สายตาของผมเพ่งมองไปยังจอคอมพิวเตอร์ แสงสีฟ้าของมันทำให้ผมระคายเคืองตาจนถึงขั้นเป็นไมเกรนอยู่บ่อยครั้ง แต่ก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงมันได้เลย นั่นเป็นเพราะว่ามันคืออาชีพที่ต้องใช้เลี้ยงชีพ ผมทำงานอยู่ร้านถ่ายรูปเก่าแก่ร้านหนึ่งในจังหวัดจังหวัดหนึ่ง เรียกได้ว่าเป็นร้านประจำจังหวัดเลยก็ว่าได้ เพราะที่นี่มีลูกค้าเข้ามาใช้บริการไม่ขาดสาย หน้าที่ของผมคือทั้งถ่ายรูปติดบัตร ถ่ายรูปเวดดิ้ง ตกแต่งรีทัชภาพถ่าย ออกแบบสติกเกอร์และสื่อสิ่งพิมพ์แทบจะทุกชนิด ใช่แล้วครับ ผมคือช่างกราฟฟิคของร้านถ่ายรูปแห่งนี้ ผมเฝ้ามองผู้คนที่มาใช้บริการที่ร้านแห่งนี้ด้วยความสนใจ ทุกวันจะมีผู้คนหลากหลายอาชีพ หลากหลายบุคลิก และหลากหลายฐานะเข้ามาใช้บริการ บ้างเป็นข้าราชการ บ้างเป็นพนักงานเอกชน บ้างก็ทำอาชีพฟรีแลนซ์อิสระ และบ้างก็เป็นคนแปลกๆ ร้านถ่ายรูปร้านนี้ จึงเป็นคล้ายๆกับต้นไม้ใหญ่ ให้คนได้พึ่งพาอาศัยมาตลอดระยะเวลาที่ร้านเปิดตัว แต่ทว่า ธุรกิจนี้กำลังเข้าสู่ขาลง เมื่อมีการเข้ามาของสมาร์ทโฟน ทำให้ใครๆก็ถ่ายรูป เก็บไว้บนมือถือของตัวเอง ที่ไหนเมื่อไหร่ก็ได้ แต่ทว่า อย่างไรร้านถ่ายรูป ก็ยังมีความสำคัญอยู่ดี โดยเฉพาะเรื่องการทำรูป ตั้งหน้างานศพ....

Advertisement

Advertisement

หญิงร่างท้วมคนหนึ่งเดินเข้ามาในร้าน ผมละสายตาจากจอคอมชำเลืองมองเธอครู่หนึ่งด้วยสัญชาตญาณเมื่อมีลูกค้าเข้าร้าน เธอสวมเสื้อสีดำกางเกงขาสั้นแบบง่ายๆ อายุอานามก็น่าจะราวๆสักสี่สิบกว่า ใบหน้าของเธอแม้บัดนี้จะพยายามพูดด้วยรอยยิ้มกับผู้จัดการร้านถ่ายรูป แต่ทว่าก็ไม่อาจปกปิดความเศร้าบนใบหน้าไปได้ ใช่แล้วครับ เธอกำลังจะมาทำรูปเพื่อไปตั้งหน้างานศพ.....

โดยปกติแล้ว รูปหน้างานศพ ส่วนใหญ่ลูกค้าที่มาใช้บริการ จะให้เราสแกนรูปจากรูปถ่ายติดบัตร แล้วเขียนวันเดือนปีเกิด ชาตะ มรณะ พร้อมกับซื้อกรอบรูปขนาดใหญ่ ไปไว้ตั้งหน้าโลงศพเป็นปกติ และครั้งนี้ก็เช่นกัน ผมจัดแจงสแกนรูปภาพที่มาจากรูปติดบัตรขนาดเล็ก โดยใช้เครื่องสแกน ซึ่งจะสามารถอัดขยายภาพให้มีขนาดใหญ่ขึ้นได้ หญิงชุดดำเจ้าของรูปถ่ายนั้น เดินมานั่งอยู่ตรงหน้าผม เพื่อบอกรายละเอียดวันเดือนปีเกิด และวันที่สิ้นใจ

Advertisement

Advertisement

"ชื่อคนตายชื่ออะไรนะครับ?" ผมถามพร้อมชำเลืองมองใบหน้าซึมเศร้าของเธอ

"สมชาย ไขกลาง ค่ะ..." เธอตอบกลับมา โดยไม่สบตา ผมพิมพ์ข้อความลงบนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ พลางมองรูปถ่ายของผู้ตายบนจอคอมฯ ซึ่งในรูป เป็นรูปของคุณตาท่านหนึ่ง ดูมีอายุมากแล้ว

"วันเกิด วันที่เท่าไหร่ครับ"

"6 เดือนกุมภาพันธ์ ปี 2499" ค่ะ

"แล้วคุณตา เสียวันนี้ใช่มั้ยครับ?"

