ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ชีวิตของเราเปลี่ยนไปอย่างมาก งานแต่งงานเอย งานรื่นเริงต่างๆ เอย เที่ยวบินระหว่างประเทศได้ถูกให้ยกเลิก โรงเรียนต้องปิด ร้านอาหารก็ปิด ที่ทำงานก็ปิดทำการ สั่งให้ work from home บ้างล่ะ และ สำหรับตัวเรา ก็มีความโดดเดี่ยวกลายมาเป็นเพื่อนใหม่ เพราะไม่สามารถออกไปไหน มาไหนได้เหมือนเคย

เพื่อที่จะควบคุมการแพร่กระจายของโรค COVID-19 ตามนโนบายของภาครัฐนั่นแหละ เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของไวรัสที่ติดต่อกันอย่างมากตัวเราต้องหลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้กันกับบุคคลอื่นๆ ที่ เรียกว่า การเว้นระยะห่างทางสังคม Social Distancing.

หลายๆข่าวทางสื่อต่างๆ ก็รายงานว่า การระบาดใหญ่ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ สาเหตุก็มาจากการเข้าสังคม การอยู่ร่วมกันเป็นหมู่คณะ การทำกิจกรรมร่วมกัน และกิจกรรมที่ต้องสัมผัสกันอย่างใกล้ชิด เป็นสาเหตุหลักของการแพร่กระจายโรค

Advertisement

Advertisement

แต่ปัญหาคือ? ไอ้ตัวเราที่เป็นมนุษย์ มนุษย์เป็นสัตว์สังคม แม้แต่คนที่เก็บตัวมากที่สุด คนพวกนั้นก็ยังอยากมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคม และยังมีงานวิจัยแสดงให้เห็นว่าความเหงาอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพของเราได้ ไม่ต้องถึงขนาดเป็นวันหรอก แค่ไม่กี่ชั่วโมงก็ทำร้ายสุขกาย สุขภาพจิตของตัวเราได้แล้ว ผู้เขียนได้อ่านบทความทั้งจากสื่อไทย สื่อต่างประเทศ ก็นำมารวบรวมและทำความเข้าใจและรวมกับความคิดเห็นส่วนตัวให้ได้อ่านกัน

ข้างล่างนี้ เป็น เคล็ดลับ 9 วิธี ที่จะช่วยให้คุณมีความรู้สึกดีๆได้บ้างในช่วงเวลาที่อะไรๆไม่แน่นอนนี้

ว่างเปล่ารูปภาพโดย wgbieber จาก Pixabay

1. คุยกับเพื่อนอย่างน้อย หนึ่งคน ในแต่ละวัน
เรื่องนี่ก็คือสิ่งที่ผู้เขียน ได้ทำมาสักระยะนึงแล้ว ก่อนที่ เหตุการณ์ social distancing จะกลายมาเป็นเรื่องที่พุดถึงในวงกว้าง การทำงานของผมกับคนในครอบครัวก็ไม่ได้ตรงกัน จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ผู้เขียนจะให้เวลาไปกับเรื่องนี้ ผู้เขียนมักจะพูดคุยหรือหาเรื่องคุยกับเพื่อนหรือสมาชิกในครอบครัวทุกวัน (ไม่ว่าจะเป็นเรื่องดี หรือเรื่องร้ายบ้างก็ตาม)

Advertisement

Advertisement

แม้ว่า ระบบการ Chat และการส่งข้อความเป็นที่ยอมรับอย่างมากในสังคมยุคนี้ แต่ส่วนตัวผู้เขียนยังชอบที่จะได้ยินเสียงของใครบางคนทางโทรศัพท์หรือเห็นพวกเขาผ่าน โปรแกรม FaceTime

มีนักจิตวิทยาทางสังคมคนนึงกล่าวไว้ว่า “ มันจะเป็นการเปิดใจ (เห็นอกเห็นใจ) ซึ่งกันและกัน เมื่อที่คุณได้แบ่งปันประสบการณ์ และ ทำให้คนอื่นได้ยิน และสัมผัสมันได้เช่นเดียวกับคุณ ซึ่งสิ่งเหล่านี้คุณสามารถทำได้ทางโทรศัพท์หรืออินเทอร์เน็ต”

