นครพนม – ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า กรณี นายทศพร รัตน์วงศ์ หรืออวย อายุ 21 ปี บ้านเลขที่ 19 หมู่ 4 บ้านนาสมบูรณ์ ต.ดงมอทองใต้ อ.บ้านม่วง จ.สกลนคร ได้รับการว่าจ้างจากนายพิน ไม่ทราบชื่อจริงและนามสกุล เป็นเงิน 50,000 บาท(ห้าหมื่นบาท) ให้ทำหน้าที่ขับรถยนต์โตโยต้า รุ่นเฟอร์จูนเนอร์ สีดำ ทะเบียน กย 4474 อุบลราชธานี ซึ่งภายในเก๋งทั้งที่นั่งด้านคนขับและเบาะด้านหลัง ยัดกัญชาพรีเมี่ยมโกลด์ เกรด A จนแน่นเอี๊ยด จำนวน 360 แท่ง/360 กิโลกรัม บรรทุกจากบ้านยางนกเหาะ หมู่ 2 ต.เวินพระบาท อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม ไปส่งยังจุดหมายปลายทางที่ อ.บ้านม่วง จ.สกลนคร แต่ถูกเจ้าหน้าที่สืบสวน กองบัญชาการภาค 4 สะกดรอยตาม ก่อนจะไหวตัวทันขับซิ่งฝ่าไฟแดงเข้าเขตเทศบาลเมืองนครพนม โดยใช้ถนนสุนทรวิจิตร ริมฝั่งแม่น้ำโขง เป็นจังหวะเดียวกับที่นางสุรภา พิมพานนท์ หรือหญิง อายุ 46 ปี ทำงานเป็นลูกจ้างชั่วคราว ตำแหน่งพนักงานธุรการ สำนักงานคุมประพฤติจังหวัดนครพนม  กรมคุมประพฤติ กระทรวงยุติธรรม ขับรถจักรยานยนต์ยี่ห้อยามาฮ่า สีดำ รุ่น 125 ทะเบียน 1 ก ง 1454 มุกดาหาร มีเด็กชายธนภัทร์ พิมพานนท์ หรือน้องกัปตัน อายุ 12 ปี นักเรียนชั้น ป.6 /2 โรงเรียนเทศบาล 4 นั่งซ้อนท้ายเพื่อกลับบ้านที่ ต.อาจสามารถ อ.เมือง จ.นครพนม หลังนางสุรภาพาลูกชายตระเวนไปร้านตัดผมหลายแห่งแต่ปรากฏว่าร้านปิดจึงขับ จยย.กลับบ้าน เมื่อขับมาถึงหน้าบ้านพัก พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว สมาชิกวุฒิสภา​ (ส.ว.) ที่อยู่ติดกับจวนผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม รถยนต์ของคนร้ายที่หนีการไล่ล่าของเจ้าหน้าที่ก็พุ่งชน จยย.อย่างจัง เป็นเหตุให้ร่างทั้งสองแม่ลูกปลิวไปคนละทิศละทาง โดยร่างของน้องกัปตันศีรษะกระแทกพื้นกะโหลกแตกเสียชีวิตคาที่ ส่วนนางสุรภาอาการสาหัส เจ้าหน้าที่กู้ภัยเร่งนำส่งโรงพยาบาลนครพนม แต่ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา เหตุเกิดวันที่ 18 ธันวาคม 2562 เวลา 20.00 น. ตามที่เสนอข่าวไปแล้ว

