาศของกรมอุตุนิยมวิทยา มาร่วม 2 สัปดาห์แล้ว ดูตามข้อมูลที่อัพเดทล่าสุด น่าจะมีฝนตกสัปดาห์นี้ 2 วัน แต่รอแล้วรอเล่าก็ไม่มีทีท่าว่าฝนจะตก น้ำกินน้ำใช้ ก็ร่อยหรอลงทุกวัน เมื่อเช้าปั๊มน้ำขึ้นมาก็รดต้นไม้ได้นิดเดียวน้ำก็หมด

น้ำบ่อในบ้านที่ขุดใช้มากว่า 20 ปีไม่เคยแห้ง ปีนี้พ่อบอกว่าแล้งมากกว่าทุกปี และเป็นครั้งแรกที่น้ำแห้งจนไม่สามารถสูบน้ำขึ้นมาใช้ได้ ถ้าจะรอฝนตก ก็ไม่แน่ใจว่าปริมาณฝนจะมากพอที่จะมาเติมน้ำในบ่อหรือเปล่า พ่อก็เลยบอกว่าคงต้องขุดบ่อให้ลึกลงไปอีก 4 เมตร รวมกับที่ลึกอยู่เดิม 10 เมตร เป็น 14 เมตร พ่อจึงโทรไปจ้างและนัดหมายวันขุดบ่อในสัปดาห์ถัดมารถสีแดง

“น้าแดง” ถือว่าเป็นกระบี่มือหนึ่งด้านขุดบ่อดินด้วยมือเปล่า ชาวบ้านในพื้นที่รู้จักกันดี ทำอาชีพขุดบ่อน้ำมาได้ประมาณ 30 ปี มีบ่อที่ขุดแล้วนับพันบ่อ ราคาในการขุดบ่อเป็นเมตรละ 800 บาท น้าแดงมาพร้อมกับคนในทีมรวม 3 คน เริ่มต้นด้วยจัดเครื่องไหว้เจ้าที่พระแม่คงคาและพระแม่ธรณี จากนั้นวัดระยะของความลึกจากปากบ่อถึงก้นบ่อ ต่อด้วยสูบน้ำออก โยนชะแลงขุดดินลงไป เสร็จแล้วค่อย ๆ ไต่เกาะผนังบ่อลงไปด้านล่าง ผ่านไปครู่ใหญ่ น้าแดงก็ไต่ขึ้นมา และบอกว่า ดินที่นี่ไม่ถึงกับแข็งหรืออ่อนมาก พิจารณาดูแล้ว น่าจะใช้เวลาขุดไม่เกิน 2 วันก็เรียบร้อยบ่อลึก

Advertisement

Advertisement

ระหว่างนั้น ทีมงานอีก 2 คน ช่วยกันเตรียมอุปกรณ์เครื่องมือขุด ได้แก่ เสียม ชะแลง ถัง บุ้งกี๋และตั่ง พร้อมกับติดตั้งอุปกรณ์ด้านบนประกอบด้วย เครื่องเติมอากาศ ปั้มดูดน้ำและรอกสำหรับดึงถังใส่ดินขึ้นมาจากก้นบ่อ

น้าแดงอธิบายให้ฟังว่า บ่อที่ต้องขุด ถ้าลึกกว่า 10 เมตร ต้องติดตั้งเครื่องเติมอากาศไปที่ก้นบ่อ เพราะเวลาขุดดินในระดับนั้นต้องใช้แรงมาก เมื่อออกแรงมากก็จะสูญเสียออกซิเจนได้เร็ว หายใจถี่ มีโอกาสเป็นลมหรือช็อคได้ง่าย ๆ เรื่องแบบนี้ประมาทไม่ได้ถ้าประมาทคือตายสถานเดียว

Advertisement

Advertisement

จากนั้น น้าแดงก็ลงไปในบ่ออีกรอบ ไม่นานนัก ถังที่เต็มไปด้วยดินก็ถูกรอกดึงขึ้นมาถังแล้วถังเล่าทุก ๆ 5-7 นาที และทุก ๆ 20 นาที ก็จะได้ยินเสียงปั้มดูดน้ำขึ้นมาด้านบนเป็นจังหวัดสอดคล้องกันไปอย่างนี้ทั้งวัน และทุก ๆ 2 ชั่วโมง น้าแดงก็จะขึ้นมาด้านบนบ่อราว 15-20 นาที พักร่างกาย ยืนเส้น สูดลมหายใจเต็มที่แล้วก็ลงไปในบ่ออีก เพราะถ้าไม่ขึ้นมาพักน้ำจะดูดเอาแรงไปหมด ทำให้พละกำลังในการขุดลดลงน้ำจากท่อ

