ห้อง หลอนโรงแรมหรู

 สำหรับโรงแรม เกรดดี และ มีระดับเชื่อได้เลยว่าไม่ว่าใครก็ต่างปรารถนาอยากจะเข้าไปพักผ่อน ดื่มด่ำ กับอรรถรสและการบริการ ที่แสนประทับใจอยู่เสมอจริงไหม

แต่จะมีใครบ้างหล่ะ  ที่จะรับรู้เรื่องราวอันลึกลับบางอย่าง ว่าโรงแรมหรูบางแห่งนั้น  ก็มีเรื่องราวแปลกๆซ่อนเร้นไว้ภายในแบบเงียบๆ โดยเรื่องราวที่จะกล่าวถึงนี้ เป็นเหตุการณ์  ที่เกิดขึ้นจริงภายในเมืองโคราช บ้านเกิดผมเอง

  เรื่องนี้เป็นเรื่องที่จะทราบกันดีในแผนก แม่บ้าน หรือ housekeeping ในโรงแรมดังกล่าวเพียงเท่านั้น และจะมีบางส่วนงานที่รับรู้ แต่ไม่สามารถที่จะแพร่งพรายให้แก่ผู้คนภายนอกได้รู้

เพราะอาจจะทำให้ไม่มีใครมาพัก  และตกงานกันเป็นแน่

 ในขณะนั้น ผมได้พึ่งเข้ามาเริ่มฝึกงาน และ ปฏิบัติงานอยู่ที่โรงแรมแห่งนี้ ในตำแหน่งรูมบอยซึ่งมีหน้าที่บริการ ลูกค้าในรอบกลางคืน ของโรงแรม

Advertisement

Advertisement

สถานที่ดังกล่าวนั้น มีทั้งหมด  6 ชั้น และมีห้องพัก มากมายกว่า 500 ห้อง โดยตึกหน้าสุด

ที่เป็นส่วนของล็อบบี้นั้น  จะเป็นห้องโถงใหญ่โตเป็นอย่างมาก  เรื่องมันเกิดอยู่ที่ชั้น 2 ของโรงแรมที่นี่หล่ะครับ

 ในคืนที่เกิดเหตุ  ตอนนั้น เวลาจะอยู่ที่ประมาณ ตี1เศษเห็นจะได้ 

ผมได้ปฏิบัติหน้าที่ตามปรกติ  ที่จะต้องเดินตรวจตรา รอบทางเดิน ในทุกๆชั้นของตึก ว่ามีสิ่งใดผิดสังเกตหรือไม่ อีกทั้งเป็นการบริการแก่ลูกค้า ซึ่งบางท่านยังพึ่งกลับจากท่องราตรี

เพราะเผื่อว่ามีสิ่งใดที่ต้องการความช่วยเหลือ  เป็นต้น

แต่เมื่อมองไปสุดสายตา ของทางเดินอันยาวไกล กลับมองเห็นร่างดำๆคล้ายคนแต่สูงใหญ่เป็นอย่างมากคล้ายต่างชาติ  ตรงห้องสุดทาง ซึ่งเป็นห้อง 235 

ซึ่งตรงนั้น จะเป็นห้องมุมสุด  โดยถ้าสุดทางเดินจะเป็นบันไดหนีไฟ   ซึ่งปรกติแล้วห้องนี้ค่อนข้างที่จะมีกลิ่นอับ เพราะ ได้เคยเช็คในตอนกลางวันเสมอ   จุดที่เขายืนอยู่ดังกล่าวนั้น จะอยู่จุดสุดแสงไฟ จึงไม่สามารถมองได้ชัดนัก จึงทำให้ผมสงสัยว่ามีลูกค้าดื่มสุรา แล้วกลับห้องไม่ถูก หรือไม่ ผมจึงค่อยๆเดินเข้าไปหาเงาดังกล่าวนั้น    แต่ทันใดนั้นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อก็เกิดขึ้นในระยะก่อนหน้าประมาณเกือบ 30 เมตรก่อนถึงตัวเขาคนนั้น 

