นครพนม – “ผู้ว่าฯติดดิน” พ่อเมืองนครพนม ส่งคนกลับบ้านนั่งคุกเข่าคุยผู้โดยสาร อวยพรเดินทางกลับอย่างสวัสดิภาพ

วันที่ 2 มกราคม 2563 เวลา 16.00 น. นายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม พร้อมด้วยนายนิติพัฒน์ ลีลาเลิศแล้ว ปลัดจังหวัดฯ พล.ต.ต.ธนชาติ รอดคลองตัน ผู้บังคับการตำรวจภูธรฯ (ผบก.ภ.จว.นครพนม) นายนิวัต เจียวิริยบุญญา นายกเทศมนตรีเมืองนครพนม เดินทางไปยังสถานีขนส่งผู้โดยสารฯ (บขส.) ถนนเฟื่องนคร เขตเทศบาลเมืองนครพนม เพื่อส่งผู้โดยสารที่เดินทางกลับภูมิลำเนาเยี่ยมญาติพี่น้องช่วงเทศกาลปีใหม่ และได้กลับไปทำงานตามปกติหลังหยุดยาวหลายวัน ซึ่งมีประชาชนหิ้วของฝากจากชนบท ส่วนใหญ่จะเป็นข้าวสาร ข้าวเหนียว คนละกระสอบสองกระสอบไว้สำหรับหุงหาอาหาร เนื่องจากเป็นข้าวที่ปลูกในนาของพ่อแม่ เก็บไว้ในยุ้งฉางโดยไม่ต้องซื้อจากท้องตลาด เป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายได้ระยะหนึ่ง บางรายแพ็คปลาร้าเก็บกลิ่นอย่างมิดชิดไว้ปรุงทาน ทำให้บริเวณ บขส.นครพนม คลาคล่ำด้วยผู้คนและยานพาหนะ

Advertisement

Advertisement

นอกจากจะมีประชาชนคนไทยเดินทางกลับแล้ว ก็ยังมีพี่น้องชาวลาวที่มาทำงานอยู่พื้นที่ชั้นใน ต่างจองตั๋วรถโดยสารกลับเช่นเดียวกัน สภาพก็ไม่ต่างกับคนไทยที่หอบข้าวเหนียวใส่ใต้รถบัสโดยสารระหว่างประเทศ (นครพนม-คำม่วน) ข้ามจากฝั่งประเทศลาว หรือลงเรือข้ามฟากมาขึ้นฝั่งที่ท่าเทียบเรือฯ ถนนสุนทรวิจิตร นั่งรถสามล้อเครื่องมาขึ้นรถบัสเพื่อเดินทางต่อไปยังสถานที่ทำงานของตน โดยมีเจ้าหน้าที่ชุดรักษาความปลอดภัยทั้งในและนอกเครื่องแบบ คอยสอดส่องพวกมิจฉาชีพเข้ามาปะปนกับผู้โดยสารเพื่อหวังต่อทรัพย์

ด้าน นายสยามฯ ผวจ.นครพนม หลังฟังการกล่าวรายงานจากนายวัชรินทร์ สมมิตร นักวิชาการขนส่งชำนาญการพิเศษ รักษาราชการแทนขนส่งจังหวัดนครพนมแล้ว ก็ได้ดูการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานที่บูรณาการร่วมกันกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จากนั้นได้เดินทักทายพี่น้องประชาชน พร้อมมอบสิ่งของที่จำเป็นระหว่างเดินทาง ซึ่งระหว่างนั้นมีคุณยายท่านหนึ่งกำลังจะเดินทางกลับ กทม. ถาม ผวจ.นครพนม ว่า รถโดยสารมีความปลอดภัยแค่ไหน นายสยามนั่งคุกเข่าลงกับพื้นแล้วอธิบายขั้นตอนการตรวจเช็ครถโดยสารทุกคัน พร้อมยืนยันว่าก่อนที่เจ้าหน้าที่จะปล่อยรถออกจากชานชาลา ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจะตรวจอุปกรณ์ต่างๆ ทั้งภายในภายนอกรถอย่างละเอียด ส่วนตัวคนขับก็ตรวจหาสารเสพติดในร่างกาย เป็นต้น จึงมีความปลอดภัยในการเดินทางแน่นอน ต่อจากนั้นก็เดินขึ้นไปบนรถบัส สอบถามผู้โดยสารว่ามาจากไหนกันบ้าง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนท้องถิ่นนครพนมโดยกำเนิด นายสยามฯจึงกล่าวขอบคุณที่กลับมาเยี่ยมบ้าน “นครพนมมีอะไรดีๆอีกเยอะ สงกรานต์ที่จะถึงชักชวนเพื่อนๆมาเที่ยวด้วยนะฯ ขอให้ทุกท่านเดินกลับด้วยความสวัสดิภาพครับ”

