พิมายเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญของจังหวัดนครราชสีมา เพราะในแต่ละปีสถานที่แห่งนี้สามารถทำเงินได้หลายล้านบาท นอกจากจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจแล้ว ยังเป็นแหล่งค้นคว้าข้อมูลทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีของนักวิชาการ และที่สำคัญยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวเพื่อสร้างแรงบันดาลใจและจิตนาการให้กับเด็ก ๆ  ในวิชาการและศิลปะ เพื่อเป็นประโยชน์ให้กับท้องถิ่นในอนาคต 

ปราสาทพิมายมุมด้านนอกโคปุระหรือระเบียงรั้ว ภาพถ่ายโดย พงศธร อิ่มอุดม ผู้เขียนบทความ

           เมืองโบราณพิมายแห่งนี้ในช่วงที่กรุงรัตนโกสินทร์ก่อตั้งขึ้นจนกระทั่งถึงปี พ.ศ. 2500 เมืองพิมายหรืออำเภอพิมายถือว่าเป็นเขตชนบท แต่ถ้าย้อนไปในอดีตช่วง 1,500 ปีที่แล้ว เมืองมี้มีความเจริญรุ่งเรืองอย่างมากในช่วงสมัยที่อาณาจักรเขมรเข้ามาปกครองเมืองพิมาย เขมรได้เข้ามาสร้างบ้านแปลงเมืองพิมายให้มีความเจริญเพื่อรองรับให้เป็นเมืองหน้าด่านก่อนที่สภาวะสงครามจะเข้าถึงเมืองพระนครในกัมพูชา

Advertisement

Advertisement

            ก่อนหน้าที่เขมรจะเข้ามาปกครองเมืองพิมายในช่วงพุทธศตวรรษที่ 16 เมืองนี้เป็นเมืองอิสระมาก่อน และก็มีกษัตริย์ท้องถิ่นปกครองอยู่ เมื่อเขมรเข้ามาปกครองจึงได้ผนวกเมืองนี้อยู่ในขอบขัณฑสีมาของเมืองพระนครในสมัยของพระเจ้าชัยวรมันที่ 6 และได้สร้างปราสาทพิมายขึ้นเพื่อเป็นตัวแทนของอำนาจที่อยู่เหนือเมืองพิมายแห่งนี้ของพระองค์ ในปัจจุบันกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ทำรายได้ให้กับท้องถิ่นอย่างมหาศาล

             ปราสาทพิมายตั้งอยู่ที่ 341/3  ตำบลในเมือง อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา เสียค่าเข้าชมคนไทย 10 บาท ชาวต่าชาติ 40 บาท ภายในโบราณสถานประกอบด้วย 
                - รั้ว เป็นกรอบสี่เหลี่ยมรอบตัวปราสาท มีประตูทางเข้าออก และรั้วนี้เป็นตัวกำหนดขอบเขตในการวางผังปราสาท

Advertisement

Advertisement

                - พลับพลาเปลื้องเครื่อง อยู่ด้านซ้ายมือ หรือห้องเปลี่ยนเครื่องแต่งกายก่อนที่จะเข้าไปประกอบพิธีกรรม มี 2 ห้อง เป็นไปได้ว่าแยกหญิงชาย

บันไดนาคหรือสะพานนาค ปราสาทพิมาย ภาพถ่ายโดย พงศธร อิ่มอุดม ผู้เขียนบทความ

                - บันไดทางขึ้นเป็นสะพานนาค ประดับประติมากรรมรูปสิงห์สองตัวแกะสลักจากหินทรายตั้งอยู่ตรงหน้าบันไดเป็นตัวเเทนให้เฝ้าศาสนสถาน
                - โคปุระหรือระเบียงเป็นประตูทางเข้าตัวปราสาท

