เมื่อนึกถึงหอพักในมหาวิทยาลัยสิ่งแรกที่นักศึกษาทุกคนจะนึกถึงคงหนีไม่พ้นเรื่องผีสางนางไม้ในหอพักแน่นอน เพราะส่วนมากแล้วหอในมักจะถูกสร้างขึ้นมาพร้อมๆ กับมหาวิทยาลัย ยิ่งถ้าหากว่ามหาวิทยาลัยไหนมีความเก่าแก่มากนั่นก็เป็นเครื่องการันตีความขลังของหอในได้เป็นอย่างดี เพราะนักศึกษาที่เข้ามาอยู่อาศัยรุ่นต่อรุ่นผ่านเรื่องราวเหตุการณ์ต่างๆ มามากมายจึงทำให้หอพักแต่ละแห่งย่อมมีประวัติและเรื่องเล่าต่างๆ ตามมา และเรื่องยอดฮิตที่เรามักจะได้ยินก็มักจะถูกเล่ามาว่าที่ดินของมหาวิทยาลัยเคยเป็นป่าช้าเก่ามาก่อนบ้าง สนามรบบ้าง ทำให้ที่แห่งนั้นมีวิญญาณสิงอยู่ หรือแม้แต่เรื่องช่างก่อสร้างตกตึกเสียชีวิตบ้าง นักศึกษาฆ่าตัวตายบ้าง ทำนองนี้ แต่เรื่องเล่าประเภทนี้มักเป็นเรื่องจริง และยิ่งไปกว่านั้นการที่ทำให้มีวิญญาณสิงอยู่ในหอพักมันอาจมีที่มามากกว่าเรื่องที่กล่าวมาข้างต้น

Advertisement

Advertisement

ที่มา https://pixabay.com                                                                                                ที่มา https://pixabay.com

           ซึ่งในสมัยที่ผู้เขียนเป็นเฟรชชี่ปีหนึ่งนั้น ผู้เขียนได้ย้ายเข้ามาอยู่ในหอพักของมหาวิทยาลัยหรือที่เราเรียกกันว่าหอใน เพราะส่วนใหญ่เด็กปีหนึ่งจะต้องอยู่ในหอในก่อน เนื่องด้วยปัจจัยหลายๆ อย่าง เช่น เพื่อให้คุ้นเคยกับการอยู่ร่วมกับคนอื่น อยู่ภายใต้ขอบเขตของระเบียบวินัย หรือเพื่อเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายอีกด้วย ซึ่งในช่วงแรกที่ผู้เขียนย้ายเข้ามาอยู่หอในนั้นก็อยู่ไดตามปกติไม่ได้มีเรื่องราวอะไรให้น่ากลัว อาจเป็นเพราะผู้เขียนไม่ได้เป็นคนที่สื่อกับเรื่องราวเหล่านี้ได้ ทำให้เราไม่จำเป็นต้องหวาดระแวงว่าจะมีอะไรโผล่มาให้เห็น ผู้เขียนอยู่ห้องกับเมทอีกหนึ่งคน ซึ่งห้องจะไม่กว้างมาก มีเตียงสองเตียงซึ่งอยู่ตรงข้ามกัน มีโต๊ะเขียนหนังสือและตู้เสื้อผ้าสองตู้วางอยู่ตรงมุมห้อง และมีห้องน้ำนอกระเบียง ตอนนั้นจำได้ว่ามีครั้งหนึ่งช่วงปิดเทอมใหญ่ทางมหาวิทยาลัยมีการกีฬา ซึ่งเป็นกีฬาที่รวมเอามหาวิทยาลัยในภาคอีสานมาแข่งกัน ซึ่งมหาวิทยาลัยของผู้เขียนเป็นเจ้าภาพ ทำให้ทางมหาวิทยาลัยมีความจำเป็นต้องขอยืมห้องเพื่อใช้เป็นที่พักให้แก่นักกีฬาที่มาแข่งขัน จึงมีความจำเป็นให้เราเก็บของมีค่าต่างๆ ไปไว้ที่อื่นและเก็บของที่เหลือเข้าตู้เสื้อผ้าและล็อคกุญแจไว้  ผู้เขียนจึงให้พ่อกับแม่มาช่วยขนของบางส่วนกลับบ้าน ตอนนั้นเพื่อนผู้เขียนได้ย้ายของกลับไปก่อนแล้ว  ระหว่างที่ผู้เขียนขนของขึ้นๆ ลงๆ ช่วยกันกับพ่อและแม่อยู่นั้น แม่ก็รู้สึกเหนื่อยจึงขอนั่งพักสักครู่ กว่าจะขนของและเก็บของเสร็จราวๆ ยี่สิบนาทีแม่ก็หลับไปได้หนึ่งงีบพอดี แถมฝันด้วยอีกต่างหาก แม่ตื่นขึ้นมาก็เล่าความฝันให้ผู้เขียนฟังระหว่างกลับบ้าน แม่บอกว่าระหว่างที่แม่หลับไปประมาณห้าถึงสิบนาทีแม่ฝันเห็นเด็กตัวเล็กๆ หลายคนอยู่ที่หอนี้ ส่งเสียงร้องงอแงดังระงม เนื้อตัวก็เต็มไปด้วยเลือด  และ เนื่องจากแม่เป็นคนมีสัมผัสพิเศษแม่รู้ได้ทันทีว่าที่นี่ต้องมีการทำแท้งเกิดขึ้นมาก่อนแน่ๆ เพราะสิ่งที่แม่ฝันนั่นจะต้องเป็นวิญญาณของเด็กที่ถูกทำแท้งมาอย่างแน่นอน ผู้เขียนได้แต่นั่งฟังแม่เล่า เพราะไม่รู้เหมือนกันว่าการหอนี้เคยเกิดอะไรขึ้นบ้าง