Advertisement

Advertisement

 เพราะเงานั้นๆได้เดินหายไป ภายในห้อง 235 นั่นเอง ซึ่งเป็นห้องสุดท้ายติดกับทางหนีไฟ   ซึ่งในระหว่างนั้น ผมคาดว่าผมไม่น่าจะตาฝาด เพราะ ยังไม่ง่วงนอน

อีกทั้งยังเป็นเวลาที่ยังพอมีคนเดินกันอยู่ที่บริเวณLobby 

แต่ทำไมถึง มีเรื่องราวดังกล่าวเกิดขึ้น จึงรีบกลับไปที่แผนกแล้วเช็คที่คอมพิวเตอร์ ว่าสถานะของการเข้าพัก เป็นอย่างไรบ้างปรากฏว่าเป็นห้องว่าง

ผมจึงลองชวนเพื่อนร่วมรอบเดียวกันไปดู

Advertisement

Advertisement

เพราะเผื่อจะเป็นมิจฉาชีพ  ก็เป็นได้

จึงได้เบิกเอา Master Key  ของแผนก เพื่อขึ้นไปเปิดห้องกับเพื่อนอีกคนหนึ่ง

เมื่อไปถึงหน้าห้อง จึงทำการเปิดเข้าไป   สิ่งที่น่าตกใจปนสงสัยก็คือ ทีวีถูกเปิดทิ้งไว้ โดยไม่ได้เสียบการ์ด

ซึ่งในห้องทุกห้องนั้นจำเป็นที่จะต้องนำมาสเตอร์คีย์ มาวางไว้ที่ล็อคของมัน

ทีวี หรือ ระบบไฟภายในห้องพักถึงจะเปิดใช้งานได้   ผมจึงพูดกับเพื่อนว่าสงสัยระบบไฟคงเสีย

ต้องแจ้งแผนกช่าง  จากนั้นจึงนำการ์ดเสียบ แล้วตรวจเช็คภายในห้องพัก ทุกมุม แต่ไม่พบว่ามีใครเข้าไปอย่างแน่นอน 

จึงตัดสินใจกันว่าจะพากันกลับที่ออฟฟิศ  แต่พอปิดประตูห้อง 235 เท่านั้น หล่ะพวกเราต้องหันขวามาทางประตูหนีไฟ   ที่สามารถจะมีช่องกระจกเล็กๆ ไว้ดู ภายนอกที่เป็นบันไดได้ เพราะมันมีหลอดไฟที่ติดอยู่ ตามทางเดินที่กำลังจะขาด และ กระพริบอยู่  

ภายในทางหนีไฟ  มันมีสิ่งหนึ่งสีดำ  ตาสีแดง ขนาดสูงกว่ามนุษย์  สักเล็กน้อยอยู่ภายในบริเวณขั้นสุดท้ายก่อนสุดสายตาของชั้นนั้น  พวกเราต่างตกตะลึง จ้องผ่านประตูหนีไฟที่เป็นเหล็กหนากั้นอยู่ด้วยความช็อค

เงาดังกล่าวนั้นคล้ายกับแหงนขึ้นมามองดูเราสองคน ที่แทบจะก้าวขาไม่ออกกันอยู่แล้ว

เพราะ อย่างที่ทุกท่านรุ้ก็คือประตูหนีไฟนั้น จะสามารถเปิดได้จากทางเดียว และ สิ่งนั้นเข้าไปได้อย่างไรและ ไปอยู่ทำไมตรงนั้น   ซึ่งปกติแล้วไม่มีใครเข้าไปแน่นอน        

ผมเป็นคนที่ตั้งสติได้แล้ววิ่งก่อน  โดยมีเพื่อนวิ่งตามมา โดยโชคยังดีที่พวกเราวิ่งไปเจอลุง รปภอยู่หน้าลิฟท์  จึงบอกให้ลุงไปดูให้หน่อยว่ามันคืออะไรกันแน่ ลุงแกท่าทางจะเป็นคนที่ไม่กลัวเรื่องดังกล่าว   จึงเดินตรงรี่ไปดูพร้อมผลักประตูหนีไฟเข้าไปดู ส่องไฟฉายไปด้วย แต่ปรากฏว่าไม่พบสิ่งผิดปกติแต่อย่างใด มีเพียงหลอดไฟที่กระพริบ อยู่เพียงเท่านั้น 

