ที่ดินที่เป็นมรดกตกทอดมาจากปู่ย่าตายายนั้น เชื่อว่าทุกคนคงไม่อยากขายเพราะมันมีคุณค่าทางจิตใจและเปรียบเสมือนพื้นที่แห่งความทรงจำของแต่ละคน แต่บางครั้งเมื่อมีความจำเป็นทางด้านการเงินที่ดินเหล่านี้ก็สามารถช่วยคลี่คลายปัญหาได้ แต่บางครั้งการประกาศขายที่ดินที่เจ้าของเดิมไม่ต้องการให้ขายนั้นก็ไม่สามารถจะขายได้ง่ายๆเช่นกัน

ภาพที่ 1

          วันหนึ่งมีสายโทรศัพท์ดังเข้ามาที่พ่อของผู้เขียน ซึ่งพี่สาวโทรมาปรึกษาเรื่องอยากขายที่ดินแปลงที่พ่อยกให้ ที่ดินแปลงนี้มีเนื้อที่ไม่ใหญ่มากนักมีต้นยูคาลิปตัสขึ้นปกคลุมเต็มพื้นที่ ที่แปลงนี้ค่อนข้างอยู่ไกลจากถนนใหญ่และถึงแม้จะอยู่ใกล้เขตหมู่บ้านแต่ก็เป็นเรื่องยากที่จะขายได้เพราะนอกจากจะเข้าไปลึก คนนอกก็อาจจะไม่รู้จักแล้ว ชาวบ้านแถวนั้นยังเชื่อว่าที่ตรงนี้มีอาถรรพ์เพราะเป็นทางผีผ่านมาตั้งแต่สมัยโบราณถ้าอยากจะขายก็ต้องทำพิธีปัดเป่าเสียก่อน ชาวบ้านที่มีที่ติดกันจึงพยายามมาขอซื้อต่อในราคาถูก แต่พ่อก็ยังไม่ขายให้และไม่เชื่อในคำที่ชาวบ้านพูดและได้โอนให้พี่สาวเป็นที่มรดกแทน หลังจากที่คุยโทรศัพท์กับพี่สาวแล้ว ในวันรุ่งขึ้นพ่อเตรียมอุปกรณ์ไปปรับพื้นที่แต่เช้า แกตั้งใจจะไปถางหญ้าที่ขึ้นอย่างรกทึบออกให้หมด ให้เหลือเฉพาะต้นยูคา และจะตัดต้นยูคาออกจะได้ให้รถเอาดินมาถมและนำป้ายประกาศขายมาติดไว้ เมื่อพ่อถางหญ้าบริเวณรอบๆจนเสร็จเรียบร้อยก็กลับมาพักผ่อนในตอนเย็น ในคืนนั้นพ่อฝันไปว่ามีคนมารุมด่าแกหลายคน ซึ่งดูไม่ออกว่าเป็นใครบ้าง และจับใจความไม่ได้ว่าด่าอะไรแกบ้าง แต่พ่อก็รับรู้ได้ว่าเขาเหล่านั้นมารุมด่าพ่อเพราะไปรบกวนที่ที่พวกเขาอยู่อย่างแน่นอน ในเช้าวันต่อมาพ่อรีบตื่นไปทำบุญแต่เช้าเผื่อว่าการทำบุญนี้จะช่วยส่งผลบุญไปถึงวิญญาณที่มาเข้าฝัน และช่วยให้การขายที่ง่ายขึ้น และระหว่างนี้ก็ให้พี่สาวถ่ายรูปไปประกาศลงขายในเว็ปไซต์อีกทาง แต่หลังจากนั้นพ่อก็ไม่ได้ไปปรับพื้นที่ต่อ เพราะนี่ขนาดไปถางหญ้ายังรุมด่าขนาดนี้ถ้าไปตัดต้นไม้ออกหมดพ่อต้องเจอกับอะไรอีกบ้าง แกจึงทำได้แค่เอาป้ายประกาศไปติดไว้ก่อนและสวดมนต์แผ่เมตตาให้ทุกคืน  

