ช่วงนี้ดิฉันอยู่ในช่วงการสอบ เป็นการสอบที่ไฟไหม้มาก เพราะแทบไม่มีเวลาได้พักเลยค่ะ เวลานอนก็แทบจะไม่มี วันนี้เลยอยากนำเรื่องราวดีๆมาแบ่งปันให้สำหรับคนที่อยากอ่านหนังสือในช่วงที่เร่งรีบแต่ไม่รู้จะเริ่มยังไงดีค่ะ

1.เราต้องวางแผนก่อนค่ะว่าเรามีเวลากี่วันในการอ่าน

ปฏิทินจะเห็นได้ว่า เรามีเวลาอ่านหนังสือแค่สองวัน เพราะวันที่22 เราต้องไปสอบ ซึ่งเราจะบอกว่า เราต้องอ่านหนังสือ3วิชา 3วิชาในหมาลัยมันเยอะมาก ซึ่งมากกว่าม.ปลาย ที่เรียน1เทอม ซึ่งวันนี้ตอนเช้าถึงบ่าย เราจะอ่านวิชาที่เนื้อหาน้อยและเราพอมีพื้นฐานวิชานี้อยู่บ้าง เราจะไม่จดสรุป หรือเขียนโน้ตแต่เราจะอ่านไปทั้งหมด ให้พอรู้คร่าวๆของทุกบทก่อน หลังจากนั้นเราจะพักโดยการเล่นมือถือ อันนี้เราจะเล่นแค่ระยะเวลาสั้นๆ เราจะไม่เล่นนานมากเพราะว่า มันจะทำให้เราขี้เกียจได้

Advertisement

Advertisement

2.พักสายตา

พักสายตาการพักสายตาของเรา คือการเล่นมือถือ หรือไม่ก็นอนฟังเพลง ดูยูทูปช่องที่เป็นการสร้างกำลังใจให้ตัวเอง อย่างเช่นดูการอ่านหนังสือของหมอว่าเขาดำเนินชีวิตกันอย่างไร หรือใครที่ชื่นชอบอะไรก็ดูอันนั้นก็ได้นะ เพราะความชอบคนเราต่างกัน555 หลังจากนั้น เราจะเก็บมือถือและเริ่มอ่านต่อ

เล่นเกมส์3.ถ้าอ่านไม่ทันแล้วจริงๆลองหาสรุปในแอปสรุปดู

สรุปแอปนี้เราอยากแนะนำให้กับทุกๆคนเลยนะคะ เพราะว่าเป็นแอปสรุปที่ค้นหาง่ายสรุปก็คือดีมาก เข้าใจง่าย มีทุกหมวดทุกแขนงอ่ะ ซึ่งเราไม่ได้สปอนเซอร์นะ แค่อยากแนะนำว่ามันดีจริงๆ

การอ่านหนังสือถ้าเราอยากได้ผลจริงๆ คือต้องอ่านช่วงที่มีสมาธิ อ่านแบบสบายใจ ไม่ใช่อ่านแบบเร่งรีบถ้าอ่านแบบนั้น เราจะไม่ได้อะไรเลย นอกจากความรนของเราเอง มันจะทำให้เราเสียเวลา เสียสมาธิอีกด้วย

เชื่อว่าอาการนี้ใครหลายๆคนในยุคนี้ก็เป็นกัน นั่นคือ ไม่สามารถทำอะไรทีละอย่างได้ กระวนกระวายตอนที่มือถือห่างตัว ต้องทำนู่นทำนี่ไปด้วยหลายอย่างแม้กระทั่งตอนที่ต้องใช้สมาธิอย่างเวลาอ่านหนังสือ เราคนหนึ่งละที่ติดนิสัยอ่านหนังสือไปด้วยเล่นมือถือไปด้วย เดี๋ยวตอบแชท เช็คเมล์ หาข้อมูลนู่นนี่ไปด้วย ซึ่งถามว่าเป็นสิ่งดีมั้ย คงไม่แน่ๆ ชีวิตที่มีการ Multitasking มากเกินไปอาจจะดูเหมือนเป็นคนเก่ง แต่หลายคนก็ไม่ได้ทำทุกงานออกมาดีนะในเวลาที่ Multitask แถมแย่สุดๆคือบางทีทำไม่เสร็จสักอย่างด้วย ซึ่งวิธีแก้ก็คือการทำอะไรแค่ทีละอย่างนั่นเอง รับรองว่าถ้าทำได้ชีวิตจะดีขึ้นเยอะ และที่สำคัญถ้าเราเก็บมือถือได้จะดีมากๆเพราะถ้าเรายังมีเจ้ามือถือวางไว้ใกล้ๆตัว คงไม่เป็นผลดีอย่างแน่แท้ เพราะฉะนั้นจงเก็บมันซะ

