หลายคนเคยสงสัยไหมว่า การที่เราไม่ตั้งใจฟังอาจารย์ในห้องเรียนสอนนั้นเราจะเข้าใจเนื้อหาเหล่านั้นได้ยังไง ? หรือ เราจะเข้าใจมันได้ไหม ? แก้มป่องขอบอกตรงนี้เลยนะคะว่า


 เป็นไปได้ค่ะและเป็นไปแล้วกับตัวของแก้มป่องเอง



และหากคุณเป็นคนที่ไม่ชอบจดโน๊ตด้วยปากกาสีสันสวยงามเพราะมันค่อนข้างต้องใช้เวลามาก หรือมีเวลาน้อยต้องทำงานพาทไทม์ควบคู่ไปด้วยพอถึงเวลาเข้าเรียนก็เหนื่อยและเพลียจนไม่มีสมาธิซะแล้ว บทความนี้เป็นบทความที่คุณห้ามพลาด โดยสิ่งที่แก้มป่องจะแชร์ต่อไปนี้เป็นวิธีที่เราสามารถนำไปใช้ได้กับทุกๆสนามสอบบนโลกนี้เลยก็ว่าได้เพราะให้ประสิทธิภาพสูงทั้งการสอบย่อย สอบวิชาเอก สอบมิดเทอม สอบไฟนอล รวมไปถึงการสอบโทอิค โทเฟลหรือการสอบในระดับที่สูงขึ้นไป เพียงแค่เรารู้จักแฮ็กหรือวิธีเรียนรู้และพิชิตข้อสอบง่ายๆอย่างตรงจุดนั่นเอง ไปลุยกันเลยดีกว่าค่าาา 👍😊😊

Advertisement

Advertisement

1.  อ่านมากใช่ว่าจะดี

       ดั่งสุภาษิตที่ว่า ‘ ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ ’ คือการที่เราทุ่มแรงใจไปอย่างสุดกำลัง แต่ผลตอบรับที่ได้มันช่างว่างเปล่าซะเหลือเกิน ซึ่งเปรียบได้กับการอ่าน ถึงแม้ว่าเราจะอ่านมาก อ่านหลายเล่มแต่ถ้าหากเราอ่านไม่ตรงจุด ไม่มีเป้าหมายหล่ะก็ สิ่งที่อ่านมาก็ถือเป็นข้อมูลที่ไร้ซึ่งประสิทธิภาพอีกทั้งยังทำให้เราสับสนวุ่นวายในหัวของเรา เพราะไม่มีการจัดระบบข้อมูลให้ดี

       ฉะนั้นก่อนจะเริ่มอ่านควรหยิบ course  syllabus หรือ แผนการสอนของคลาสที่เราเรียนมาศึกษาว่าเนื้อหาที่จะเรียนแต่ละอาทิตย์คร่าวๆเป็นอย่างไร อีกทั้งเวลาสอบเรายังรู้อีกด้วยว่าเนื้อหาจะออกประมาณไหนเพราะเนื้อหาที่จะสอบก็คงไม่พ้นสิ่งที่เราเรียนไปแล้วนั่นเอง แค่นี้ทุกคนก็สามารถมีจุดโฟกัสตามตารางเป็นเรื่องๆได้แล้วค่ะ

Advertisement

Advertisement

 

English Writing for communication 2

 

2. เริ่มอ่านที่ สารบัญ 

             วิธีนี้เป็นวิธีที่ทำให้ผลการเรียนดีขึ้นได้จริงๆค่ะถึงจะฟังดูแปลกๆไปสักนิด หลายคนอาจจะเกิดความสงสัยขึ้นในใจว่าทำไมหล่ะ?????? ก่อนอื่นการที่เราจะเริ่มอ่านหนังสือสักเล่ม ส่วนของสารบัญคงเป็นส่วนที่หลายๆคนมองข้ามโดยข้ามไปอ่านส่วนของเนื้อหาไปเลย ซึ่งถือว่าคุณได้พลาดสิ่งที่ล่ำค่าไปแล้ว

