ผู้เขียนจะมาแชร์ประสบการณ์โดนกักตัวเพื่อป้องกัน Covid -19  คือเราได้ไปเที่ยวบาหลีประเทศอินโดเนียเซียก่อนที่จะมีโรคไวรัส Covid -19 และเรามีแพลนเดินทางต่อไปเกาหลีและญี่ปุ่นต่อ แต่เกิดการแพร่ระบาดของโรคไวรัส Covid -19 เราเลยต้องติดอยู่ประเทศอินโดนีเซีย ติดอยู่ประมาณเกือบเดือน แต่คนไทยสามารถอยู่อินโดเนียเซียได้โดยไม่ต้องขอวีช่าอยู่ได้ถึง 30 วันเลยค่ะ จากนั้นเราก็ต้องกลับประเทศไทย แต่ก็ต้องยกเลิกไฟลท์ที่จะไปเกาหลีและญี่ปุ่นเพราะประเทศสองประเทศติดโรคไวรัส Covid -19 กันเยอะ เลยต้องกลับประเทศไทยเรากลับมาลงที่ดอนเมืองต่อเครื่องมาอุดร ตอนที่มาต่อเครื่องที่สนามบินก็ตรวจปกติสเกนว่ามีไข้ไหมมาจากประเทศอะไร ก็ถามประมาณนี้ก็ปล่อยขึ้นเครื่องกลับมา พอมาถึงสนามบินอุดรก็ตรวจตามปกติก็ไม่มีไข้ เราให้แม่กับน้องชายมารับ เราต้องนั่งข้างหลังรถกระบะ พอมาถึงแม่ฉีดสเปรย์แอลกอฮอล์ใส่กระเป๋าทุกกระเป๋าของเราถึงเอาขึ้นรถคือแม่เรากลัวมาก หน้ากากพร้อม เจลแอลกฮอล์ สเปรย์แอลกอฮอล์พร้อมเพื่อมารับลูก 

Advertisement

Advertisement

 

โรงบาล

                                                      ภาพถ่ายโดยผู้เขียน

           จากสนามบินก็ตรงไปที่โรงพยาบาลถึงประมาณเกือบเที่ยงคืน ทางโรงพยาบาลก็ให้เรากักตัวดูอาการ คืนแรกในอยู่ห้องปลอดเชื้อ (จะบอกว่าเราไม่มีไข้ไม่มีไอ) ทั้้งคืนนอนไม่ได้นอนไม่หลับ ห้องเปิดไฟสว่างไว้ทั้งคืนก็นอนไม่หลับเพราะเรากลัวโรงพยาบาลตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยนอนโรงพยาบาลเลยค่ะ แล้วพอตอนเช้าประมาณ 7 โมงเช้า คุณหมอก็มาเจาะเลือด วัดไข้ วัดความดัน ต้องไป เอกซเรย์ปอดด้วย จากนั้นก็ให้เรากลับมาห้องปลอดเชื้อเหมือนเดิม คุณหมอก็ให้เรากักตัวอยู่ห้องปลอดเชื้อเหมือนเดิม คุณหมอก็โทรถามเราตลอดว่ามีไข้ไหม มีไอไหม ปวดหน้าอกไหม เราก็บอกไม่มีอาการอะไร ไม่มีไข้ ไม่ตัวร้อน ไม่ไอ ไม่จาม ไม่เจ็บปอด เราก็บอกคุณหมอตามความจริง คุณหมอก็จะโทรถามประมาณนี้ทุกมื้อเช้า เที่ยง เย็น เราก็ต้องอยู่ห้องปลอดเชื้อคนเดียวไม่สามารถออกไปไหนได้ (ห้องปลอดเชื้อคือห้องไม่มีแอร์นะคะ ดีนะที่ยังมีพัดลม) พยาบาลก็จะเอาอาหารมาแขวนไว้หน้าห้องเราก็จะเอามาทาน แล้วก็นอน นอนเล่นโทรศัพท์ จะเป็นแบบนี้ตลอด 24 ชั่วโมงเบื่อมาก 

Advertisement

Advertisement

 

