...เคยรู้สึกมั้ยว่า การท่องเที่ยวคือชีวิต...

ผมเป็นอีกคนหนึ่งที่ตามหาความสุขอยู่ตลอด และหนึ่งในความสุขของผมก็คือ การได้เดินทาง การได้มองดูข้างทางหญ้าใบไม้ที่ผ่านไปขณะขับรถผ่าน การได้ออกไปดูสิ่งใหม่ๆ สถานที่ใหม่ๆ เจอผู้คนแล้วก็เจอเพื่อนร่วมทางดีๆ และในการเดินทางของผมครั้งนี้ ผมได้เดินทางไปที่ ภูกระดึง จังหวัดเลย และครั้งนี้เป็นครั้งแรกของผมในวัย 23 ปี ผมเดินทางไปกับเพื่อน 5 คน ซึ่งทั้ง 5 คนก็ต่างเป็นครั้งแรกที่ไปภูกระดึงด้วยกัน #ภูกระดึงจะซักแค่ไหนกันเชียว ความคิดเเรกๆที่เข้ามาในหัว ไปเสพบรรยากาศหน่อยก็ดีว่ะ

เดินทางกันเลยยยขอเล่าในส่วนของการเดินทางขึ้นภูกระดึงเลยนะครับ ด้วยความที่มั่นใจในร่างกายตัวเองอยู่ว่าน่าจะแข็งแรงพอ ก็เลยไม่ได้จ้างลูกหาบซึ่งกระเป๋าเราน่าจะซักเกือบ 10 กิโลกรัม และก็มีเพื่อนอีก 2 คนที่ไม่ได้ฝากกระเป๋าด้วยเช่นกัน แล้วหลังจากนั้นก็เริ่มออกเดินทาง ขึ้นสู่ภูกระดึง ซึ่งเดินขึ้นไปน่าจะยังไม่ถึง 100 เมตรนะ เราก็รู้สึกถึงความอ่อนแอของตัวเราเองพร้อมกับความหนักของกระเป๋าที่เหมือนเพิ่มขึ้นในทุกๆก้าว ซึ่งเพื่อนที่ไม่ได้จ้างลูกหาบคนหนึ่งเป็นตำรวจร่างกายฟิตจัดเลย เดิน ฟึบๆๆๆ โอ้วโห้ววว ได้แต่คิดในใจว่าคิดถูกหรือคิดผิดวะที่ไม่จ้างเนี่ย แต่ไงได้เสียเหงื่อไม่ว่าเสียหน้าไม่ยอมเฟ้ยยย จนกระเสือกกระสนมาจนถึง ซำแฮก โอ้พระเจ้าพึ่งจะ 1 กิโลเมตรเองหรอเนี่ย เหมือนเดินมาเป็นสิบๆกิโลเลยแก  หลังจากนั้นก็ผ่านซำนั่นซำนี่ไปเรื่อยๆพร้มกับการแวะในทุกๆซำ ( ขอโทษที่มองแกผิดไปภูกระดึง )

Advertisement

Advertisement

ซำอะไรไม่รู้แล้ว รู้แต่ว่าเหนื่อยโว้ยยยยยจนในที่สุดเราก็หอบร่างกายของเราที่แทบจะลงไปนอนอยู่กับพื้นขึ้นมาถึงหลังแป เราเอากระเป๋าที่ตอนนี้สำหรับเรามันหนัก 100 กิโลกรัมของเราวางลงกับพื้นแล้วก็นั่งมองวิวพันล้านที่หลังแป หู้ยยย เย็นสบายมากรูปที่เราถ่ายมามันคงไม่สวยเท่าการได้มาเห็นกับตาตัวเองจริงๆ จากที่เราเหนื่อยหอบมันเริ่มจางหายไปลองไปดูรูปที่เราเก็บมาฝากกัน ( ซักครั้งต้องไปด้วยตัวเองให้ได้นะทุกคน )

Advertisement

Advertisement

ไปดูด้วยตัวเองให้ได้นะขาดเพื่อนที่เป็นตำรวจเพราะเขาไม่อยากถ่ายนึกว่าจะสิ้นสุดเส้นทางการเดินของภูกระดึงละ แต่ต้องเดินไปจุดกางเต๊นอีก 3-4 กิโลเมตรจ้าแม่ แต่หลังจากหลังแปจะเป็นเส้นทางลาดละไม่ได้ขึ้นเขา เดินไปพร้อมกับสัมผัสบรรยากาศธรรมชาติข้างทางที่ไม่อยากเชื่อสายตาตัวเองเหมือนกัน เคยอ่านเคยดูจากคนอื่นเล่า เขาบอกว่าต้องมาดูกับตาตัวเองนี่มันเป็นเรื่องจริงนะทุกคน

ป่าสนที่เขียวชอุ่มวิวแบบนี้เดินทั้งวันยังไหว #หยอกๆ

พอมาถึงที่พักเราก็วางกระเป๋า 200 กิโลกรัมของเราลงแล้วก็เริ่มกางเต๊นท์ อาบน้ำ กินข้าว อาหารอร่อยนะไม่รู้เพราะความหิวมาเป็นส่วนปรุงเพิ่มหรือเปล่า555 แล้วก็พร้อมมากสำหรับการนอนคืนนี้เข้านอนเร็วเพราะพรุ่งนี้มีการเดินทางทั้งวันรออยู่

Advertisement

Advertisement


วันที่ 2 บนภูกระดึงตื่นขึ้นมาพร้อบกับน้ำอะไรเปียกๆระหว่างมือ และมันก็คือ..มันคือน้องทากทุกคนมันคือน้องทากที่เขาเล่าขานดีที่เราไม่กลัวอะไรพวกนี้หยิบออกได้สบายใครที่มาก็ระวังด้วยนะ 

เช้านี้เราต้องตื่นไปดูพระอาทิตย์ขึ้น ที่ผานกแอ่นซึ่งเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวทุกคนจะเดินทางไปดู เราก็เช่นกันลุกไปทำกิจส่วนตัวแล้วก็ตรงดิ่งไปเลย เรายังคงยืนยันคำเดิม ต้องมาเห็นพระอาทิตย์ขึ้นที่ผานกแอ่นด้วยตัวเองซักครั้งนะคนเต็มเลย

 ทุกคนมารวมตัวกันที่จุดเดียว พร้อมกับเป้าหมายเดียวกัน

แสงส่องแสงสีทองมากแม่..