Advertisement

Advertisement

 

ภาพที่2                                                                                          ที่มา  https://pixabay.com

            จนเวลาผ่านไปหลายเดือนที่ตรงนี้ก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะขายได้ ชาวบ้านแถวนั้นที่มาถามรายละเอียดเหมือนว่าจะซื้อแต่ก็มีเหตุให้ไม่ซื้อไปซะทุกราย ในวันหนึ่งผู้เขียนไปเดินดูร้านหนังสือและได้เจอเข้ากับหนังสือเล่มหนึ่งมีชื่อว่า “ หมอปลา มือปราบสัมภเวสี ” ผู้เขียนจึงซื้อกลับมาอ่าน ซึ่งมีอยู่บทหนึ่งหมอปลาบอกว่าให้นำรูปแกไปแปะหรือติดไว้ตรงที่มีอาการเจ็บป่วย (แกอาจจะหมายถึงอาการที่เกิดจากวิญญาณกระทำ) ก็จะหาย หรือนำไปติดไว้ในที่ที่มีอาถรรพ์ สิ่งไม่ดีต่างๆก็จะออกไป (โปรดใช้วิจารณญาณ) เมื่อพ่อได้อ่านบทความนั้นแกจึงคิดว่าลองดูก็ไม่น่าจะเสียหายอะไร วันต่อมพ่อนำภาพหมอปลาในหนังสือไปขยายและเคลือบขนาดเท่ากระดาษ A4 แล้วนำไปตอกติดไว้กับเสา ปักลงกลางที่ดินพื้นนั้นโดยหันหน้ารูปภาพเข้าหาป่ายูคา ซึ่งท่านผู้อ่านจะเชื่อหรือไม่ก็ตาม เพียงแค่ไม่นานก็มีนักธุรกิจคนหนึ่งติดต่อมาขอซื้อที่ดินกับพี่สาวเพราะเห็นประกาศขายทางเว็ปไซต์ ซึ่งราคาและพื้นที่อยู่ในงบที่เขามีพอดี ซึ่งจุดประสงค์ของเขาคือซื้อมาถ้าราคาขึ้นก็ขายต่อ พี่สาวจึงตอบตกลงซื้อขายจนเสร็จเรียบร้อย ซึ่งเรื่องทีเกิดขึ้นก็สร้างความประหลาดใจให้ครอบครัวผู้เขียนอยู่ไม่น้อย

Advertisement

Advertisement

ภาพที่3                                                                                         ที่มา  https://pixabay.com

