เมืองนครราชสีมาหรือเมืองโคราชที่เรารู้จักเป็นเมืองเก่าที่มีความสำคัญมาตั้งแต่สมัยแรกเริ่มอาณาจักร และพื้นที่ของเมืองนครราชสีมาปรากฏถึงการตั้งถิ่นฐานและการใช้พื้นที่มาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ (ก่อนที่จะมีตัวหนังสือใช้) การอุบัติของเมืองนครราชสีมาจากการสืบค้นพบว่า เมืองนครราชสีมาอุบัติขึ้นตั้งแต่ในสมัยกรุงศรีอยุธยาเมื่อสมเด็จเจ้าสามพระยาสามารถตีเมืองพิมายได้สำเร็จและได้ย้ายเมืองหรือตั้งเมืองขึ้นมาใหม่อยู่ในเขตเมืองนครราชสีมาในปัจจุบัน ในกฎหมายตราสามดวงที่เป็นกฎหมายที่สืบทอดมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาได้กล่าวถึงเมืองนครราชสีมาที่ถูกจัดให้เป็นเมืองชั้นโท (เมืองนาโท) ผู้มารั้งตำแหน่งครองเมืองมีศักดินา 10,000 ไร่ จากนั้นเมืองนครราชสีมาจึงมีความสำคัญตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

พระอุดบสถเดิมวัดบึงสมัยกรุงศรีอยุธยา ภาพถ่ายโดย พงศธร อิ่มอุดม ผู้เขียนบทความ

            ในฐานะเป็นเมืองหน้าด่านหรือเมืองกันชนจากลาว เขมร ยังเป็นเมืองที่พักกองเกวียนสินค้าและเก็บเกี่ยวทรัพยากรส่งให้ทางอยุธยาเพื่อทำการค้า ความสำคัญของเมืองที่พร้อมอย่างนี้ทำให้อาณาจักรศูนย์กลางจึงต้องเข้ามาดูแลอย่างเป็นพิเศษอย่างการสร้างกำแพงเมือง สร้างวัดวาอารามต่าง ๆ และส่งคนไปปกครอง เพื่อดูแลให้เมืองมีความมั่นคง เมื่อครั้งในสมัยของสมเด็จพระนารายณ์มหาราชพระองค์ได้ส่งนายช่างทั้งชาวสยามและชาวฟรั่งเศส เข้ามาปรับปรุงซ่อมบำรุงดูแลเมืองนครราชสีมาให้มั่นคงมากยิ่งขึ้น และพระองค์ยังได้สร้างวัดขึ้นภายเขตกำแพงเมืองนครราชสีมา คือ วัดอีสาน วัดบูรพ์ วัดพายัพ วัดสระเเก้ว และวัดบึง โดยเฉพาะวัดบึง เป็นวัดที่ยังคงเหลือศิลปะเดิมมากที่สุด และเป็นวัดที่ชาวโคราชนิยมไปกราบไหว้เพื่อเสริมสิริมงคลมากที่สุดในทุกเทศกาล

Advertisement

Advertisement

ฐานพระอุโบสถเดิมทรงแอ่นสำเภาศิลปะอยุธยา วัดบึง ภาพถ่ายโดย พงศธร อิ่มอุดม ผู้เขียนบทความ

             วัดบึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของเมืองโคราชและเป็นวัดที่ท่านใดในโคราชที่ต้องการไหว้พระเก้าวัดจะต้องมาสักการะทำบุญที่วัดแห่งนี้ วัดนี้ตั้งอยู่ที่ เลขที่ 82 ถนนจอมพล ตำบลในเมือง อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา ที่ชื่อวัดบึงนี้ก็เพราะว่าในสมัยก่อนในวัดมีสระน้ำขนาดใหญ่อยู่ภายในและเป็นสระน้ำที่สำคัญชาวเมืองในเขตกำแพงเมืองนครราชสีมาที่ได้กินได้ใช้สระน้ำแห่งนี้

Advertisement

Advertisement

พระประธานในพระอุโบสถเดิมวัดบึง (หลวงพ่อโตอู่ทอง) ศิลปะอยุธยาผสมศิลปะลาวและศิลปะท้องถิ่น ภาพถ่ายโดย พงศธร อิ่มอุดม ผู้เขียนบทความ

              ภายในวัดบึงตรงพระอุโบสถยังมีโครงสร้างสถาปัตยกรรมเดิมเหลืออยู่ โดยเพฉาะตรงส่วนฐานพระอุโบสถถูกสร้างให้เเอ่นเรียกว่าแอ่นสำเภา เป็นศิลปะที่ได้รับอิทธิพลมาจากศิลปะอยุธยา ภายในพระอุโบสถประดิษฐานพระประธานปางมารวิชัยชื่อหลวงพ่อโตอู่ทอง หน้าตักกว้าง 6 ศอก เป็นพระประธานตั้งแต่แรกสร้างเมื่อครั้งกรุงศรีอยุธยา มีส่วนผสมของศิลปะ อยุธยาและลาวผสมท้องถิ่น อีกทั้งยังมีพระพุทธรูปเก่าแก่อีกมาก เช่น พระพุทธรูปสมัยต้นกรุงศรีอยุธยา พระพุทธรูปที่สร้างในช่วงพุทธศตวรรษที่ 24 ที่สร้างโดยคนท้องถิ่นเป็นต้น

Advertisement

Advertisement

พระนาคปรกศิลปะอยุธยาตอนต้นประดิษฐานในพระอุโบสถเดิมวัดบึง ภาพถ่ายโดย พงศธร อิ่มอุดม ผู้เขียนบทความ

              ด้านนอกพระอุโบสถมีใบเสมาตั้งอยู่ล้อมรอบเป็นใบเสมาเก่าแก่ของวัดมีลวดลายลูกประคำที่ได้รับมาจากศิลปะเขมร และที่สำคัญเป็นใบเสมาคู่แสดงว่าเป็นวัดหลวงหรือพระอารามหลวง ด้านซ้ายของพระอุโบสถเป็นโรงเก็บของเก่าใครอยากเห็นคันทวยไม้ค้ำหลังคาพระอุโบสถเก่าไปดูได้ครับ และยังมีข้าวของเครื่องใช้ของคนในท้องถิ่นให้เห็นอยู่ด้านใน (ดูจากทางด้านนอก ด้านในเข้าไปไม่ได้)

พระพุทธรูปสร้างขึ้นในสมัยพุทธศตวรรษที่ 24 ตรงฐานมีจารึก ภาพถ่ายโดย พงศธร อิ่มอุดม ผู้เขียนบทความ

             วัดบึงเป็นวัดที่อยู่ในเขตกำแพงเมืองนครราชสีมา ซึ่งในเขตกำแพงเมืองนครราชสีมานี้ยังมีวัดเก่าแก่อยู่อีก 5 วัด โดยเฉพาะวัดพระนารายณ์ ที่สร้างมาตั้งแต่ก่อนสมเด็จพระนารายณ์มหาราช แต่ใคร ๆ จะเข้าใจว่าสร้างในสมัยของพระองค์ท่าน ส่วนวัดอื่น ๆ อย่าง วัดอีสาน วัดบูรพ์ วัดพายัพ วัดสระแก้ว เป็นวัดที่สร้างในสมัยของพระองค์ท่านทั้งหมด มาเที่ยวกันนะครับ

 

พระพุทธรูปปูนปั้นศิลปะลาวผสมท้องถิ่นวัดบึง ภาพถ่ายโดย พงศธร อิ่มอุดม ผู้เขียนบทความ

ภาพถ่ายโดย พงศธร อิ่มอุดม ผู้เขียนบทความ