ปี 2020 เป็นปีที่ชาวไทย  หรือชาวโลกต้องตกใจกับวิกฤติไวรัสโควิด-19  ไม่มีใครคิดว่าจะระบาดไปทั่วโลก จากเดือนมกราคม ถึงเดือน เมษายน  รวมเกือบ 3 ล้านคน  แต่เราดูเหมือนจะโชคดีที่ประชากรไทย  มีตัวเลขอยู่ที่ 2 พัน กว่าคนเท่านั้น  และเสียชีวิตประมาณ  50 คน ซึ่งทำให้ทุกคนไม่กล้าออกจากบ้านถ้าไม่จำเป็น  อีกทั้งรัฐบาลก็ออกมาตรการป้องกัน หลายขี้นตอน แน่นอนว่าช่วงนี้ เราเดินทางไปไหนไม่ได้จริงๆ  วางแผนจะท่องเที่ยวช่วงปิดเทอม ก็มีอันต้องสะดุด 

        ปกติช่วงปิดเทอมเดือนมีนาคม  เมษายน ครอบครัว  หน่วยงานต่างๆ  จะมีการท่องเที่ยวกันทั่วไทยเลยทีเดียว  เพราะถือว่าเป็นช่วงเวลาพักผ่อน  แทนที่เราได้ไปเที่ยวกับครอบครัว กับคณะทำงาน หรือไปกับเพื่อน ๆ  ก็ต้องงดไป  ดังนั้นเมื่ออยู่บ้านก็เลยต้องเปิดดูภาพเก่าๆ  ที่เคยไปเที่ยวให้รู้สึกสบายใจสักหน่อย  ไม่ต้องวิตกกับโควิด-19 มากนัก  ทบทวนความทรงจำกันหน่อย  ดูไปก็ยิ้มไป  ถ้าควบคุมโรคระบาดได้เมื่อไรเราจะได้ไปกันอีกรอบ  ซึ่งการท่องเที่ยวส่วนมากที่นิยมกัน เช่น ทะเล  ภูเขา  แม่น้ำ  ขึ้นอยู่กับฤดูกาลนั้น ๆ  ถ้าเป็นในช่วงพฤศจิกายน ธันวาคม  ส่วนใหญ่ก็จะไปเที่ยวภูเขา น้ำตก เพื่อรับโอโซน  และชมบรรยากาศรอบตัว  ซึ่งหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวติดอันดับ คือ  "วังน้ำเขียว" จังหวัดนครราชสีมา  ที่จัดเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ติดอันดับของประเทศไทย  

Advertisement

Advertisement

 

วิวสวยนำ้ใส

             คณะเราตัดสินใจ วางแผนเที่ยวกันทันที  โดยเริ่มเดินทางที่มหาสารคามสู่ เขาใหญ่  และปลายทางที่วังนำ้เขียว  แน่นอนว่าทีมงานเราได้มีการสำรวจเส้นทางและที่พักเรียบร้อยก่อนการเดินทาง  ติดต่อเช่าที่พัก  โอนมัดจำ 50 %  ได้ที่พักเป็นบ้าน 1 หลัง ลักษณะ 2  ชั้น  มีห้องแอร์ 3 ห้อง ห้องน้ำ 2 ห้อง กับจำนวนคน  11 คน ที่เดินทางไปด้วยกันคร้้งนี้  และดูจะสะดวกสบาย ด้วยราคาหลักไม่กี่พันบาท สถานที่สวยมาก  บรรยากาศสดชื่น หญ้าสีเขียวรอบๆ ที่พัก อ่างเก็บน้ำสีมรกตใกล้ๆ เราดื่่มด่ำกับบรรยากาศ รอบตัว กิจกรรมเริ่มขึ้นจากตรงนั้น ในตอนเย็น เตรียมอาหารเครื่องดื่มไปเอง เน้นปิ้งย่าง งานปาร์ตี้เล็กๆ  ของชาวคณะ อาหารอร่อยๆ  เสียงเพลงเพราะๆ  และการพักผ่อน  