2. เขียนจดหมายด้วยลายมือของคุณ
เรื่องนี้อาจจะต้องลงทุนบ้าง เช่นการหาซื้อโปสการ์ดสวยๆ หรือ ซอง จดหมายสีสวยๆ คุณอาจจะใช้เวลาพอสมควร แต่มันก็คุ้มค่า ลองหาสั่งซื้อทางเวปไซค์ที่ทำของน่ารักๆ หรือ จะลองทำการ์ดน่ารักตาม YouTube ก็ได้ เมื่อได้มาก็ส่งข้อความที่เขียนด้วยลายมือไปยังคนในครอบครัวหรือเพื่อนสนิทในที่ทำงานของคุณ การ์ดหรือจดหมายจะไม่เพียงเพิ่มสีสันให้กับวันของพวกเขาเท่านั้น แต่มันจะเป็นสิ่งพิเศษที่เรียกรอยยิ้มได้ เมื่อพวกเขาได้รับมันทางไปรษณีย์

Advertisement

Advertisement

เขียนรูปภาพโดย Karolina Grabowska จาก Pixabay 

3.สร้างสายสัมพันธ์กับคนที่อยู่ที่บ้านร่วมกับคุณด้วย

การถูกจำกัดพื้นที่ให้อยู่แต่ในบ้านของตัวเองทุกวันๆ ก็คงเป็นสิ่งที่น่าหงุดหงิด กิจวัตรประจำวันของเราก็คงหายไป ไม่สามารถไปเรียนโยคะ ไม่สามารถไปวิ่งออกกำลังกาย เข้ายิม ออกไปพบปะเพื่อนเพื่อกินหมูกะทะ หรือ สังสรรค์ แฮงค์เอ้าท์กับเพื่อนร่วมงาน แม้ว่าจะเป็นเรื่องง่ายที่เราจะไม่คิดถึงสิ่งที่เรากำลังพลาดไป แต่ก็มีเรื่องสำคัญที่เราจะต้องเผชิญกับช่วงเวลาที่ไม่คาดคิดนี้ตอนที่อยู่บ้าน

หากคุณติดอยู่ที่บ้านกับคนสำคัญ เด็ก ลูกหลาน ญาติผู้ใหญ่ หรือเพื่อนร่วมห้อง ให้เราโฟกัสกับเวลาที่ได้รับมาอย่างไม่คาดคิดนี้ เพื่อชวยกระชับความสัมพันธ์ของคุณได้ ผู้เขียนกับแฟนได้ใช้เวลาพิเศษนี้เพื่อทำความสะอาดห้องพักของเรา จัดห้องเก็บกวาดขยะ และปรับมุม ตกแต่งห้องเล็กๆน้อยๆ ของเราให้น่าอยู่ยิ่งขึ้น

ผู้เขียนได้ทีโอกาสกำจัดขยะ และของใช้บางอย่างที่ไม่จำเป็น นำไปโพสขายในเว็ปขายของบ้าง นำไปบริจาคบ้าง และยังได้ใช้เวลานั่งดูภาพยนตร์ กับแฟน ซึ่งไม่เคยมีโอกาสอย่างนี้มาหลายปี แม้ว่าสถานการณ์อย่างนี้จะไม่เหมาะ แต่เราพยายามใช้ประโยชน์ช่วงนี้โดยการค้นหาข้อดีของการได้อยู่ร่วมกันบ้าง.

