เช็ครถยนต์ให้พร้อมก่อนเดินทางไกล

          สวัสดีครับเพื่อน ๆ วันนี้ผมอยากจะมาแชร์ให้ฟังเกี่ยวกับทริคการเช็ครถยนต์ให้พร้อมก่อนการเดินทางไกลง่าย ๆ เพราะตอนนี้ก็เดือนมีนาคมแล้วใกล้เทศกาลสงกรานต์เข้ามาเรื่อยๆแล้วและก็ใกล้ถึงช่วงการเดินทางไกลของหลาย ๆ คนที่ออกไปทำงานไกลบ้าน วันนี้ผมจึงอยากจะมาแนะนำเรื่องการตรวจเช็ครถเบื้องต้นก่อนที่เราจะเดินทางไกล เพื่อไม่ให้รถมีปัญหาระหว่างเดินทางไกล และทำให้เราเดินทางกลับบ้านได้อย่างอุ่นใจกันนะครับ 

สิ่งสำคัญที่เราควรตรวจเช็คก่อนออกเดินทางไกลมีดังนี้นะครับ

  1. น้ำมันเครื่อง
  2. หม้อน้ำ
  3. แบตเตอรี่
  4. ไฟส่องสว่างรอบ ๆ ตัวรถ
  5. ลมยาง

     ที่ผมได้กล่าวไปข้างต้น 4 ข้อนี้ เป็นการเช็คเบื้องต้นก่อนเดินทางไกลสำหรับรถที่มีสภาพปกติไม่มีปัญหาใด ๆ นะครับ สำหรับรถที่เก่าและมีอายุการใช้งานนานแล้วแนะนำว่าให้เช็คอย่างละเอียดกว่านี้แต่ถ้าเกิดว่ารถใช้งานทุกวันมีสภาพสมบูรณ์อยู่แล้วผ่านการดูแลจากเราตลอด เราก็เช็คเพียงเท่านี้ก็สามารถเดินทางไกลได้แล้วละครับเพื่อน ๆ

Advertisement

Advertisement

มาเริ่มกันเลยครับ

     1.) น้ำมันเครื่อง

     ก่อนเดินทางไกลเราควรดูเป็นอันดับแรก เพราะเครื่องยนต์เป็นหัวใจสำคัญของรถยนต์ ถ้าหากน้ำมันเครื่องหายไปก็อาจจะทำให้เครื่องยนต์เกิดความเสียหายระหว่างการเดินทางได้หรืออาจจะทำให้เสียหายได้ในระยะยาว

         วิธีเช็คเบื้องต้น

  1. จอดรถในระนาบสมดุลดับเครื่องและรอสักครู่
  2. เปิดฝากระโปรงดูก้านวัดน้ำมันเครื่องว่าอยู่ตรงไหน
  3. ดึงก้านวัดน้ำมันเครื่องออกมาเช็ดด้วยผ้าแห้งสะอาด
  4. เสียบก้านวัดน้ำมันเครื่องลงไปใหม่
  5. ดึงขึ้นมาแล้วดูว่าน้ำมันเครื่องอยู่ในระดับที่พอดีหรือขาด

(เครดิตภาพ...จากผู้เขียน)(เครดิตภาพ...จากผู้เขียน)

     2.) หม้อน้ำ

Advertisement

Advertisement

     หม้อน้ำเป็นสิ่งสำคัญอีกอย่างของเครื่องยนต์ เพราะหม้อน้ำจะช่วยระบายความร้อนของเครื่องยนต์ขนาดเครื่องร้อน เราจึงควรที่จะหมั่นตรวจเช็คเป็นประจำทั้งหม้อน้ำและหม้อพักน้ำหมั่นตรวจสอบว่าหม้อน้ำของเราปกติไหมมีน้ำขาดหายไปหรือเปล่า เพราะถ้าน้ำในหม้อน้ำขาดหายไปก็อาจจะทำให้เครื่องยนต์เกิดความเสียหายได้ เนื่องจากอุณหภูมิในเครื่องยนต์ร้อนเกินไปจนทำให้เครื่อง overheat และจะทำให้ฝาสูบของเครื่องยนต์โกงได้หากน้ำในหม้อน้ำแห้ง