Advertisement

Advertisement

"ค่ะ....."

ผมเริ่มพิมพ์ วันมรณะลงบนหน้าจอ พร้อมกดเซฟไฟล์ แต่แล้วความผิดปกติก็เกิดขึ้น......พรึ่บ!! จอคอมฯที่เคยปกติ กลายเป็นจอสีฟ้า มีตัวอักษรโค้ดต่างๆขึ้นเต็มจอไปหมด Error!! ผมบ่นพึมพำๆกับตัวเอง ไม่เป็นไร พิมพ์ใหม่ก็ได้ ผมจัดการนำรูปเข้าโปรแกรมอย่างใจเย็น พร้อมพิมพ์ลงไป วันชาตะ และวันมรณะ เช่นเคย...... พร้อมกดบันทึกงาน.....พรึ่บ!! อีกแล้ว จอฟ้า!! อะไรกัน?? นี่มันครั้งที่สองแล้ว......ผมเริ่มหัวเสีย

คอมพิวเตอร์น่าจะมีปัญหา ผมจึงแก้ปัญหาด้วยการ เปลี่ยนเครื่อง ไปใช้อีกเครื่องหนึ่งซึ่งอยู่ถัดไป จัดการนำภาพเข้าโปรแกรม และพิมพ์เช่นเคย วันเกิด และวันตาย...... ครั้งนี้ ไม่มีจอฟ้า แต่ทว่า คอมพิวเตอร์ที่ใช้ทำงาน ไม่มีความเคลื่อนไหว หยุดนิ่ง ค้างไปเฉยๆ ผมชำเลืองมองหน้าเจ้าของรูปนั้นด้วยความรู้สึกประหลาด สายตาของเธอที่มองกลับมา เหมือนเธอจะรู้ว่าผมเริ่มมีปัญหากับการทำงาน....

โรงพยาบาล"น้องคะ เว้นวันมรณะไว้ก็ได้ค่ะ.......ยังไม่ต้องใส่ พอดีว่าพ่อพี่แกยังไม่เสีย แต่แกอาการหนักแล้ว ญาติๆมารวมกันหมด พี่คิดว่าวันนี้แกคงเสียแน่ๆ ถ้าพ่อแกเสีย พี่ต้องรีบเอารูปไปเตรียมตัวไว้ที่วัด ตอนนี้แกอยู่ที่โรงพยาบาล พี่ไปทำรูปมาหลายร้านแล้ว เป็นเหมือนกันหมด พิมพ์วันมรณะแล้วเครื่องดับ....."  

ชัดเจน........ ผมทดลองใหม่ ด้วยการรีเซ็ทคอมพิมเตอร์ทั้งสองเครื่อง ผมนำภาพถ่ายที่สแกน เข้าในคอมพิวเตอร์ และเริ่มพิมพ์เช่นเดิม แต่ทว่าคราวนี้ ผมเว้นว่างวันมรณะเอาไว้ กดบันทึกไฟล์.......ไฟล์งานถูกจัดเก็บลงในคอมพิวเตอร์ พร้อมส่งสำหรับพิมพ์อย่างง่ายดาย......

ภาพถูกพิมพ์ออกมา พร้อมใส่กรอบ เธอชำระเงินที่เคาน์เตอร์ และเดินออกไปพร้อมกับภาพหน้างานศพ ของพ่อเธอ ปล่อยผมไว้ให้งุนงงและสงสัย กับเรื่องราวลี้ลับค้างคา ที่หาคำอธิบายไม่ได้......

คงไม่มีคำตอบใดๆ ให้กับเรื่องนี้ นอกเหนือไปจากคำว่า...........

ยังไม่ถึงเวลาตาย อย่ารีบบอกว่าฉันตาย

Credit ภาพปก : https://lifestyle.campus-star.com/knowledge/90398.html

Credit ภาพ : https://www.thehouse.online/story512/