“ต้นผงชูรส” ฟังดูก็ได้รสของความนัวแล้วใช่ไหมค่ะ บางถิ่นก็เรียกเจ้าต้นนี้แตกต่างกันออกไป ไม่ว่าจะเป็น ต้นชายา ต้นมะละกอกินใบ ต้นคะน้าเม็กซิกัน และ“ต้นผงชูรส” โดยเจ้าต้นนี้มีชื่อทางพฤกษศาสตร์ Cnidoscolus chayamansa ชื่อวงศ์ Euphorbiaceae หลายคนคงยังไม่เคยเห็นหน้าตาของเจ้าต้นผงชูรสนี้ใช่ไหมค่ะ ต้นผงชูรสมีลักษณะคือ บริเวณลำต้นจะคล้ายกับต้นมันสำปะหลัง ใบคล้ายกับใบมะละกอแต่มีขนาดเล็กกว่า เป็นเหตุผลที่ทำให้บางถิ่นเรียกว่า ต้นมะละกอกินใบนั้นเองค่ะ 

ต้นผงชูรส                                                                                  ภาพถ่ายจาก นิติญาพร ใจเที่ยง

   

ต้นผงชูรส                                                                              ภาพถ่ายจาก นิติญาพร ใจเที่ยง

        ต้นผงชูรสนั้นเป็นพืชที่ปลูกง่าย โตไว และวิธีปลูกก็ไม่ได้ยุ่งยากเลย เพียงแค่คุณตัดกิ่งต้นผงชูรสเป็นท่อน ๆ แล้วก็ปักลงดิน เพียงแค่นี้ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ ส่วนพื้นที่ในการปลูกนั้น ก็อาจจะต้องกว้างหน่อยนะคะ เพราะต้นผงชูรสนี้เมื่อโตขึ้นเขาจะมีลักษณะเป็นพุ่ม ลำต้นสูง 2-6 เมตร ดังนั้น บริเวณสวนครัวหลังบ้าน ก็เหมาะเลยที่เดียวค่ะ

Advertisement

Advertisement

ภาพสวนครัว                                                                               ภาพถ่ายจาก นิติญาพร ใจเที่ยง

        ในเรื่องของประโยชน์นั้นแน่นอนว่า “ต้นผงชูรส” ก็ไม่ได้น้อยหน้าผักชนิดอื่นเลยค่ะ นอกจากจะนำไปประกอบอาหารไม่ว่าจะนำใบไปผัดกับน้ำมันหอย ลวกกินกับน้ำพริก หรือจะนำไปใส่กับต้มไก่ ต้มปลา เพื่อให้รสชาติของอาหารนั้น อูมามิ ยิ่งขึ้น

ต้มไก่                                                                                              ภาพจาก knorr

Advertisement

Advertisement

        นอกจากนี้ต้นผงชูรสยังมีสรรพคุณทางยา ไม่ว่าจะเป็นช่วยในการหมุนเวียนโลหิต ช่วยในการมองเห็น ทำให้สายตาดีขึ้นช่วยลดคอเรสเตอรอล ช่วยลดน้ำหนัก มีสารต้านอนุมูลอิสระ มีส่วนช่วยปกป้องหลอดเลือดและหัวใจ ป้องกันโลหิตจาง โดยเพิ่มธาตุเหล็กให้กับเลือด

ภาพอุปกรณ์ทางการแพทย์

                                                                                     ภาพจาก pixabay

        แต่ต้องขอเตือนเอาไว้เลยนะคะว่า ไม่ควรกินใบของต้นผงชูรสนี้แบบสด ๆ เด็ดขาด เพราะในใบสดมีสารกลูโคไซด์ สารนี้จะปล่อยสารพิษไซยาไนด์ออกมา ซึ่งต้องบอกเลยค่ะว่า สารไซยาไนด์นี้เป็นอันตรายต่อร่างกายมาก แต่สารนี้จะถูกทำลายเมื่อทำให้ผักสุกก่อนรับประทาน ฉะนั้นก็ควรกินแบบสุกนะคะ จะได้ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายพร้อมได้ประโยชน์เต็ม ๆ เลยทีเดียว

Advertisement

Advertisement

        ผักสวนครัวชนิดนี้นอกจากจะสามารถนำมาประกอบอาหาร นำมาเป็นเครื่องปรุงรส และยังมีสรรพคุณอีกมากมาย แถมยังปลูกง่าย ๆ ไว้ในสวนครัวหลังบ้านแบบสบาย ๆ นับว่าเป็นผักสารพัดประโยชน์ที่หาทานได้ในสวนครัวหลังบ้านเลยทีเดียวค่ะ

 

ถ่ายภาพหน้าปกโดย นิติญาพร ใจเที่ยง