ภาพหน้าปกโดย Shiny Diamond จาก Pexels

    เวลาที่ส่งยิ้มในกระจก ทุกท่านเคยสังเกตความผิดปกติของสีฟันตัวเองหรือไม่คะว่า ปกติก็ยิ้มหวานหยาดเยิ้ม ทักทายผู้คนมากมายมาตลอด เพราะมีมั่นใจว่าฟันขาวสะอาดดี ไม่มีอะไรติดฟันแน่นอน อยู่มาวันหนึ่ง ก็มีคนทักว่าไปทำอะไร...ทำไมสีฟันถึงเป็นแบบนั้น เอาซะเราหุบยิ้มแทบไม่ทัน ขาดความมั่นใจในการยิ้มไปทันที วันนี้เจ๊เชอก็เลยจะชวนทุกท่าน มาลองสังเกตลักษณะสีฟันกันดีกว่าค่ะ ว่ามีความผิดปกติอะไรไหม เพราะสีฟันสามารถบอกสุขภาพในช่องปากของเราได้เหมือนกันน้า งั้นตามมาเช็คกันเลยค่า...2

ภาพถ่ายโดย Andrea Piacquadio จาก Pexels

 1. ฟันสีดำผพะ ภาพถ่ายโดย Johan De Jager จาก Pexels  

    ใครที่เคยดูละครเรื่องบุพเพสันนิวาส ก็จะเห็นตัวละครในสมัยก่อนอย่าง ไอ้จ้อย ที่มีฟันดำปิ๊ดปี๋กันใช่ไหมคะออเจ้า ซึ่งถ้าฟันดำอย่างจ้อย ก็จะเกิดจากการเคี้ยวหมากเป็นประจำ ทำให้น้ำหมากไปเกาะตามฟันจนก่อตัวหนาขึ้น เกิดเป็นฟันดำนั่นเอง แต่ปัจจุบันเราไม่ได้เคี้ยวหมากนะจ้ะ ถ้าใครมีฟันดำ อาจจะเกิดจาก

Advertisement

Advertisement

- ฟันกำลังผุเป็นรูที่ผิวฟัน เราชอบเรียกว่า แมงกินฟัน ทำให้มองเห็นผิวฟันมีสีเทาหรือสีดำ

- ดื่มชา กาแฟ นํ้าอัดลม การสูบบุหรี่ เป็นประจำ แล้วการแปรงฟันไม่สะอาด ทำให้มีคราบหินปูนไปเกาะสะสมที่ผิวฟันจนหนาตัวขึ้น เกิดเป็นฟันดำจนหน้าเกลียด

- เกิดอุบัติเหตุถูกกระแทกรุนแรงที่ฟัน ทำให้มีเลือดออกภายใน จึงมองเห็นเป็นฟันสีดำเกือบทั้งซี่

    การมีฟันดำ จึงบ่งบอกได้ว่า เราแปรงฟันไม่สะอาดอยู่ จนมีคราบหินปูน คราบแบคทีเรีย จับตัวกันหนาเกินไป วิธีแก้ไขเบื้องต้น คือ การแปรงฟันให้สะอาด และใช้ไหมขัดฟันทุกซอกทุกมุม แต่ถ้ายังมีสีดำอยู่ที่ฟัน ควรไปพบทันตแพทย์โดยด่วน ให้ช่วยตรวจและรีบรักษาดีกว่านะจ้ะ โดยเฉพาะถ้าฟันกำลังผุ หากปล่อยไว้นานจะเกิดอาการปวดฟัน ทีนี้ล่ะ..ทรมานสุด ๆ ไปเลยจ้า 

Advertisement

Advertisement

2. ฟันสีเหลือง

3ภาพถ่ายโดย Oleg Magni จาก Pexels

    การมีฟันสีเหลือง ไม่ค่อยมีความกังวลเรื่องสุขภาพช่องปากที่รุนแรงอะไรมากนัก แต่จะส่งผลต่อบุคลิกภาพมากกว่า เพราะจะทำให้ขาดความมั่นใจ สูญเสียเสน่ห์ในรอยยิ้มที่สวยสดใสของเราไปไม่น้อยเหมือนกัน ฟันเหลือง มักมีสาเหตุมักเกิดจาก คราบคราบอาหาร แบคทีเรีย และหินปูนไปเคลือบตามผิวฟันจนเกิดการเปลี่ยนสี ซึ่งมาจากการกินอาหารและเครื่องดื่มเป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็น ชา กาแฟ ไวน์แดง น้ำผลไม้ เบียร์ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บุหรี่ เป็นต้น สิ่งเหล่านี้ล้วนทำให้เกิดฟันเหลืองได้ทั้งสิ้น 