Advertisement

Advertisement

พักกายใจต้นไม้และใบหญ้า

             วันรุ่งขึ้นกับการเดินทางไปที่ไร่สตรอว์เบอร์รี  ซึ่งมีหลายร้านที่จัดโชว์ไว้ด้านหน้าของไร่  เพื่อเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวแวะชมและซื้อเพื่อเป็นของฝากได้ด้วย ซึ่งข้างทางสองฝั่ง มีให้เราเลือกได้ตลอดเส้นทาง  เราเลือกจอดที่ไร่แห่งหนึ่ง  เพื่อจอดซื้อ สตรอว์เบอร์รีที่มีหลายราคา  เริ่มต้นที่  100-500 บาทต่อถุง ในเพิงร้านค้าที่ทำขึ้นง่ายๆ  มีแม่ค้าสองคนที่กำลังนำเสนอราคาสินค้าอยู่ คณะเราส่วนหนึ่งเดินเข้าไปสอบถามราคาด้วย  และส่วนหนึ่ง เดินชมไร่เล็กๆนั่น  พร้อมกับเก็บภาพบรรยากาศตอนเช้า ๆ  มีเสียงเรียกให้ทุกคนไปรวมถ่ายภาพด้วยกัน   นั่นคือสิ่งที่เราประทับใจ  เพราะเจ้าของไร่ตกแต่งได้สวย มีมุมถ่ายภาพน่ารักๆ   มีสตรอว์เบอร์รีให้ชิม  (ด้วยความเกรงใจเราก็ชิมคนละคำสองคำ) แล้วก็อุดหนุนเจ้าของไร่ 3-4 ถุง และออกเดินทางต่อไปโดยจุดแวะพักชมวิวอีกที่หนึ่งคือ  มอนทาน่าฟาร์ม  ซึ่งไม่ห่างกันมากนัก    จุดพักผ่อน สวนสวย  และร้านกาแฟ ร้านอาหารถูกใจชาวคณะมากเพราะ  มีจุดถ่ายภาพเยอะ จุดนี้ก็เลยได้ภาพเยอะหน่อย  อากาศก็กำลังสบาย  ลมเย็น  เห็นภูเขารอบๆ  ท้องฟ้าสดใส สีคราม  และช่วงบ่ายๆ เราก็เดินทางต่อไปแวะชมอีกหลายจุด  ก่อนกลับบ้าน   

Advertisement

Advertisement

ไร่สตรอว์เบอร์รี

          สิ่งที่อยากบอกเพิ่มเติมคือ  สตรอว์เบอร์รี (strawberry) เป็นสกุลไม้ดอกในวงศ์กุหลาบ ผลสามารถรับประทานได้ ในอดีตปลูกเป็นพืชคลุมดินให้กับต้นไม้ปลูกเลี้ยงอื่น มีมากกว่า 20 สายพันธ์ุ  และมีลูกผสมมากมาย แต่สตรอว์เบอร์รีที่นิยมปลูกมากในปัจจุบันก็คือสตรอว์เบอร์รีสวน ผลของสตรอว์เบอร์รีมีรสชาติหลากหลายขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ มีตั้งแต่รสหวานจนถึงเปรี้ยว สตรอว์เบอร์รีเป็นผลไม้ทางการค้าที่สำคัญ มีปลูกกันเป็นวงกว้างหลายสภาพอากาศทั่วโลกเลยทีเดียว  

พันธุ์ที่นิยมปลูกในประเทศไทย  เช่น  

  • พันธุ์พระราชทาน 72 (เป็นพันธุ์ที่มูลนิธิโครงการหลวงส่งเสริมให้ปลูก) เป็นสายพันธุ์นำเข้ามา มีกลิ่นหอมเมื่อเริ่มสุก เนื้อภายในผลมีสีขาว ผิวผลเมื่อสุกเต็มที่จะมีสีแดงถึงแดงจัด เงาเป็นมันที่ผิวผล ทนต่อการขนส่งมากกว่าพันธุ์อื่น
  • พันธุ์พระราชทาน 80 (เป็นพันธุ์ที่มูลนิธิโครงการหลวงส่งเสริมให้ปลูก ตั้งแต่ปีพ พ.ศ. 2552 เป็นต้นมา) เป็นสายพันธุ์ที่มาจากประเทศญี่ปุ่น ชื่อพันธุ์ Royal Queen  (ขอบคุณข้อมูลจาก เว็บ https://th.wikipedia.org)

มอนทาน่าฟาร์ม

           

           ชีวิตคนเราก็เท่านี้ค่ะ  ส่วนหนึ่งคือกิน  เที่ยว  ทำงาน  เก็บเรื่องราวดี  ๆ ในชีวิต  กับมิตรภาพ  ความผูกพัน  ระหว่างกันและกัน  เพราะวันข้างหน้าเราไม่รู้ว่าอะไรจะเปลี่ยนแปลงไป   สิ่งที่เป็นอยู่จะยังคงอยู่กับเราต่อไปไหมในอนาคต   นั่นคือสิ่งที่เราไม่รู้   แต่ในตอนนี้ ทำให้ได้คิดว่า ทำทุกวันให้มีความสุข  อยู่กับปัจจุบัน  ให้อภัยกัน  เท่านี้ก็น่าจะดีที่สุดแล้ว   สู้ต่อไป  ถ้าผ่านโควิด-19 ไปแล้ว อย่าลืมชวนกันไปเที่ยวนะคะ  และได้แต่ภาวนาว่า ขอให้คนไทยทุกคนเข้มแข็ง  อดทน  ผ่านความยากลำบากนี้ไปได้ด้วยดี