Advertisement

Advertisement

 

หลังจากนั้นเราก็ควรกินอาหารที่มีประโยชน์แต่ไม่ควรกินเยอะไปนะ เพราะมันจะทำให้เราง่วง จนสุดท้ายเราต้องแอบหลับ ยิ่งกินอิ่ม ยิ่งมาอ่านหนังสือ ใครไม่หลับให้มันรู้ไปสิ และที่สำคัญไม่ควร กิน กาแฟ เอ็มร้อย เพราะว่าเมื่อเรากินของพวกนี้ จะทำให้สมองเราไม่โล่งหรือไม่แล่นนั้นเองอ่านอะไรไปก็จะมึนๆ พอถึงเวลาไปสอบ ยิ่งจะทำให้เบลอ ทำข้อสอบไม่ได้เลยนะ

Advertisement

Advertisement

เราเป็นคนหนึ่งที่ไม่กินของเหล่านี้เลย เราจะกินแค่น้ำเปล่าเพราะอย่างน้อยเราก็จะไม่ขาดน้ำ มันจะทำให้เราได้ลุกไปเข้าห้องน้ำบ่อยขึ้น ทำให้ไม่ง่วงแถมยังไม่มีผลเสียกับตัวเราอีกด้วย 

และที่สำคัญบรรยากาศโดยรวมของการอ่านหนังสือก็ต้องดีอีกดวยนะคะ อย่างเช่น เงียบ ผ่อนคลาย หรือจะมีสังคมที่เป็นสังคมอ่านหนังสือด้วยก็จะดีมากเลยค่ะ เพราะเราก็จะได้รู้สึกว่าฉันควรอ่านหนังสืออะไรแบบนี้

บรรยากาศการที่เราอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดีก็จะทำให้เรามีสมาธิที่ดีด้วยค่ะ

 

อีกอย่างค่ะ การคบเพื่อน ก็เป็นปัจจัยที่สำคัญด้วยนะคะ เพราะถ้าเราอยู่ในสังคมที่ช่วยการเรียน ช่วยการติวหนังสือมันก็จะทำให้เราไปสู่จุดมุ่งหมายของเราได้สำเร็จ

4.อ่านทีละนิดจิตแจ่มใส

ก่อนจะอ่านหนังสือสักเล่มให้เราอ่านที่สารบัญก่อนเข้าโหมดอ่านจริงจัง เพราะจะได้รู้ว่าหนังสือเล่มนี้เขียนถึงอะไรบ้าง ว่าง่ายๆก็เหมือนเรากำลังจีบใครอยู่ เราก็ต้องอยากรู้ข้อมูลพื้นฐานของเขาและเธอ เช่น ชื่ออะไร เป็นคนที่ไหน มีแฟนหรือยังและมีพื้นเพเป็นคนอย่างไร พอเทียบเป็นเรื่องแฟนแล้วเข้าใจได้ทันทีเลยใช่มั้ยล่ะว่าทำไมต้องอ่านสารบัญ

การอ่านสารบัญจะทำให้เราเข้าใจว่าเรื่องนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับอะไรบ้าง หลังจากนั้นเราค่อยเข้าไปดูรายละเอียดของแต่ละหัวข้อว่ามันมีเนื้อหาประมาณไหน เราไม่จำเป็นต้องเข้าใจทั้งหมดของเรื่องนั้น แต่เราควรเข้าใจรายละเอียดของมันว่ามันเกี่ยวกับอะไร เนื้อหามันครอบคลุมประมาณไหนแค่นั้นเอง

อ่านหนังสือสุดท้ายมันอาจจะเป็นวิธีที่ดูจะไม่มีประโยชน์นะคะแต่การตามไอจีของรุ่นพี่ที่เขากำลังเตรียมตัวสอบ มันจะทำให้เรามีกำลังใจในการอ่านหนังสือมากยิ่งขึ้นค่ะ ลองไปหาติดตามกันดูนะคะ เพราะเวลาที่เราท้อ เข้าไปเปิดดูจะทำให้เรามีแรงสู้ขึ้นมาอีกรอบค่ะ สุดท้ายนี้ขอฝากข้อคิดดีๆไว้ให้ทุกคนนะคะ

 

อย่ากดดันตัวเอง เราทำเต็มที่ได้แค่ไหนเอาแค่นั้น แต่เราต้องทำให้สุดความสามารถของตัวเองก่อนนะค ถ้ารู้ว่าสุดแล้วจริงๆค่อยพักค่ะ เราจะประสบความสำเร็จได้ ทุกอย่างมันอยู่ที่ตัวเราเองค่ะ หวังให้สูงไว้แล้วทำให้สำเร็จ