Day 1 ช่วงที่1 : ผีตาโขน ด่านซ้าย จ.เลย


ทริปทุลักทุเลออกจากกรุงเทพรถติดหนักมาก ขึ้นรถปุ๊บหลับปั๊บ ตี 4 ถึงยอดภูทับเบิก เพชรบูรณ์ ทะเลหมอกทำเอาเราหายง่วงไปเลย อากาศเย็นจัดจนต้องหาเสื้อมาใส่กันวุ่นวาย ลมกรรโชกมาทีนึงทำเอาตัวสั่น ที่นี่อากาศหนาวเย็นตลอดปี ไร่กะหล่ำปลีเต็มยอดดอย มาที่นี่ห้ามพลาดเมนูหมูกะทะกับกะหล่ำปลีผัดน้ำปลา อิ่มมื้อเช้าเราก็ตีรถเข้าจังหวัดเลย ไปสักการะพระธาตุศรีสองรัก ด่านซ้าย ขึ้นไปไหว้พระธาตุห้ามใส่เสื้อสีแดงและนำดอกไม้แดงถวายเพราะสีแดงคือสัญลักษณ์ของเลือดจากการทำสงคราม เนื่องจากเป็นพระธาตุที่สร้างขึ้นจากความสัมพันธ์อันดีของลาวและไทย พระธาตุจึงไม่ชอบสีแดง จากนั้นเราไปไหว้พระที่วัดเนรมิตวิปัสสนา อยู่ใกล้ ๆ กันกับพระธาตุ กราบนมัสการพระครูภาวนาวิสุทธิณาณเพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนจะตีรถไปรอชมขบวนแห่ผีตาโขน ซึ่งเป็นไฮไลต์ของทริปนี้

Advertisement

Advertisement

หอดูดาวบนภูทับเบิกภาพโดย Myhero

กะหล่ำปลีผัดน้ำปลาถ้าไม่ได้กินแปลว่ามาไม่ถึงภูทับเบิกภาพโดย Myhero

พระธาตุศรีสองรัก ด่านซ้ายภาพโดย Myhero


Day 1 ช่วงที่ 2 : ผีตาโขน ด่านซ้าย จ.เลย


และแล้วก็มาถึงช่วงไฮไลต์ของวันนี้ เทศกาลงานบุญผีตาโขน ด่านซ้าย เป็นส่วนหนึ่งของ “งานบุญหลวง” ซึ่งถือว่าเป็นงานบุญใหญ่ประจำปีของท้องถิ่น ในงานบุญหลวงนี้จะมีกองทัพ “ผีตาโขน” หรือ “ผีตามคน” ออกวาดลวดลายทั่วเมืองด่านซ้าย ประเพณีสำคัญนี้จะจัดขึ้นช่วงเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม ของทุกปี จะจัดวันไหนขึ้นกับการเข้าทรงของเจ้าพ่อกวน เป็นเทศกาลที่ได้รับอิทธิพลมาจากมหาเวสสันดรชาดก ชาดกในทางพระพุทธศาสนา ที่ว่าถึงพระเวสสันดร และพระนางมัทรี จะเดินทางออกจากป่ากลับสู่เมืองหลวง บรรดาสัตว์ป่ารวมถึงภูติผีที่อาศัยอยู่ในป่านั้น ได้ออกมาส่งเสด็จด้วยอาลัย ตลอดงานมีกิจกรรมและร้านค้าที่จำหน่ายสินค้าเกี่ยวกับผีตาโขนมากมาย ร้านค้าและชมรมต่าง ๆ นำน้ำดื่มและขนมแจกนักท่องเที่ยวให้ทานฟรี มันคือความน่ารักของชาวอีสานที่ร่วมแรงร่วมใจกันอนุรักษ์วัฒนธรรมอันดีงามนี้ไว้ ผีตาโขนทั้งเด็กทั้งผู้ใหญ่ออกมาร่ายรำ ทุกคนต่างแต่งแต้มผีตาโขนของตัวเองอย่างสวยงามที่สุด เพื่อเข้าร่วมขบวนแห่ อลังการจนขนลุก ใครไม่เคยมาก็มาซะ เที่ยววิถีไทยเก๋ไก๋สไตล์ลึกซึ้ง

