เดินขึ้นภูหินร่องกล้ายามเย็น

กางเต้นท์กลางทุ่งใต้ไม้ใหญ่ แล้วขึงผ้าใบรอบๆ เต๊นท์ เดินไปอาบน้ำที่กังหันพลังน้ำ ฟังทหารเล่าเรื่องพื้นที่สู้รบสมัยที่ยังมีโรงเรียนการเมือง ตั้งใจว่าวันรุ่งขึ้น จะเดินขึ้นผาชูธง

ทั้งทุ่งมีเต๊นท์เราเต๊นท์เดียว  ไกลลิบๆเป็นค่ายทหาร

อากาศหนาวเย็น ไม่มีเหงื่อ แมัว่าจะกางเต๊นท์เดิน ทำกิจกรรมหลายอย่าง

 

เข้านอนตั้งแต่สองสามทุ่ม เพราะไม่มีไฟฟ้า

มืดสนิท มองฝ่ามือไม่เห็น ชีวิตขึ้นอยู่กับไฟฉายอันเดียว

ลมพัดหวีดหวิว สลับกับเสียงอู้ๆ เหมือนใครมาร้องตะโกนชูธง

เวลาไหลผ่านตัวไปอย่างเชื่องช้าเยือกเย็น

จวบจนเที่ยงคืนก็แล้ว

ล่วงเข้าวันใหม่ที่ยังมืดสนิท

 

จนกระทั่งตีสอง เวลาที่ใครๆเล่าว่าเป็นเวลาเปิดของโลกคู่ขนาน

โลกอีกมิติที่ไม่มีตัวตน

ฉับพลันนั้น

เสียงสวบสาบเหมือนคนเดินรอบเต๊นท์ เดินเป็นจังหวะจะโคนเหมือนมาเดินสวนสนาม

Advertisement

Advertisement

 

นอนฟังอยู่เป็นนาน คิดว่าทหารเมื่อเย็นมาเยี่ยม มาชวนคุย

แต่ใช่เวลามั้ย?

ตัดสินใจ ถามออกไปว่าใครครับ ไม่มีเสียงตอบ

เสียงสวบสาบยังดังอยู่สม่ำเสมอ

ชั่งใจอีกนาน 

ตัดสินใจเปิดเต๊นท์ออกไป ไม่มีใครเลย ใจหายวูบ เหงื่อกาฬไหลออกจากฝ่ามือ

ปิดเต๊นท์ เสียงหัวใจเต้นตึกตักเหมือนจะกระดอนออกนอกอกคู่ขนานไปกับเสียงสวบสาบก็ดังขึ้นอีกจนเช้า

 

โลกคู่ขนานคงส่งใครที่ไม่มีตัวตนมาเดินเล่นรอบเต๊นท์

Advertisement

Advertisement