Advertisement

Advertisement

ล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจเตรียมยื่นศาลจังหวัดนครพนม เพื่อขออนุมัติหมายจับผู้ร่วมขบวนการจำนวน 5 คน โดยแกะรอยจากกล้องวงจรปิดที่และจากคำให้การของนายทศพรผู้ต้องหา ประกอบด้วย น.ส.ฝ้าย พื้นเพเป็นชาวจังหวัดกาฬสินธุ์ และผัวชื่อนายพิน คน อ.บ้านแพง จ.นครพนม  นอกจากนี้ยังมีนายบุญมี ภูมิลำเนาอยู่ ต.หนองแวง อ.บ้านแพง และชายในหมู่บ้านยางนกเหาะอีก 2 คน โดยจากคำให้การของนายทศพรเผยว่า นายพินโทรศัพท์เรียกให้นั่งรถโดยสารเดินทางมาจาก อ.บ้านม่วง จ.สกลนคร  มาลงที่สถานีขนส่งผู้โดยสาร อ.บ้านแพง จ.นครพนม จากนั้นนายพินพร้อมด้วย น.ส.ฝ้าย ได้มารับไปที่บ้านของนายบุญมีอยู่ ต.หนองแวง อ.บ้านแพง เพื่อวางแผนกันว่าใครจะขับรถคันไหน ซึ่งนายทศพรอาสาเป็นคนขับรถบรรทุกกัญชา ส่วนนายพินกับ น.ส.ฝ้าย  ทำหน้าที่บอกทางขับรถยนต์คนละคันนำหน้า หลังตกลงกันแล้วก็โทรศัพท์แจ้งไปหานายทุนใหญ่

Advertisement

Advertisement

จากนั้นนายทุนได้สั่งให้ลูกน้องขับรถยนต์ฟอร์จูนเนอร์ ทราบภายหลังว่าขโมยมาจากจังหวัดอุบลฯ มาจอดไว้ที่ปากทางเข้าหมู่บ้านยางนกเหาะ หมู่ 2 ต.เวินพระบาท อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม ริมทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 212 (นครพนม-บ้านแพง) แล้วก็มีชายสองคนปิดบังใบหน้า ขับรถจักรยานยนต์ออกมาจากหมู่บ้านยางนกเหาะ ขึ้นขับรถเข้าไปในหมู่บ้านเพื่อลำเลียงกัญชาที่นำมาพักไว้ในป่า แล้วก็ขับกลับมาจอดที่เดิม ชายทั้งสองหมดหน้าที่ได้ขับ จยย.เข้าหมู่บ้านไป ซึ่งนายทุนโทรศัพท์บอกนายบุญมีให้พานายทศพรมาขับรถออกไปต่ออีกทอด

ซึ่ง น.ส.ฝ้ายกับนายพินขับรถยนต์คันแรกนำทาง ตามด้วยรถยนต์ของนายบุญมี และรถฟอร์จูนเนอร์ที่บรรทุกกัญชามาเต็มคัน โดยสายสืบได้สะกดรอยตามอยู่ห่างๆ เพื่อรอจังหวะเข้าชาร์ท กระทั่งรถยนต์ทั้งสามคันมาจอดติดไฟแดงบริเวณสี่แยกบ้านท่าควาย เขตเทศบาลเมืองนครพนม สายสืบจึงได้แสดงตนขอตรวจค้น รถยนต์ที่ขับนำมาต่างแยกย้ายกันหนี นายทศพรเห็นท่าไม่ดีจึงเหยียบคันเร่งฝ่าไฟแดงเข้ามายังตัวเมืองนครพนม ด้วยความไม่ชำนาญเส้นทางเมื่อเห็นตรงไหนโล่งก็จะหนีเข้าไป แล้วเลี่ยงหลบไฟแดงที่สามแยกกิโลศูนย์ ชุมชนหนองแสง โผล่ถนนสุนทรวิจิตรริมแม่น้ำโขง ซิ่งหนีการจับกุมอย่างไม่คิดชีวิต กระทั่งมาพุ่งชนสองแม่ลูกที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่อะไรด้วย เป็นเหตุให้ผู้บริสุทธิ์เสียชีวิตดังกล่าว

ส่วนบรรยากาศงานศพของสองแม่ลูก ที่ตั้งบำเพ็ญกุศลอยู่บ้านเลขที่ 28 หมู่ 6 ซอยเอกอาษา ต.อาจสามารถ อ.เมือง จ.นครพนม เต็มไปด้วยความเศร้าโศก โดยเฉพาะนายอัมพรชัย พิมพานนท์ อายุ 46 ปี สามีและพ่อของผู้ตาย ร้องไห้อยู่ตลอดเวลา ต้องมีนายธนศักดิ์ พิมพานนท์ หรือหม่ำ ลูกชายคนโตวัย 16 ปี คอยปลอบใจอยู่ใกล้ๆ ซึ่งจะมีการฌาปนกิจศพในวันเสาร์ที่ 21 ธันวาคม นี้ ณ เมรุวัดมงคลบุรีศักดาราม ต.อาจสามารถ