ถ่ายแสงตอนเช้าๆ กับคนเหงาๆหลังจากชมพระอาทิตย์ขึ้นตอนเช้าๆแล้วเราก็กลับไปที่พัก เพื่อไปหาอะไรกิน แล้วก็ออกเดินทางไปตามเส้นทางโดยเส้นทางของวันนี้คือเดินป่าไปน้ำตก แล้วไปชมพระอาทิตย์ตกที่ผาหล่มสัก ลุยเลยยยย...น้ำตกซักที่

หลังจากเดินชมน้ำตกไปจนครบแล้ว..พวกเราหิวข้าวก็เลยเดินกลับมากินข้าวเที่ยงที่ที่พักก่อนเพราะไม่ได้เตรียมอาหารไปกินด้วย ( ใครจะไปควรเอาของไปกินด้วยนะเพราะจะไม่ต้องไปมาหลายรอบ ) หลังจากกินข้าวเสร็จพวกเราก็เดินทางไปยังผาหล่มสัก พร้อมกับแบกเอาร่างกายที่เหนื่อยล้าไปด้วย ...และในที่สุดก็มาถึงจุดที่นักท่องเที่ยวหลายๆคนที่มาภูกระดึงต้องมาชมพระอาทิตย์ตกผาหล่มสัก...พระอาทิตย์ดวงเดิมที่เห็นมันในทุกๆวัน ในที่ที่เรายืนอยู่ตอนนี้มันกลับให้ความรู้สึกต่างไปจากทุกๆวันคุ้มค่ากับการเดินจนขาลากมาชม

ระหว่างทางกลับ

หลังจากชมพระอาทิตย์ตกแล้วเรากับเพื่อนก็รีบเดินจั้มไปยังที่พัก เรากับเพื่อนเดินไปที่พักพร้อมสองข้างทางที่มืดมิด ด้วยความเหนื่อยล้าเพื่อนคนหนึ่งก็เริ่มเหนื่อยเดินไม่ไหว จนการเดินของพวกเราก็ช้าลงจนน่าจะเป็นกลุ่มสุดท้ายเพราะมองไปข้างหลังก็พบกับความมืดมิด พวกเราเลยนั่งพัก พร้อมกับถ่ายรูปดาว มองดูทางช้างเผื่อกซึ้งบนนี้จะมองเห็นได้ชัดเจนมาก เพื่อนก็ชี้ให้มองดูดาวนั่นดาวนี่อย่างเพลิดเพลินจนมีเสียง ของช้างร้องขึ้นมา ซึ่งมันใกล้มากทุกคน ในความมืดมิดที่มองไม่เห็นอะไรข้างทางด้วยเราตกใจมาก เลยเผลอวิ่งไปซักประมาณ 10 ก้าวนี่แหละ แล้วก็คิดขึ้นได้ว่าเพื่อนผู้หญิงคนหนึ่งไม่ไหวนี่หว่า เลยก็เลยวิ่งกลับมาพยุ่งเพื่อนวิ่งไปด้วยกัน ดีที่ช้างมันไม่วิ่งตามมา เป็นประสบการณ์ที่คงจำไปตลอดชีวิตอะ โห้วว คนกำลังเพลิดเพลินกับดาวกับเดือน ...แต่ก็อยากขอบคุณช้างตัวนั้นนะ ที่มันทำให้เราถึงที่พักไวขึ้น 5555 

แล้วเรากับเพื่อนก็กลับมาถึงที่พักพร้อมกับอารมณ์หลายอารมณ์ในเวลาเดียวกัน กลัว เศร้า ตกใจ พร้อมกับร่างกายที่เหนื่อยล้า หลังจากก็อาบน้ำ กินข้าว และน้ำบนภูกระดึงนี่แปลกๆ เหมือนเป็นเมือกติดตามตัวเราหนาวก็หนาว ยังต้องมาถูๆ ให้มันออก ถ้าใครเคยเป็นมาแชร์กันบ้าง5555 หลังจากทำอะไรเสร็จก็เข้านอนเพราะพรุ่งนี้ต้องลงจากภูกระดึงกันแล้ว

กลับแล้วน้าาา


เรื่องราวการเดินทางบนภูกระดึงของเรา มันมีหลายอารมณ์หลายความรู้สึกมาก อยากให้คนที่ยังไม่ได้มา ลองมาที่นี่กัน มาชมท้องฟ้า ป่าสน พระอาทิตย์ น้ำตก ใบเมเปิ้ล ( เราเห็นแค่ไม่กี่ใบเพราะตอนเราไปยังไม่ค่อยมี ) ลองเอาตัวเองไปในที่ใหม่ๆ เจออะไรใหม่ๆ

หลังจากเหตุการไฟไหม้ผ่านไปให้ธรรมชาติได้ฟื้นตัวแล้วเจอกันอีกนะ ... เจ้าภูกระดึง ...

 : ภาพประกอบโดยนักเขียน