Advertisement

Advertisement

ผีตาโขนที่ อ.ด่านซ้ายภาพโดย Myhero

 ผีตาโขนที่ อ.ด่านซ้ายภาพโดย Myhero


Day 2 : ผีตาโขน ด่านซ้าย จ.เลย


อากาศยามเช้าวันนี้สดชื่นมาก บรรยากาศซึม ๆ หมอกจาง ๆ เรี่ยภูเขา เย็นสบาย เราขนข้าวเช้าขึ้นไปกินบนภูหัวฮ่อม กินข้าวไปชมวิวภูเขาไป กินเกลี้ยงทั้งที่เป็นแค่ข้าวกระเพราธรรมดา เสียดายที่ไม่สามารถเก็บภาพดาวเมื่อคืนมาให้ดูได้ เมื่อคืนเราพักที่ทัศนีย์รีสอร์ต อำเภอนาแห้ว เป็นรีสอร์ตของผู้ใหญ่บ้านนาแห้ว มื้อค่ำพี่ผู้ใหญ่บ้านพาเราขึ้น 4WD ไปกินข้าวบนภูค้อ ตอนแรกหมวยมีความงอแง ทำไมเราต้องลำบากขึ้นเขาไปกินข้าว แต่ต้องยอมจำนนเพราะที่รีสอร์ตไม่มีข้าวกิน ต้องขึ้นไปกินบนภูเท่านั้น พอไปถึง หลามไก่ เสริฟมาในกระบอกไม้ไผ่ แกงเปรอะหน่อไม้สด ลาบปลายี่สก กินกับข้าวเหนียว กินไปท่ามกลางไฟฉาย กินอิ่มปิดไฟ ดาวกระจ่างเต็มฟ้า เห็นดาวตกชัดมาก ยิ่งดึกดาวยิ่งเยอะ เหมือนจะเอื้อมมือไปแตะได้ ลมเย็นจนหนาว กินเบียร์เป็นลังก็ยังไม่เมา มือถือไม่มีสัญญาณ มีแต่เสียงเพลงและเสียงคุยกันของพวกเรา นอนหลับไปท่ามกลางแสงดาว ความสุขง่าย ๆ ของคนเราก็มีแค่นี้ กินง่าย ๆ ก็อิ่ม นอนรับลมเย็นบนเขา นอนดูดาวโคตรสุขแล้วชีวิตนี้จุดชมวิวไทย-ลาว ภูหัวฮ่อมภาพโดย Myhero

Advertisement

Advertisement

ลานชมวิวภาพโดย Myhero


หลังมื้อเช้าเราไปแวะร้านกลุ่มแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรบ้านบ่อเหมืองน้อย จำหน่ายแมคคาเดเมียตามโครงการพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 และองค์สมเด็จพระเทพ จากนั้นเราก็ข้ามไปไหว้พระที่ลาว เราข้ามไปฝั่งลาวตรงชายแดนไทยลาวบ้านเหมืองแพร่ ความน่ารักคือต้องข้ามแพไป วัดโพธิ์บ้านเหมืองแพร่เป็นวัดโบราณอายุกว่าร้อยปี มีพระเพียงรูปเดียว กลับจากลาวรำ่ลาผู้ใหญ่บ้านแล้วไปหม่ำขนมจีนหล่มเก่าเป็นมื้อกลางวัน แวะวัดผาซ่อนแก้วเป็นที่สุดท้าย ก่อนจจบทริปนี้ด้วยความประทับใจ มีแรงไปสู้ต่อกับโลกบิด ๆ เบี้ยว ๆ ในเมืองหลวงอีกครั้ง

วัดโพธิ์บ้านเหมืองแพร่เป็นวัดโบราณอายุกว่าร้อยปีภาพโดย Myhero