    วิธีแก้ไขเบื้องต้น คือ หลังทานอาหารทุกมื้อ ควรแปรงฟันให้สะอาดและนานกว่าปกติสักหน่อย เช่น แปรงมากกว่า 2 นาทีขึ้นไป และใช้ไหมขัดฟันร่วมด้วย อีกทั้งต้องขูดหินปูน ทุก ๆ 6 เดือน ด้วยนะคะ เพราะคราบเหลืองอาจเกิดจากหินปูนที่สะสมอยู่เป็นจำนวนมาก แต่ถ้าท่านใดที่ต้องการมีฟันสีขาว ก็สามารถทำได้ โดยปรึกษาทันตแพทย์เพื่อทำการฟอกสีฟันจ้า ภาพถ่ายโดย Anna Shvets จาก Pexels

Advertisement

Advertisement

ภาพถ่ายโดย Anna Shvets จาก Pexels

3. ฟันสีขาวขุ่น เป็นจุด ๆ คล้ายตกกระ

34ภาพถ่ายโดย Shiny Diamond จาก Pexels

    เคยสังเกตไหมคะว่า ทำไมบางคนมีจุดขาวขาวบนฟัน แต่บางคนไม่มี  เพราะเกิดจากการได้รับฟลูออไรด์มากเกินไป โดยฟลูออไรด์จะขัดขวางการสร้างผิวเคลือบฟัน ทำให้เกิดเป็นจุดจุดบนผิวฟัน มองเห็นเป็นฟันตกกระนั่นเอง มักจะเป็นมาตั้งแต่ตอนวัยเด็กแล้วค่ะ โดยเราอาจไปกินยาสีฟันเล่นตอนเด็ก ๆ หรือไม่ก็เคลือบฟลูออไรมากเกินไป ส่วนใหญ่อาการของฟันตกกระไม่ได้รุนแรงอะไร ก็จะเหมือนกับลักษณะฟันสีเหลือง และฟันตกกระส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นบริเวณฟันซี่หน้า ทำให้เวลายิ้มเกิดความไม่มั่นใจ ทำให้เสียบุคลิกภาพ กลายเป็นคนไม่ชอบยิ้มเลยก็มี56

ภาพถ่ายโดย George Becker จาก Pexels

    วิธีการแก้ไขที่นิยมกันเลยก็คือ การฟอกสีฟันเพื่อปรับให้สีฟันใกล้เคียงกัน หรืออาจจะใช้การขัดผิวฟันในส่วนที่ตกกระออกก็ได้เช่นกันค่ะ ภาพถ่ายโดย Andrea Piacquadio จาก Pexels

ภาพถ่ายโดย Andrea Piacquadio จาก Pexels

    จากลักษณะของสีฟันทั้ง 3 ข้อ ที่กล่าวมานี้ ลองเอาไปสังเกตสีฟันในกระจกกันดูได้เลยนะคะ เมื่อเราพบความผิดปกติเร็ว ก็จะทำให้รู้สาเหตุ และรักษาปัญหาสุขภาพช่องปากได้เร็วขึ้น ถึงจะเป็นอาการเล็กน้อย แต่ไม่ควรมองข้ามกันนะจ้ะ ถ้าเกิดปัญหาสุขภาพช่องปากรุนแรงขึ้นมา เดี๋ยวฟันจะหายหมดปากไม่รู้ด้วยเด้อ อิอิ สำหรับวิธีง่าย ๆ และสำคัญมากที่สุด ก็คือ หมั่นดูแลสุขภาพ และทำความสะอาดช่องปากของเราให้สะอาดอยู่เสมอ ควรแปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง เช้าและก่อนนอน และต้องแปรงให้ถูกวิธี แค่นี้เราก็มีฟันขาวสะอาด มีสุขภาพช่องปากที่ดีแล้วค่า