เช็คเลือด

                                                  ภาพถ่ายโดย Canva.com

          ผลตรวจเลือดก็ออกมาแล้วจ้า คุณหมอก็บอกว่าไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงไม่พบเชื้ออะไร ปอดก็เอกซเรย์ก็ไม่มีอะไร แต่คุณหมอบอกว่าต้องอยู่ต่อโรงพยาบาลอีกสักหนึ่งคืนรอดูอาการหน่อย เราก็ต้องอยู่ในห้องนั้นตามเดิมคุณหมอก็บอกว่าให้หมั่นรักษาความสะอาด อาบน้ำบ่อย ๆ ล้างมือบ่อย ๆ เพราะโรคกลัวความสะอาด เราก็ทำตามที่คุณหมอสั่งทุกอย่าง 

Advertisement

Advertisement

 

ล้างมือบ่อยๆ

                                                    ภาพถ่ายโดย Canva.com

           การล้างมือบ่อย ๆ จะช่วยป้องกันไวรัส Covid -19 ได้ดีที่สุด คุณหมอก็แนะนำการล้างมือให้ถูกวิธีให้ถูฝ่ามือทั้งสองข้างฟอกให้ฟองสบู่เกิดขึ้นทั้งสองข้างมือประกบกันแล้วถูให้ทั่ว ๆ ถูหลังมือไปมาให้ทั่วแล้วก็มาถูนิ้วที่ละนิ้วซอกนิ้วให้ทั่ว ถูให้ทุกซอกทุกมุมให้สะอาดประกบมือถูที่ซอกให้สะอาดแล้วล้างสบู่ออกใส่สบู่อีกรอบ ถูหลังมือถูจนกว่าจะสะอาด และใช้ฝ่ามือขัดหลังนิ้วถูไปถูมาให้สะอาดทำสลับไปมา กางนิ้วออกถูนิ้วหมุนไปหมุนมาให้รู้สึกว่าสะอาด และกำมือรอบมือข้อมือข้างหนึ่งแล้วถูไปถูมาจนจะสะอาดให้รู้สึกว่ามือสะอาดและก็เปลี่ยนข้างทำจนสะอาดแล้วล้างออกเป็นอันเสร็จ เราว่าคุณหมอให้ล้างนานเกินไปแด่ เราต้องทำเพื่อความสะอาดปราศจากเชื้อโรค

 

when                                              ภาพถ่ายโดย Canva.com         

          จนวันที่สองที่โรงพยาบาล ตอนเช้าพยาบาลคนสวยก็มาตรวจมาถามอาการตามปกติ เอาอาหารมื้อเช้ามาให้ เราก็ทานแล้วก็นอน เราอยากจะบอกว่าตอนกลางคืนเรานอนไม่หลับเพราะว่าเรากลัว (กลัวผี) ตอนกลางคืนเราเล่นโทรศัพท์ดูหนังจนถึงตี 5 ถึงนอนแล้วก็ตื่นมาทานอาหารเช้าแล้วก็นอนต่อ วันที่สองเราอยู่ถึงประมาณช่วงบ่ายสามโมง ทางคุณหมอก็เข้ามาบอกว่าไม่มีอาการใด ๆ ที่เข้าข่ายของโรคไวรัส Covid -19 งั้นให้กลับบ้านได้ (คือเอ้าจริง ๆ ดีใจมากถึงมากที่สุด 2 คืนที่โรงพยาบาลเหมือน 2 ปีเลยอ่ะ) แต่ต้องกักตัวอยู่ที่บ้านอีก 12 วันห่างจากครอบครัวแยกกับครอบครัว เราก็กลับบ้าน พ่อแม่มารับเราแต่ให้เราต้องนั่งกระบะหลังเพราะไม่แน่ใจว่าเราจะมีเชื้อซ่อนอยู่หรือเปล่า ตอนนี้ก็ยังกักตัวดูอาการอยู่ที่บ้านค่ะไม่ใกล้กับใคร อยู่บ้านคนเดียว (พ่อแม่ไปนอนที่บ้านสวน) ส่วนเราไม่มีไอ ไม่มีไข้ค่ะจนถึงตอนนี้ นี้คือประสบการณ์ผู้เขียนที่โดนกักตัวอยู่โรงพยาบาล นำมาเล่าสู่กันฟังค่ะ อยากให้ทุกคนระวังและหมั่นรักษาความสะอาด อยู่บ้านปลอดภัยที่สุดนะคะ

 

ภาพหน้าปกโดย Canva.com