ข้อควรระวัง 

 1. ไม่ควรเปิดเช็คหม้อน้ำขณะเครื่องร้อนควรรอให้เครื่องเย็นก่อนจึงเปิดเช็คดู                                                                                                     

 2. หากเราตรวจเช็คหม้อน้ำของรถเราแล้วเกิดมีน้ำแห้งให้ลองเติมน้ำและลอง start เครื่องและขับดูและลองตรวจเช็คดูอีกครั้งตอนเครื่องเย็นแล้วว่ามีน้ำหายไปไหม หากมีน้ำหายไปให้เติมน้ำและรีบนำรถไปที่ศูนย์บริการหรือร้านซ่อมใกล้ ๆ บ้านเพื่อตรวจหาสาเหตุก่อนเดินทาง

Advertisement

Advertisement

(เครดิตภาพ...จากผู้เขียน)(เครดิตภาพ...จากผู้เขียน)

(เครดิตภาพ...จากผู้เขียน)(เครดิตภาพ...จากผู้เขียน)

ควรเช็คน้ำทั้งหม้อน้ำและหม้อพักน้ำ หม้อพักน้ำควรอยู่ในระดับ Max ดังภาพ

ขีดด้านบนหม้อพักน้ำ คือ ระดับ MAX

ขีดด้านล่างหม้อพักน้ำ คือ ระดับ MIN 

     3.) แบตเตอรี่

     แบตเตอรี่ก็เป็นสิ่งสำคัญรองลงมาจากน้ำมันเครื่องและหม้อน้ำ เพราะแบตเตอรี่เป็นตัวเก็บไฟสำหรับใช้ในการ start และจ่ายไฟไปยังสิ่งต่าง ๆ  ในรถไม่ว่าจะเป็นไฟส่องสว่าง,วิทยุ,ช่องเสียบชาร์จในตัวรถและอื่น ๆ อีกมากมายเราจึงควรตรวจเช็คเป็นประจำสม่ำเสมอ 

วิธีตรวจเช็ค 

1. ให้เราดูวันที่ที่เราซื้อแบตเตอรี่มาอายุการใช้งานของแบตเตอรี่มากที่สุดคือ 1.5-2 ปี แต่ไม่เกิน 3 ปี หากนานกว่านั้นควรเปลี่ยน เพราะแบตเตอรี่น่าจะเริ่มเสื่อมและเก็บไฟไม่อยู่แล้ว                                                                                                                                       

2. ให้ดูจากตาแมวที่แบตเตอรี่ว่าสถานะไฟตอนนี้เป็นอย่างไร ดูตามสัญลักษณ์บอกสถานะตาแมวตามสติ๊กเกอร์ที่ติดอยู่ที่แบตเตอรี่ หากสถานะไฟเป็นสถานะอย่างไรก็ตามที่สติ๊กเกอร์บอกควรทำตามหากสถานะยังไม่เปลี่ยนเมื่อเราทำตามแล้วแนะนำว่าให้หาร้าน แบตเตอรี่ใกล้ ๆ บ้านเพื่อตรวจเช็คแบตเตอรี่                                                    

สัญลักษณ์ตาแมวแบตเตอรี่จะมี 3 สถานะดังนี้                                                                                                                 

1.ไฟเต็ม                                                                                                                                                                                                   

2. ควรเติมน้ำกลั่น                                                                                                                                                                                       

3. ควรชาร์จไฟ                                                                                                                                                                                            

4. สำหรับแบตเตอรี่น้ำควรเช็คน้ำกลั่นให้อยู่ในระดับที่พอดีขีดในแบตเตอรี่ 

(เครดิตภาพ...จากผู้เขียน)จากภาพ คือ ตาแมวบอกสถานะไฟในแบตเตอรี่

(เครดิตภาพ...จากผู้เขียน)

(เครดิตภาพ...จากผู้เขียน)จากภาพ คือ สติ๊กเกอร์บอกลักษณะตาแมวที่ปรากฎบนแบตเตอรี่

(เครดิตภาพ...จากผู้เขียน)

     4.) ไฟส่องสว่างรอบ ๆ ตัวรถ

     ไฟส่องสว่างรอบ ๆ ตัวรถนั้นเป็นสิ่งสำคัญไม่ว่าจะเป็นกลางวันหรือกลางคืน เพราะไฟส่องสว่างรอบ ๆ ตัวรถนั้นเป็นการให้สัญญาณต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นรถที่ตามหลังมา,รถที่สวนทางมาและรถคันหน้า หากไฟส่องสว่างต่าง ๆ รอบตัวรถเกิดเสียหรือไม่ติดก็อาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่ายเลยทีเดียวครับ สำหรับการตรวจเช็คไฟส่องสว่างรอบคันนั้นไม่ยาก เพราะเราสามารถลองเปิดและลงจากรถไปดูได้ว่าไฟของรถเราเกิดความเสียหายหรือไม่   แต่ไฟเบรคแนะนำว่าให้หาอีกคนมาช่วยดูระหว่างเราลองเหยียบดูนะครับ