          วันเวลาผ่านไปหลายปี วันหนึ่งอามาเยี่ยมพ่อและก็บ่นเรื่องที่ดินของแกที่แกเคยประกาศขายไว้นานมากแล้วแต่ก็ยังไม่ได้ขายให้พ่อฟัง ซึ่งพ่อก็เคยช่วยอาประกาศขายด้วยเช่นกัน แต่ก็น่าแปลกใจตรงที่ว่าที่ดินของอานั้นติดถนนดำเส้นหลักซึ่งเป็นที่มีทำเลดีเลยก็ว่าได้ แต่ผ่านมานานนับสิบปีก็ไม่เคยขายได้เลย พ่อเคยบอกอาแต่แรกแล้วว่าพื้นที่ตรงนี้เจ้าที่แรงมาก ทางญาติๆก็เคยนิมนต์พระมาทำบุญก็แล้วแต่ก็ยังขายไม่ได้เหมือเดิม และหลังจากวันนั้นญาติๆกลับทะเลาะกันและแยกย้ายไม่คุยกันอยู่หลายเดือน และถ้าหากว่าอาคิดจะประกาศขายอีกครั้งพ่อก็คงต้องทำพิธีอะไรสักอย่างเพื่อปัดเป่าสิ่งไม่ดี ถึงจะไม่รู้ว่าจะได้ผลหรือไม่ก็ตาม อาได้ฟังดังนั้นก็เห็นด้วยกับพ่อจึงได้นัดวันกันว่าจะลองไปทำพิธีสวดตรงที่ดินผืนนั้นอีกสักครั้งเผื่อว่าจะได้ขายตามที่ตั้งใจไว้ ก่อนวันทำพิธีช่วงหัวค่ำพ่อได้นั่งสวดมนต์บทใหญ่อยู่นาน ซึ่งแกสวดตามหนังสือสวดมนต์โบราณที่แม่ได้รับมาจากตาอีกทอดหนึ่งโดยอาศัยอานิสงค์จากพุทธคุณในการช่วยปัดเป่า ซึ่งผู้เขียนก็ไม่ทราบแน่ขัดว่าที่พ่อสวดไปทั้งหมดมีบทอะไรบ้าง พ่อเตรียมทั้งน้ำมนต์ และขูดเอาน้ำตาเทียนที่เกาะหนาแน่นบนเชิงเทียนซึ่งผ่านการสวดมนต์มาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน มาใส่ในขันและผสมดินและหินลูกรังไว้ด้วยกัน ในเช้าวันต่อมาพ่อกับอาก็พากันไปยังที่ดินผืนนั้น พ่อสวดพึมพำๆอีกครั้งก่อนจะเป่าไปที่ขันน้ำมนต์และขันดินลูกรัง ก่อนจะช่วยกันพรมและขว้างหินไปจนครบทุกทิศทุกทาง ระหว่างที่กำลังทำพิธีอยู่ พ่อกับอาได้ยินเสียงเบรกของรถดังมาจากถนนใหญ่ทางด้านหลังของแก และเห็นว่ามีรถเก่งคันหนึ่งเบรกเสียงดังจนล้อสะบัดทำให้รถหมุนคว้างเป็นวงกลมก่อนที่จะพุ่งเสียหลักลงไปบริเวณทุ่งนาข้างทาง ซึ่งถ้าหากรถเก่งคันนั้นไม่ไปติดตรงคันนาจนทำให้รถหยุด มีโอกาสที่รถคันนั้นจะคว่ำและทำให้สองแม่ลูกที่อยู่ในรถเสียชีวิตได้ พ่อกับอาเห็นดังนั้นก็รีบวิ่งไปช่วยคนในรถออกมาให้เร็วที่สุด ซึ่งในเวลานั้นไม่สามารถรอกู้ภัยมาเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บอย่างถูกต้องได้เพราะเริ่มมีควันออกมารถและอาจจะระเบิดได้ทุกเมื่อ หลังจากนั้นจึงได้แจ้งกู้ภัยมาที่จุดเกิดเหตุ โชคดีที่แม่กับลูกคู่นั้นไม่เป็นอะไรมากแต่ก็ยังต้องไปเช็คอาการที่โรงพยาบาลอีกครั้ง พ่อสอบถามได้ความว่าลูกสาวที่เป็นคนขับเกิดอาการหลับในก่อนจะเสียหลักพุ่งลงข้างทาง

              เมื่อประมวนเหตุการณ์ทั้งหมด พ่อก็ถึงกับขนลุกกับคำพูดที่ตัวเองเคยบอกกับอาว่า “เจ้าที่ตรงนี้แรงมาก” เพราะเหตุการณ์ที่ต่างๆที่เกิดขึ้นนั้นมันตรงกับที่แกกำลังทำพิธีอย่างพอดิบพอดี ซึ่งถ้าจะมองว่าเป็นเรื่องบังเอิญก็อาจจะเป็นได้ แต่ถ้าเราอยู่ในเหตุการณ์ ณ ตรงนั้นก็คงอดคิดไม่ได้ว่า ผีเจ้าที่ตั้งใจจะทำให้พ่อและอาเห็นหรือเปล่าว่าเขามีตัวตนและไม่ต้องการให้ใครไปยุ่งในที่ของเขา หลังจากวันนั้นที่ดินของอาก็ยังไม่สามารถขายได้จนถึงปัจจุบัน