ว่านหางจระเข้ หรือภาษาอังกฤษเรียกว่า Aloe vera  ว่านหางจระเข้เป็นพืชอวบน้ำลำต้นสั้น ใบหนาอ้วน และมีสีเขียว พืชชนิดนี้พบได้ทั่วโลกและจะแตกต่างกันขึ้นสายพันธุ์ในแต่ละท้องถิ่นนั้นๆ การขยายพันธุ์ของว่านหางจระเข้ค่อนข้างง่ายโดยใช้หน่ออ่อน ซึ่งแน่นอนว่าทำไมถึงพูดถึงว่านหางจระเข้ เพราะว่าว่านหางจระเข้มีคุณประโยชน์มากมาย เช่น มีสรรพคุณทางยา และใช้เป็นส่วนผสมของเครื่องสำอาง เป็นต้น ซึ่งเราอาจจะเคยได้ยินคุณสมบัติที่สามารถเข้าใจได้ง่ายๆ เวลาถูกน้ำร้อนลวกหรือวัตถุที่ร้อนๆ โดนผิวหนัง เรามักจะได้ยินหรือถูกบอกจากผู้ใหญ่ให้ใช้ว่านหางจระเข้ทาเพื่อป้องกันการเกิดแผลผุพอง

ว่านหางจระเข้เนื่องจากคุณประโยชน์ของว่านหางจระเข้มีมากมายจึงมีนักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกได้ทำการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับสารออกฤทธิ์ในว่านหางจระเข้ โดยเฉพาะคุณประโยชน์ทางด้านความงามซึ่งเป็นเคล็ดลับพิเศษที่เราได้รับจากว่านหางจระเข้ที่ธรรมชาติสร้างขึ้นมา

Advertisement

Advertisement

จากงานวิจัยของนักวิทยาศาสตร์ชาวอินเดีย โดย Ahshawat และคณะ ได้ทำการวิจัยคุณบัติของว่านหางจระเข้ที่ใช้ในเครื่องสำอาง เป็นเวลา 6 สัปดาห์ พวกเขาได้พบว่านหางจระเข้ช่วยทำให้ผิวชุ่มชื่นขึ้นถึงร้อยละ 20 และยังช่วยให้ผิวแข็งแรงขึ้น ยืดหยุ่นขึ้นถึงร้อยละ 30 นอกจากนั้นจากการสังเกตผิวเริ่มดีขึ้นตั้งแต่สัปดาห์แรกที่ใช้ และนักวิทยาศาสตร์ยังกล่าวไว้อีกว่าถ้าใช้ว่านหางจระเข้ร่วมกับพืชธรรมชาติตัวอื่น เช่น สารสะกัดจากใบบัวบก หรือมีชื่อวิทยาศาตร์ว่า Centella asiatica ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยลดการอักเสบของแผล และทำให้แผลหายเร็วขึ้น

เครื่องสำอางผสมว่านหางจระเข้เราจึงเห็นเครื่องสำอางที่มีการผสมสารสกัดจากใบบัวบกผสมกับว่านหางจระเข้ที่มีวางจำหน่ายตามท้องตลาด ยังรวมถึงเครื่องสำอางตามเคาท์เตอร์แบรนด์ต่างๆ

Advertisement

Advertisement

เราจะเห็นว่าคุณสมบัติของว่างหางจระเข้นั้นมีประโยชน์มากมายจนนักวิทยาศาสตร์ให้สมยานามว่า “ของขวัญจากธรรมชาติที่มอบให้กับมวลมนุษย์” แน่นอนว่าของทุกอย่างมีประโยชน์แล้วย่อมมีโทษหากใช้ไม่ถูกวิธีหรือนำมาใช้โดยไม่ศึกษาผลเสียก่อน ประโยชน์ของว่านหางจระเข้ที่ใช้ผสมในเครื่องสำอางนั้นจะนำส่วนของใบที่มีลักษณะคล้ายเจลนำไปสกัดเอาสารที่สำคัญไปเป็นส่วนผสมของเครื่องสำอาง และหากเรานำว่ายหางจระเข้จากต้นมาใช้ทาหน้าโดยตรงอาจจะทำให้เกิดอาการแพ้จากยางเหนียว และยางจากบริเวณใบสีเขียวของว่านหางจระเข้ได้แม้จะทำความสะอาดแล้วก็ตาม
ว่านหางจระเข้

ดังนั้นหากเราจะใช้ประโยชน์จากว่านหางจระเข้ที่ใช้ทำเครื่องสำอางค์ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ได้การรับรองจาก อย. หรือจากแพทย์เสียก่อน  

 

 ข้อมูลงานวิจัยจาก

Ahshawat, M. S., Saraf, S., and Saraf, S. (2008). Preparation and characterization of herbal creams for improvement of skin viscoelastic properties International Journal of Cosmetic Science. 30, 183–193.

Advertisement

Advertisement

เครดิตรูป:

รูป Cover : Photo by Ergita Sela on Unsplash

รูปที่ 1: Photo by Alex Holyoake on Unsplash

รูปที่ 2: Photo by Brandless on Unsplash

รูปที่ 3: Photo by Kaitlyn Rigg on Unsplash