เรื่องที่ผมจะเล่าให้ทุกคนได้ฟังต่อไปนี้มันอาจจะไม่ได้น่ากลัวเท่าไหร่นัก เมื่อเทียบกับเรื่องก่อนหน้านี้ที่ผมได้เล่าไป อย่างเรื่อง “ใคร? บนสะพาน” แต่เหตุที่ผมอยากนำเรื่องนี้มาเล่าให้ทุกคนได้ฟังกัน เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องจริงเพียง 1 ใน 2 เรื่องที่ผมประสบพบเจอด้วยตัวเอง ไม่ใช่เรื่องที่มาจากคำบอกเล่าของคนอื่น ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผ่านมานานมากแล้ว แต่ผมก็ยังแอบหวนนึกถึงเสมอทุกครั้งที่ได้มีโอกาสกลับบ้านและได้ผ่านเส้นทางเส้นนี้ นับตั้งแต่นั้นมาผมก็ได้แต่สงสัยมาโดยตลอดว่าสิ่งที่ผมได้เห็นนั้นคืออะไรกันแน่ ซึ่งถ้าเป็นภูตผีวิญญาณแล้วเขาต้องการอะไรถึงได้มาปรากฎตัวให้ผมเห็น  

 

มาเริ่มเรื่องกันเลยดีกว่า ย้อนไปเมื่อสมัย 10-20 ปีก่อน ตอนนั้นผมน่าจะอายุราวๆสัก 7-8 ขวบ โดยเหตุการณ์ในครั้งนั้นไม่ใช่มีแค่ผมคนเดียวเท่านั้นที่อยู่ในเหตุการณ์ แต่แม่ของผมก็ร่วมอยู่ในเหตุการณ์นั้นด้วย มันจึงทำให้ผมมั่นใจได้ว่า ถึงแม้ตอนนั้นผมจะเป็นเด็กแต่ผมก็ไม่ได้ตาฟาดไปเองอย่างแน่นอน เพราะเห็นพร้อมกันด้วยตาถึง 2 คู่ เหตุผลที่ว่าตาฟาดจึงตกไปเป็นไปไม่ได้แน่ๆ

Advertisement

Advertisement

 

ก่อนอื่นผมต้องขอท้าวความกันก่อนสมัยนั้นแม่ของผมนอกจากทำไร่ทำนาแล้ว ยังมีอาชีพเสริมคือขายเครื่องสำอาง และของกินของใช้จากแคตตาล็อกเจ้าหนึ่ง รูปแบบของงานเสริมนี้คือ จะตระเวนขายในหมู่บ้านโดยช่วงเวลาถ้าผมจำไม่ผิดน่าจะ 1 เดือนต่อ 1 รอบ โดยแม่และผมจะนำแคตตาล็อกทั้ง 2 เล่มไปให้คนที่สนใจเลือกและสั่งซื้อ โดยใครสนใจสินค้าตัวไหนก็ใช้ปากกาเขียนชื่อลงไปในสินค้านั้น พอใกล้จะถึงกลางเดือนก็นำแคตตาล็อกนั้นมาเช็คดูว่าใครสั่งอะไรไปบ้าง จากนั้นก็จดรายการสั่งซื้อลงในใบสั่งซื้อสินค้าอีกที เพื่อที่จะนำใบสั่งซื้อสินค้านี้ไปเก็บเงินล่วงหน้ากับคนที่สั่ง พอเสร็จก็จะส่งใบฯนี้ไปที่ตัวแทนเพื่อทำการสั่งของ จากนั้นของที่สั่งก็จะมาประมาณช่วงสิ้นเดือนของเดือนนั้นถึงต้นเดือนถัดไป   

Advertisement

Advertisement

 

จนมาวันหนึ่งเป็นช่วงที่ต้องไปส่งใบสั่งซื้อสินค้า ซึ่งตัวแทนที่ว่านี้อยู่ในตัวตำบลซึ่งห่างจากหมู่บ้านประมาณ 4 กิโลเมตร วันนั้นแม่กับผมกลับประมาณ 2 ทุ่มเพราะแม่อยู่คุยเรื่อยเปื่อยกับตัวแทน แม้จะเป็นเวลาแค่ 2 ทุ่ม แต่ถนนหนทางแถวต่างจังหวัดจะมืดมาก (ปัจจุบันก็ยังคงมืดและน่ากลัวอยู่) ไม่ค่อยมีคนผ่านไปผ่านมาในช่วงเวลานั้น ผมก็นั่งซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์คันเก่ามากับแม่อย่างเช่นหลายๆครั้ง ซึ่งเจ้ามอเตอร์ไซค์คันนี้ไฟข้างหน้ามันจะไม่ค่อยสว่างมากนัก พอขับมาเรื่อยๆก่อนถึงหมู่บ้านประมาณ 800-900 เมตร ฝั่งขวามือจะมีทางแยกไปยังเมรุเผาศพของหมู่บ้าน ซึ่งเดิมทีสมัยก่อนบริเวณในแถบนี้เคยเป็นป่าช้าเก่ามาก่อน 