              ดังนั้นเรามาเริ่มปรับกันใหม่นะคะ ทุกครั้งที่จะเริ่มอ่านหนังสือให้เราพุ่งโฟกัสไปที่สารบัญเป็นที่แรก เหตุผลที่ต้องทำแบบนี้ก็เพราะว่า เราจะได้เห็นภาพรวมของหนังสือยังไงหล่ะ เราจะได้เห็นความเชื่อมโยง ความเกี่ยวข้องภายในหนังสือว่าแต่ละบทมีความเชื่อมโยงกันอย่างไรและเพื่อเป็นการเน้นย้ำและเรียงลำดับเนื้อหาว่าเรื่องนี้เราอ่านไปแล้ว เรื่องนี้เรายังอ่านไม่จบ

Advertisement

Advertisement

               ตัวของแก้มป่องเคยทำข้อสอบแล้วอยู่ดีๆดันลืมซะได้ แก้มป่องก็เลยค่อยๆนึกจากสารบัญ ค่อยๆเรียงไปทีละบทว่าเราอ่านบทไหนไปบ้าง  เนื้อหาบทนี้มีเรื่องที่เราเจอในข้อสอบไหม และในที่สุดแก้มป่องก็นึกจนทำข้อสอบข้อนั้นได้ เคล็บลับนี้ไม่ใช่เคล็ดลับที่ยากเกินไปใช่ไหมคะ ลองฝึกกันดูได้ค่ะ 

ตัวอย่างการคิดอย่างง่าย

 

3.  มองตัวหนังสือให้เป็นภาพ

               วิธีนี้เป็นวิธีช่วยจำชั้นดีที่ได้ประสิทธิภาพสูง โดยการอ่านหนังสืออย่างที่เรารู้ๆกันว่าตัวหนังสือเยอะๆนั้นทำให้เราสับสนได้  ฉะนั้นเรามาเปลี่ยนมุมมองโดยมองตัวหนังสือที่เราอ่านให้เป็นเหมือนการแคปหน้าจอโทรศัพท์กันดีกว่า แต่ก่อนที่เราจะแคปได้นั้นเราจะต้องอ่านเนื้อหาหน้านั้นอย่างตั้งใจและเข้าใจแจ่มแจ้ง  ซึ่งการแคปหน้าจอถือเป็นวิธีกันลืมอย่างนึงโดยเพ่งไปที่หน้าหนังสือนั้นๆแล้วจ้องอย่างตั้งใจและแคปเจอร์!! อาจจะฟังดูเป็นวิธีที่ยากแต่ทุกคนรู้ไหมคะว่ามีคนรอบตัวของแก้มป่องใช้อย่างแพร่หลายเลยน้าา โดยบางครั้งรูปที่เราแคปไปเก็บไว้ในความทรงจำอาจจะมีเลือนลางจนเราต้องกลับไปเปิดหนังสือดูอีกครั้งเพื่อย้ำความทรงจำบ้างแต่ก็ถือเป็นสิ่งที่ดี อย่างไรก็ตามทุกคนอย่าพึ่งท้อนะคะลองนำไปฝึกกันค่ะ ทุกอย่างต้องใช้เวลาจึงจะสัมฤทธิ์ผลค่า ^^

ตำราหนาแต่อ่านสบาย

 

4. ไม่ต้องโน๊ตให้สวยแต่โน๊ตให้เก็ท! 

               ความหมายตรงตัวเลยนะคะคือไม่จำเป็นต้องใช้ปากกาสีสันมากมายมาตกแต่งให้สวยงามแค่โน๊ตในแบบฉบับของตัวเองให้ตัวเองเข้าใจก็พอค่ะ โดยสามารถใช้วิธีการวาดภาพ ตัวย่อหรือสัญลักษณ์มาช่วยให้เราจดโน๊ตได้เร็วขึ้นและจดจำได้อย่างง่ายดายอีกด้วย และอีกหนึ่งเคล็บลับที่อยากเสริมคือ การนำเนื้อหามาแต่งเป็นเพลงเป็นทำนองก็ช่วยได้ดีเลยค่ะทั้งยังสนุกไม่น่าเบื่อด้วยยย ไปดูตัวอย่างการโน๊ตของแก้มป่องกันเลยดีกว่า 

ไม่มีใครกล้ายืมโน๊ตของแก้มป่องเลยค่า55555555วิชา Phonetic

 