ผ่านไป 2 วัน หลังจากขุดเสร็จ น้ำออกมาใหม่ใสเหมือนตาตั๊กแตน แต่ยังใช้ไม่ได้ ต้องปั้มน้ำขึ้นมาทิ้งก่อนราว 30 นาทีจากนั้นต้องรอให้น้ำออกมาจากใต้ดินอีก 6 ชั่วโมง ถึงจะใช่ได้ และภายใน 15 วัน น้ำที่ปั้มขึ้นมาพักไว้ที่ถังเก็บน้ำ จะมีตะกอนเยอะ ต้องล้างถังเก็บน้ำ จากนั้นจึงจะปั้มน้ำขึ้นไปเก็บไว้ใช้ได้ตามปรกติ

Advertisement

Advertisement

ผมจึงถามเทคนิคหรือเคล็ดสำคัญที่ทำให้งาน “รับจ้างขุดบ่อ” ยังอยู่ได้ ทั้ง ๆ ที่รถรับเจาะน้ำบาดาลมีบริการทั่วไป ใช้เวลาแค่ 3 ชั่วโมงเจาะหาน้ำบาดาลลึก 60 เมตร ก็ได้น้ำใช้แล้ว

น้าแดงบอกว่า ข้อแรก บ่อที่ขุดส่วนใหญ่ เข้าจ้างขุดเอาไว้เป็นน้ำกิน น้ำใต้ดินนี่อร่อยที่สุดหล่ะ คนบ้านเรายังนิยมดื่มน้ำที่กรองจากน้ำใต้ดินอยู่เยอะ ส่วนน้ำใช้อื่น ๆ เข้าใช้น้ำประปาหมู่บ้านกับน้ำบาดาลกัน ข้อต่อมา มีคนทำอาชีพนี้มีน้อย เพราะต้องมีทักษะและความชำนาญในการหา “ตาน้ำ” มีทีมและอดทนอย่างมาก ขณะที่ความต้องการขุดบ่อน้ำกินก็ยังเยอะอยู่ ยิ่งเกิดภัยแล้งนี้ ยิ่งมีงานชุก ข้อสุดท้าย ซึ่งเป็นสิ่งที่น้าแดงกลั่นออกมาจากใจคนทำอาชีพนี้มานาน ก็คือ ที่สำคัญที่สุดนะ งานที่พี่ทำเป็นงานที่ฝึกให้พี่เป็นคนอ่อนน้อมถ่อมตนและรักธรรมชาติ ก่อนขุดพี่ต้องทำพิธีทุกครั้ง ต้องขออนุญาตเจ้าที่เจ้าทาง ขอขมาพระแม่ธรณีที่ขุดแทรกเนื้อตัวของแม่ จึงต้องขุดด้วยความเคารพ ขอวิงวอนให้พระแม่คงคาประทานน้ำเลี้ยงชีวิตให้เจอตาน้ำร่องน้ำใต้ดินโดยเร็ว และพี่มีข้อห้ามสำคัญคือ คนที่ทำงานขุดบ่อกับพี่ต้องไม่ปัสสาวะ ไม่ถ่มน้ำลายใส่น้ำใส่ดินเด็ดขาด พี่เลี้ยงชีวิตด้วยงานที่เกี่ยวกับน้ำกับดิน จึงต้องเคารพและกตัญญูต่อเขาชะแลง

เกินความคาดหมายและไม่น่าเชื่อครับว่า อาชีพที่ใคร ๆ อาจจะมองว่าลำบาก ยุ่งยาก ไม่น่าจะคุ้มกับรายได้ จะมีนัยยะแฝงในเชิงปรัชญาและการใช้ชีวิตย่างลุ่มลึกขนาดนี้ เหมือนกับที่เคยได้ยินมาว่า “การทำงานคือการปฏิบัติธรรม” ผมว่า งานรับจ้างขุดบ่อของน้าแดงนี่แหละคือ รูปธรรมหนึ่งของ “การปฏิบัติธรรมในขณะทำงาน” ที่แท้จริง

ภาพประกอบโดยผู้เขียน