Advertisement

Advertisement

 

พอก่อนจะถึงช่วงทางแยกนั้น จู่ๆสายตาก็เหลือบไปเห็นจักรยานคันหนึ่งปั่นออกมาจากทางแยกที่จะไปยังเมรุเผาศพ แต่ ณ ตอนนั้นมืดมากบวกกับแสงไฟหน้ารถที่สาดออกไปไม่สว่างมากนัก จึงทำให้เห็นรายละเอียดต่างๆได้ไม่ชัดเจนเท่าไหร่นัก แต่พอจักรยานคันนั้นปั่นตัดข้ามถนนมาอีกฝั่ง ซึ่งเป็นเลนฝั่งซ้ายซึ่งเป็นฝั่งเดียวกันกับที่แม่ผมขับมา ไฟหน้ารถจึงสาดแสงไปยังจักรยานคันนั้นได้โดยตรง จนทำให้เห็นว่าคนที่ปั่นอยู่นั้นเป็นผู้หญิงผมยาวสลวยจนถึงเอว ซึ่งจากที่มองจากข้างหลังผมว่าน่าจะเป็นผู้หญิงที่สวยมาก ข้างหลังเหมือนดารานางแบบที่เราเห็นอยู่ในทีวียังไงยังงั้น พูดง่ายๆคือไม่มีคนที่มีลักษณะแบบนี้ในหมู่บ้านของผมอย่างแน่นอน แต่สิ่งที่น่าแปลกใจมากกว่านั้นคือทั้งตัวจักรยานทั้งผมทั้งชุดเป็นสีแดง สีแดงที่ว่านี้เหมือนเป็นแสงสีแดงที่เรืองๆออกมา ซึ่งไม่ใช่แสงสีเหลืองส้มของไฟหน้ารถที่ตกกระทบและสะท้อนกับวัตถุ

 

ความแปลกยังไม่หมดอยู่แค่นั้น ถึงแม้ว่าแม่ผมเดิมทีจะเป็นคนที่ขับรถมอเตอร์ไซค์ช้าก็ตาม แต่ก็ไม่ได้ช้าถึงขนาดที่จะตามจักรยานคันนั้นไม่ทัน ผู้หญิงคนนั้นมีท่าทีในการปั่นแบบสบายๆ แต่ความเร็วของจักรยานคันนั้นเร็วจนมอเตอร์ไซค์ตามไม่ทัน จากที่จำได้คร่าวๆตอนนั้นผมเห็นว่าตัวล้อของจักรยานหมุนเร็วมาก ซึ่งล้อนั้นติดพื้นปกตินะครับ ไม่ได้ลอยเหนือพื้นแต่อย่างใด แต่ท่าทางในการปั่นนั้นมันไม่สัมพันธ์กับความเร็วของจักรยานเลย พอผู้หญิงคนนั้นปั่นมาจวนจะถึงทางเข้าหมู่บ้าน จู่ๆผู้หญิงคนนั้นก็หักรถจักรยานลงข้างทาง และหายไปในความมืดเอาดื้อๆ ซึ่งข้างทางที่ว่านี้เป็นทางลาดชันลงไป ซึ่งข้างล่างเป็นคลองที่เต็มไปด้วยหิน ซึ่งถ้ามีคนปั่นแล้วตกลงไปจริงน่าจะต้องบาดเจ็บสาหัสอย่างแน่นอน

 

ตอนนั้นแม่กับผมกลัวมากกลัวจนไม่กล้าที่จะจอดดู เพราะมันมีหลายๆสิ่งหลายๆอย่างที่ผิดปกติ จนทำให้คิดว่าสิ่งที่เห็นไม่ใช่คนแน่ๆ พอกลับมาถึงบ้านแม่กับผมก็ได้เล่าให้ยายฟัง และยายก็ได้นำเอาฝ้ายมาผูกแขนเรียกขวัญให้ พอถึงรุ่งเช้าแม่ของผมก็ไปตลาดตามปกติ และได้ลองสอบถามชาวบ้านในตลาดว่ามีใครได้ยินข่าวว่ามีคนตกลงไปในคลองตรงนั้นไหม ชาวบ้านแต่ละคนก็ทำหน้างงๆ และบอกแม่ว่าไม่มีใครรู้เรื่องหรือได้ข่าวว่ามีใครตกลงไป หลังจากนั้นเพื่อความแน่ใจแม่ก็ได้กลับไปดูตรงจุดนั้นอีกที ซึ่งก็ไม่ได้พบคนหรือจักรยานคันนั้นแต่อย่างใด และหลังจากนั้นก็ไม่ได้ยินข่าวเกี่ยวกับว่ามีคนตกลงไปอีกเลย เรื่องนี้จึงกลายเป็นปริศนามาจนถึงทุกวันนี้ว่าผู้หญิงคนนี้เขาเป็นใคร และเขาต้องการอะไรถึงได้มาปรากฎตัวให้ทั้งแม่และผมเห็น

Photo Credit: abaco2, Beeldbalie, design milk