5. อัดคลิปเสียงสอนตัวเอง 

         แก้มป่องเคยใช้วิธีนี้กับวิชาแสนโหดอย่าง กฎหมายและจริยธรรม และผลตอบรับคือแก้มป่องได้คะแนนสูงสุดตั้งแต่อาจารย์สอนมาใน4รุ่น อาจารย์เลยให้รางวัลด้วยหนังสือที่อาจารย์เขียนเอง ซึ่งประทับใจมากๆค่า

          แก้มป่องแทบไม่ได้โน๊ตอะไรเลยนอกจากกลับมาดูชีทที่อาจารย์สอนมาทำความเข้าใจกับเนื้อหาและเริ่มหยิบโทรศัพท์มาอัดเสียงตัวเองโดยไม่ดูชีทที่เราทำความเข้าใจไปแล้ว และเริ่มทำการสวมบทบาทเป็นคุณครูสอนตัวเองเหมือนเล่าให้ตัวเองฟัง ถ้าเรื่องไหนเราเล่าให้ตัวเองฟังอย่างติดขัดหรือไม่แน่ใจ  แก้มป่องจะกลับไปทบทวนทันทีให้แจ่มแจ้งและจะมาอัดสอนตัวเองอีกรอบ ทำวนๆอยู่อย่างนี้จนจบเนื้อหา

           ช่วงที่อาบน้ำแก้มป่องก็จะเอามาเปิดฟังเสียงตัวเองสอน เป็นการทบทวนที่ดีมากๆเลยค่าอีกทั้งก่อนสอบ แก้มป่องเห็นเพื่อนๆชุลมุนกับชีทกองโตแต่แก้มป่องแค่หยิบหูฟังมาเสียบฟังเสียงตัวเองเสริมความมั่นใจโดยที่ไม่ได้โน๊ตอะไรเลย และผลตอบรับมันดีเกินขาดมากเลยค่า 

ต้องลองค่า

 

6. เชื่อมั่นในตัวเอง

             สิ่งสุดท้ายนี้ถือเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยค่ะ ‘ความเชื่อมั่น’ ไม่ว่าจะในสถานการณ์ที่คับขันแค่ไหนเราต้องเชื่อมั่นว่าเราจะทำได้  “ I can(not) do it ” ตัดคำว่า not ออกไปซะและเชื่อมั่นว่าตัวเราเองจะทำได้ เพราะพลังใจเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ถ้าหากเราท้อแท้ตั้งเริ่มต้นแน่นอนว่าความสำเร็จจะห่างไกลไปอีกหลายร้อยล้านไมล์ ฉะนั้นจงสะกดจิตตัวเองให้มีแต่ความเชื่อมั่น มุ่งมั่น ตั้งใจ ในทุกๆวันจะได้มีแต่สิ่งดีๆเกิดขึ้นกับตัวของเราเองนะคะ

I can do it

         

             หลังจากที่ทุกคนอ่านมาถึงตรงนี้แก้มป่องคิดว่าทุกคนจะต้องได้รับความรู้และเคล็ด(ไม่)ลับนำไปปรับใช้พิชิตข้อสอบในแต่ละสนามสอบของทุกคนได้อย่างมีประสิทธิภาพแน่นอนและอยากจะฝากไว้ว่า ความพยายามไม่เคยทำร้ายตัวเรา อย่าลืมพยายามที่จะทบทวน ฝึกฝนวิชาดั่งลับมีดให้คมพร้อมใช้งานตลอดเวลา เพราะถ้าหากเรามีความรู้เคล็บลับวิชามากมายแต่ไม่ได้ฝึกฝนอยู่ตลอด วิชาเหล่านั้นก็คงจะไร้ความหมาย

              หวังเป็นอย่างยิ่งว่า “พิชิตข้อสอบง่ายๆฉบับคนขี้เกียจ” ที่แก้มป่องนำมาแชร์จะเป็นประโยชน์ต่อคุณผู้อ่านทุกท่าน อย่ารอช้าที่จะหยิบหนังสือสักเล่มเพื่อมาเริ่มอ่านไปพร้อมกันนะคะ :)