Advertisement

Advertisement

ขณะที่ นายวัชรินทร์ สมมิตรรักษาราชการแทนขนส่งจังหวัดนครพนม  หัวหน้าชุดปฏิบัติงาน ได้นำเจ้าหน้าที่ตรวจวัดแอลกอฮอล์คนขับ ส่วนพยาบาลจาก รพ.นครพนม ทำหน้าที่ตรวจหาสารเสพติดในปัสสาวะ และวัดความดันโลหิตอย่างเข้มงวด และได้รับความร่วมมือจาก นายพิเชษฐ์ หลั่งทรัพย์ ผอ.วิทยาลัยเทคนิคฯ กรมอาชีวะศึกษา นำนักศึกษาระดับ ปวช.-ปวส.สาขาช่างยนต์ ตรวจเช็คสภาพรถโดยสาร เช่นถังดับเพลิง,เข็มขัดนิรภัย,ระบบไฟแสงสว่าง,ยาง,กระจกส่องหลัง,และระบบไฟฟ้า เช่น แตร-เบรก-ไฟท้าย-ไฟเลี้ยว

นายวัชรินทร์ฯเผยว่าได้บูรณาการทำงานร่วมกับวิทยาลัยเทคนิค,รพ.นครพนม,อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน(อปพร.) ตั้งแต่วันที่ 26 ธันวาคม 2562 เป็นต้นมา โดยจะแบ่งออกเป็น 2 กะ เริ่มตั้งแต่เวลา 04.30 -12.00 น. ส่วนกะที่สองเวลา 12.00-19.30 น. โดยหมุนเวียนปฏิบัติหน้าที่จนถึงวันที่ 2 มกราคม 2563 เบื้องต้นไม่พบความผิดปกติทั้งคนและรถ มีประปรายที่คนขับรถแต่งกายไม่เป็นไปตามกฎกระทรวงคมนาคม จึงว่ากล่าวตักเตือน ซึ่งหากพบเป็นครั้งที่สองจะเปรียบเทียบปรับตั้งแต่ 200 บาท แต่ไม่เกิน 5,000 บาท

ด้าน น.ส.ฐิตินันท์ สมบูรณ์รัตน์ นายสถานีเดินรถจังหวัดนครพนม เผยว่าทาง บขส. เตรียมสำรองรถเสริมตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 ซึ่งวันปกติจะมีรถโดยสารวิ่งออกวันละ 40 คัน ช่วงเทศกาลเพิ่มอีกวันละ 20 คัน รับรองจะไม่มีผู้โดยสารตกค้างอย่างแน่นอน คาดจะเคลียร์ผู้โดยสารหมดไม่เกิน เวลา 22.00 น.

ด้านศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน 7 วันอันตราย ระหว่างวันที่ 27 ธันวาคม 2562-2 มกราคม 2563 นายเดชา พลกล้า ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครพนม (ปภ.ฯ) รายงานผลการปฏิบัติงานของจุดตรวจทั้ง 25 แห่ง ประจำวันที่ 1 มกราคม 2563 ว่า เกิดอุบัติเหตุ 5 ครั้ง ผู้บาดเจ็บเป็นชาย 6 คน ไม่มีผู้เสียชีวิต ส่วนข้อมูลอุบัติเหตุสะสมนั้น นครพนมเกิดอุบัติเหตุรวม 30 ครั้ง บาดเจ็บ 32 ราย เป็นชาย 24 หญิง 8 คน มีผู้เสียชีวิตเป็นชาย 2 ศพ

นอกจากนี้จุดตรวจทั้ง 25 จุด รายงานผลเรียกตรวจยานพาหนะรวม 35,565 คัน จับกุมผู้กระทำความผิดตาม 10 มาตรการ ประกอบด้วย 1.ความเร็วเกินกำหนด 2.ขับรถย้อนศร 3.ฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจร 4.ไม่มีใบขับขี่ 5.ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย 6.แซงในที่คับขัน 7.เมาสุรา 8.ไม่สวมหมวกนิรภัย 9.จยย.ไม่ปลอดภัย และ 10.ใช้โทรศัพท์ฯขณะขับรถ

สามอันดับแรกที่ถูกจับกุมมากที่สุดยังคงเหมือนเช่นหลายวันที่ผ่านมา คือ 1.ขับยานพาหนะโดยไม่มีใบอนุญาตขับขี่ 1,235 ราย 2.ไม่สวมหมวกนิรภัย 738 ราย และ 3.ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย 542 ราย  ส่วนข้อหาดื่มแล้วขับมี 61 ราย ลดลงจากวันที่ 1 มกราคม ที่มีจำนวน 90 ราย รวมจับกุมผู้ขับขี่ยานพาหนะขณะดื่มแล้วขับ ตั้งแต่วันที่ 27 ธันวาคม-1 มกราคม 2563 จำนวน  622  ราย