พระพุทธรูปปางนาคปรก กัมมะระเตง ชะคะตะ วิมายะ ประดิษฐานในปราสาทประธาน ภาพถ่ายโดย พงศธร อิ่มอุดม ผู้เขียนบทความ
                - ปราสาทประทาน  ก่อด้วยหินทรายสีขาวเรียงขึ้นไปเป็นชั้น ๆ และสลักลวดลายต่างๆ เช่น ลายประจำยาม ลายกลีบบัว บนยอดแกะสลักเป็นรูปครุฑแบกสี่ทิศ เหนือขึ้นไปมีภาพแกะสลักเทพประจำทิศ ทับหล้งและหน้าบันมีภาพสลักเรื่องรามายณะ ด้านหน้าปราสาททางทิศใต้ มีภาพสลักศิวนาฏราชหรือท่ารำของพระศิวะ ภายในตัวปราสาทประธาน มีพระพุทธรูปนาคปรก ชื่อ กัมมะระเตง ชะคะตะ วิมายะ ประดิษฐานอยู่ สร้างในช่วงพุทธศตวรรษที่ 18 สมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 แต่เป็นองค์จำลอง องค์จริงอยู่ที่พิพิธภัณฑ์พิมาย

Advertisement

Advertisement

                - ปรางค์พรหมทัต ก่อด้วยศิลาแลง สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ภายในพบประติมากรรมหินทรายองค์จำลองของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 นั่งขัดสมาธิสมาธิอยู่ภายใน (องค์จริงอยู่ที่พิพิธภัณฑ์พิมาย) ปรางค์พรหมทัตมี 2 ปรางค์ อีกปรางค์สันนิษฐานว่าภายในเคยบรรจุรูปจำลองพระนางชัยราชเทวี พระมเหสีของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 
                - ปรางค์หินแดง อยู่ด้านขวาของปราสาทประธาน สันนิษฐานว่าเป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาพราหมณ์ฮินดู
                - ประตูชัย เป็นประตูประจำทั้งสี่ทิศ แต่ทางทิศใต้เป็นประตูที่เชื่อมกับถนนไปยังเมืองพระนคร ที่กัมพูชา
                - บารายหรือสระน้ำ ภายในมีบารายหรือสระน้ำขนาดย่อม ๆ ก่อนถึงตัวปราสาท ขุดไว้เพื่อใช้สอยและประกอบพิธีกรรม

ภาพปราสาทพิมายโดยรวม ภาพถ่ายโดย พงศธร อิ่มอุดม ผู้เขียนบทความ

           ปราสาทพิมายแบ่งออกเป็นสองช่วงของเหตุการณ์ คือ ช่วงแรกพุทธศตวรรษที่ 16 เป็นช่วงแรกของการสร้างปราสาท ทั้งหมดที่สร้างในสมัยนี้เป็นศิลปะแบบบาปวน ช่วงที่สองคือพุทธศตวรรษที่ 18 ในสมัยของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ปราสาทพิมายได้ถูกต่อเติมและปรับให้เป็นพุทธสถาน จากเดิมเป็นเทวสถานของพราหมณ์ฮินดู เป็นการบ่งบอกถึงพัฒนาการของปราสาทหลังนี้ที่ถูกใช้ในการทำพิธีกรรมมาอย่างยาวนาน

           ปัจจุบันปราสาทพิมายได้ถูกผลักดันให้เป็นมรดกโลก เพื่อเป็นแหล่งทองเที่ยวที่สำคัญของประเทศ และมีความเป็นไปได้ว่าแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมแห่งนี้จะมีคนมาเที่ยวชมจากทั่วทุกมุมโลก ทำให้ธุรกิจการท่องเที่ยวในระดับท้องถิ่นมีความมั่งคั่งและเป็นตัวอย่างให้กับแหล่งอื่น ๆ หากท่านใดสนใจเช้าชมสามารถไปได้ครับ เปิดให้เข้าชมทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการและวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตั้งแต่เวลา 7.00 - 18.00 น. อัตราค่าเข้าชม ค่าเข้าชมคนไทย ๒๐ บาท ค่าเข้าชมคนต่างชาติ ๑๐๐ บาท นักเรียน นักศึกษาในเครื่องแบบ ภิกษุ สามเณร ไม่เสียค่าใช้จ่าบเข้าชมครับ 

            

          

ภาพถ่ายโดย พงศธร อิ่มอุดม ผู้เขียนบทความ