     ไฟส่องสว่างที่ควรเช็ค 

  1.ไฟส่องทางด้านหน้าทั้งไฟสูง,ไฟต่ำ,และไฟหรี่                                                                                                                                           

  2.ไฟหรี่ด้านหลัง,ไฟเบรคด้านท้าย,ไฟส่องป้ายทะเบียนท้าย,ไฟตัดหมอก                                                                                                                           

  3.ไฟเลี้ยวด้านหน้า-ด้านหลัง,ไฟผ่าหมากหรือไฟฉุกเฉินด้านหน้า-ด้านหลัง หากเกิดการชำรุดหรือไม่ติดให้รีบนำไปเปลี่ยนโดยด่วนเพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ

(เครดิตภาพ...จากผู้เขียน)(เครดิตภาพ...จากผู้เขียน)

(เครดิตภาพ...จากผู้เขียน)(เครดิตภาพ...จากผู้เขียน)

     5.) ลมยาง

     ลมยางรถถือเป็นเรื่องสำคัญเราควรตรวจเช็คให้อยู่ในระดับมาตรฐาน เพราะถ้าหากลมยางรถของเราแต่ละล้ออยู่ในระดับที่อ่อนไปก็จะทำให้รถของเรามีสมดุลที่ผิดเพี้ยน,กินน้ำมันมากเกินไปและอาจจะทำให้ยางรถของเราหมดดอกยางเร็วเกินไป แนะนำว่าก่อนเดินทางไกล ควรตรวจเช็คให้อยู่ในระดับมาตรฐานก่อนออกเดินทาง เพื่อป้องกันการกินน้ำมันมากเกินไปและป้องกันความเสียหายที่จะเกิดกับยางรถของเรา

วิธีเช็คลมยางให้อยู่ในระดับมาตฐาน  

ที่ข้างประตูฝั่งคนขับจะมีขนาดลมมาตฐานที่เหมาะสมกับยางรถของเรา เราสามารถเติมลมยางตามขนาดที่บอกไว้กับตัวรถได้เลย สามารถเช็คได้โดยเติมเองตามสถานีบริการน้ำมันต่าง ๆ หรือ นำไปเช็คกับร้านยางรถยนต์ก็ได้ครับ 

ข้อควรระวัง

1. หากยางของเรามีอายุการใช้งานเกิน 3 ปี แล้วแนะนำว่าให้เปลี่ยน เพราะ ยางเก่าประสิทธิภาพก็ลดลงไปหมดแล้วเพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุระหว่างการเดินทาง

2. ไม่ควรเติมลมยางแข็งจนเกินไป เพราะ อาจจะทำให้ยางระเบิดได้

(เครดิตภาพ...จากผู้เขียน)  จากภาพ คือ สติกเกอร์บอกบนาดการเติมลมให้พอดีกับขนาดยางของรถยนต์

(เครดิตภาพ...จากผู้เขียน)

(เครดิตภาพ...จากผู้เขียน)(เครดิตภาพ...จากผู้เขียน)

(เครดิตภาพ...จากผู้เขียน)(เครดิตภาพ...จากผู้เขียน)

อยากแนะนำทุกคนว่าในขณะเราเดินทางไกล ๆ ไม่รู้ว่ารถยนต์ของเราจะมีปัญหาหรือไม่แนะนำว่าให้มี 3 สิ่งนี้ติดรถเอาไว้ดังภาพ คือ

  1. สายพ่วงแบตเตอรี่
  2. สายลากจูง
  3. ไฟส่องสว่างในเวลากลางคืนแบบเสียบปลั๊กบนรถได้

(เครดิตภาพ...จากผู้เขียน)(เครดิตภาพ...จากผู้เขียน)

สำหรับสิ่งที่นำมาแชร์ให้ฟังนี้ไม่จำเป็นว่าเราต้องทำแค่เฉพาะก่อนออกเดินทางไกลเราสามารถทำได้ทุกวัน เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดและความสมบูรณ์สูงสุดของรถเราให้เพราะใช้งานและพร้อมเดินทางไกลอยู่เสมอ 

ขอบคุณครับ