Advertisement

Advertisement

ที่มา https://pixabay.com                                                                                           ที่มา https://pixabay.com

            จนกระทั่งอยู่มาวันหนึ่ง ผู้เขียนนั่งคุยกันกับเพื่อนระหว่างรอเรียน เราพูดคุยเรื่องอื่นกันไปต่างๆ นานา จนวกเข้ามาในเรื่องหอใน จุ๋ม เพื่อนอีกคนพี่พักอยู่ในหอในแต่อยู่คนละตึก ซึ่งบ้านเกิดจุ๋มจะอยู่จังหวัดแถวอีสานใต้ ที่ติดกับประเทศกัมพูชาทำให้ที่บ้านใช้ภาษาสื่อสารกันด้วยภาษาเขมร ซึ่งเราจะรู้กันอยู่แล้วว่าทางจังหวัดแถบนั้นมักจะมีเรื่องราวของการเล่นคุณไสยเป็นเรื่องปกติ จุ๋มจึงเล่าให้ฟังว่า จุ๋มรู้จักกับพี่คนหนึ่งที่เป็นผู้ชายมาจากบ้านเดียวกันกับจุ่ม ชื่อว่าพี่ชา พี่ชาจะเป็นคนที่มีวิชาอยู่บ้างนิดหน่อยเพราะปู่สอนไว้  พี่ชาเล่าให้จุ๋มฟังว่า ช่วงเข้ามาเรียนแรกๆ พี่ชาแกก็ได้อาศัยอยู่ที่หอในนี้เหมือนกันซึ่งเป็นหอชาย และจะอยู่ไม่ไกลจากหอหญิงมากนัก เวลาจะไปไหนมาไหนก็จะเดินผ่านหอหญิงเป็นประจำ แต่พอมาถึงช่วงวันพระใหญ่ทีไร พี่ชาแกจะรู้สึกไม่ดีทุกครั้งเมื่อเข้าใกล้หอหญิง เพราะพี่ชาแกมักจะได้กลิ่นเหม็นคาวเลือดและช่วงดึกๆ ก็จะได้ยินเสียงเด็กร้องให้ดังมากมาจากหอหญิงจนเริ่มรู้สึกรำคาญ และถ้าเกิดวันไหนฝันเห็นก็มักจะเห็นเป็นลักษณะของเด็กแรกเกิดที่ตัวเต็มไปด้วยเลือดแดงฉาน ซึ่งลักษณะของหอใน หอชายและหอหญิงจะอยู่ตรงข้ามกัน สามารถมองเห็นกันได้แต่ห้ามเข้าไปในตึกของกันและกัน เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นซ้ำๆ จนพี่ชาเริ่มทนไม่ไหว จนแกต้องไปทำบุญให้และย้ายออกไปอยู่หอนอกแทน

ที่มา https://pixabay.com                                                                                              ที่มา https://pixabay.com

           พี่ชาแกบอกว่าเหตุที่แกเห็นเช่นนั้นเป็นเพราะว่าหอหญิงมักจะมีการแอบทำแท้งอยู่บ่อยครั้ง  เช่น แกเคยได้ยินเรื่องเล่าครั้งหนึ่ง เขาว่ากันว่ามีเด็กสาวที่อยู่หอในเกิดตั้งท้องตอนที่ยังไม่พร้อม อีกทั้งผู้ชายก็ไม่ยอมรับ เธอจึงคิดมากไปต่างๆ นา ทำให้เธอตัดสินใจทำแท้งเองในตอนที่ยังท้องอ่อนๆ โดยการหาซื้อยาขับเลือดมากิน เมื่อเธอกินยาไปซักพักจึงเริ่มมีการปวดท้องอย่างรุนแรงและตกเลือด ซึ่งหอที่เธออยู่จะเป็นห้องน้ำรวมทำให้เลือดไหลออกมาแดงเต็มพื้นและไหลออกมาข้างนอกประตูห้องน้ำ จนมีคนไปเจอแล้วโทรเรียกรถฉุกเฉินมารับไปส่งโรงพยาบาล ผู้เขียนไม่รู้ว่าเธอเป็นตายร้ายดีอย่างไร แต่ที่แน่ๆ คือลูกของเธอที่ยังเป็นก้อนเลือดอยู่คงไม่รอดเป็นแน่ 

            และนี่เป็นแค่กรณีหนึ่งที่มีการทำแท้งในหอ ยังไม่รวมจากอดีตจนปัจจุบันว่ากรณีแบบนี้จะเกิดขึ้นมากมายขนาดไหน เรื่องที่พี่ผู้ชาเล่าให้จุ๋มฟังมันทำให้ผู้เขียนกระจ่างแจ้งว่าสิ่งที่แม่ฝันนั้นมีจริงหรือนี่ ทั้งๆ ที่เรื่องที่แม่ฝัน ผู้เขียนไม่เคยเล่าให้ใครฟังมาก่อนแต่มันประจวบเหมาะกับเรื่องของพี่ชาอย่างไม่น่าเชื่อ เพราะผู้เขียนไม่เคยรู้จักกับพี่ชาเลยและไม่เคยเจอ เพียงแต่ฟังเพื่อนเล่ามาอีกทีเท่านั้น เรื่องนี้จึงทำให้ผู้เขียนเริ่มเชื่อในระดับหนึ่งแล้วว่าเรื่องลี้ลับเหล่านี้อาจจะมีอยู่จริง