เมื่อกลับมาจนถึงที่ตอกบัตร และป้อมยาม   ผมและเพื่อน จึงได้เล่าเรื่องดังกล่าวให้ลุงฟังอย่างละเอียด

ซึ่งลุงคนนั้นก็ได้แต่ยิ้ม แล้วบอกว่าเขาก็อยู่ของเขา   เราก็อยู่ของเรา ทำบุญให้เขาบ้าง แกพูดแค่นั้นจริงๆ 



 

เมื่อถามดูกับ รุ่นพี่ที่เคยทำงานที่นี่มานานแล้ว พวกเหล่านั้นได้กล่าวว่า

ชั้น 2 มีเหตุการณ์เกิดขึ้นประจำ และ ห้องนั้นเมื่อมีลูกค้า  เข้ามาพัก ลูกค้าทุกคนมักที่จะอยู่ไม่ได้ และ ขอย้ายห้องเสมอไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือต่างชาติก็ตามที  

โดยจากคำบอกเล่าของแผนกต้อนรับ ก็คือ ลูกค้าเกือบทุกรายที่เข้าพักที่ห้อง 235 นั้น จะมีการเล่าเรื่องราวคล้ายๆกันว่า  ระหว่างที่นอนอยู่ภายในห้องจะมี คล้ายวัตถุหนักๆ มาทับที่ตัวอยู่จนขยับไม่ได้เป็นเวลานานมาก แม้ดิ้นอย่างไร ก็ดิ้นไม่หลุด พยายามลืมตาก็ลืมไม่ขึ้น อืดอัดอยู่นานจนกว่าจะหลุด และ หนีออกมาได้ แต่บางรายหนักเข้าไปกว่านั้นคือเห็นเป็นเงาร่างใหญ่สีดำยืนอยู่ข้างเตียง และ ไม่ขยับเขยื้อนไปไหน จ้องมาที่ผู้ที่นอนอยู่บนเตียงด้วยสายตาอันแข็งกร้าว เหมือนกับ โกรธแค้นกันมานาน  ก่อนที่ลูกค้าจะหนีมานอนที่โต๊ะที่ใช้รับแขกที่บริเวณ Lobby อยู่เป็นประจำ ซึ่งห้องนี้ก็มักจะถูกกันไว้เป็นห้องสุดท้ายเสมอ ของโรงแรมแห่งนี้ ถ้าเวลาที่แขกเต็มจริงๆ หรือ ไม่สามารถหาห้องพักใดได้อีกแล้ว จึงจะมีการเปิดให้เข้าพัก และ สุดท้ายก็จะลงเอยจบ ด้วยเหตุการณ์คล้ายๆกัน ซึ่งนั่นก็คือไม่สามารถมีใครพักที่นั่นได้.

 

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่น่าแปลกเป็นอย่างมาก เพราะในประวัติเท่าที่เคยถามมาทั้งหมด ผู้รู้ได้กล่าวว่าตั้งแต่สร้างขึ้นมานั้น ไม่มีผู้ใดเสียชีวิตที่ห้องนี้มาก่อนเลย และ ไม่มีเหตุการณ์น่าสะพรึงกลัว ที่เป็นต้นเหตุให้เกิดเรื่องแต่อย่างใด แต่ทำไมห้องนี้จึงถูกอาถรรพ์ครอบงำไว้อย่างเต็มที่

ก็ไม่อาจทราบได้

เรื่องราวที่กล่าวมานั้น เกิดขึ้นจริง  แต่ทั้งนี้ถ้าท่านใดอยากทดสอบ หรือ ค้นหาความจริงกับเรื่องราวดังกล่าวนั้น คาดว่าคงจะมี

ผู้ที่ทำงานสายโรงแรมในจังหวัดนี้  เล่าให้ท่านฟังกันได้บ้างสิน่า ขอให้ทุกท่านโชคดีนะครับ.