กินข้าวรูปภาพโดย StockSnap จาก Pixabay

4. ติดต่อกับเพื่อนที่มีภาวะซึมเศร้าหรือวิตกกังวล

ความรู้สึกโดดเดี่ยวทางสังคม เป็นเรื่องยากที่จะเกิดขึ้นกับทุกคน แต่มันก็สามารถที่จะเข้ามาเป็นส่วนนึงในชีวิตได้สำหรับผู้ที่มีความวิตกกังวล และมี ภาวะซึมเศร้า  “ ภาวะซึมเศร้ามีวิธีในการแยกผู้คนออกจากกัน และ การระบาดใหญ่ สามารถทำให้บุคคลหาเหตุผลเข้าข้างตนเองได้เป็นอย่างดี ” นักจิตวิทยาท่านนึงกล่าวไว้

นักจิตวิทยา กล่าวว่า ผู้ที่มีภาวะซึมเศร้ามักชอบส่งข้อความมากกว่าการพูดคุยทางโทรศัพท์ ลองส่งข้อความให้เพื่อนของคุณเพื่อให้พวกเขารู้ว่าคุณกำลังคิดถึงพวกเขาอยู่ “ แม้ว่าคุณจะไม่ได้รับคำตอบก็ตาม ก็จงพยายามส่งต่อไป ” ยกตัวอย่างเช่น “ เฮ้ เพื่อน ถึงแกจะไม่ตอบกลับ แต่ฉันแค่อยากให้เพื่อน รู้ว่าฉันกำลังคิดถึงแกนะ ” ผู้เขียนคิดว่านี้เป็นข้อความที่ช่วยสร้างกำลังใจได้ดีที่เดียว

เมื่อได้พูดคุยกับเพื่อนที่มีความกังวลของคุณ อย่าพูดถึงสิ่งที่เกี่ยวกับโคโรนาไวรัส ซึ่งจะทำให้ความวิตกกังวลเพิ่มขึ้น ซึ่งหมายความว่าจะไม่ควรส่งข้อความใด ๆ เกี่ยวกับ COVID-19 เว้นแต่จะเป็นข่าวด่วน เช่น การปิดร้านอาหารทั่วเมือง สิ่งสำคัญคือ คุณต้องหลีกเลี่ยงการแกล้งยิ้มแย้มแจ่มใส “ อย่าพยายามลดความวิตกกังวลของพวกเขาด้วยการพูดในเชิงบวก” นักจิตวิทยา กล่าวไว้ว่า “ เมื่อเรายิ้มแย้มและดูสนุกสนาน ในสถานะการณ์ที่แย่ มีแนวโน้มว่าจะไม่ได้รับการตอบรับจากคนที่มีภาวะซึมเศร้า ”

coronaรูปภาพโดย Gerd Altmann จาก Pixabay

5. ให้สมาชิกในครอบครัวอ่านหนังสือนิทานให้เด็กฟังผ่าน video call

หากลูกของคุณคุ้นเคยกับสมาชิกในครอบครัว หรือเพื่อน ๆ ของคุณ ลองให้ ปู่ย่า ตายาย ป้า น้า หรือ ลุง อ่านหนังสือนิทาน การ์ตูน ก่อนนอนให้พวกเขาฟังจากระยะไกล

Video call และ แอป Line เป็นเครื่องมือที่ยอดเยี่ยมในการเชื่อมต่อกับผู้คน “ การแสดงออกทางทางอารมณ์ มักจะผ่านการแสดงออกทางสีหน้าและน้ำเสียง”

6. สร้างปาร์ตี้เสมือนจริงกับเพื่อน ๆ

ตอนนี้คุณไม่สามารถเดินทางไปยังบ้านของเพื่อนสนิทของคุณ เพื่อชมลีกฟุตบอลประจำสัปดาห์ ชมละครตอนใหม่ได้เหมือนเคย ก็คงมีแต่นั่งดู Netflix จากโซฟาในห้องของคุณแทน

ผู้เขียนแนะนำให้ลองปาร์ตี้ Netflix จากระยะไกล เพียงเลือกรายการหรือภาพยนตร์แล้วดูในเวลาเดียวกัน (หากคุณใช้ Google Chrome จะมีเครื่องมือที่ชื่อว่า Netflix Party ที่ให้คุณสตรีมรายการในเวลาเดียวกันกับเพื่อน ๆ ของคุณ) จากนั้นทำวิดีโอแชทเป็นกลุ่มเพื่อพูดคุยกันได้

netflixภาพโดย Andrés Rodríguez จาก Pixabay 

7. คลาสเรียนออนไลน์

ยุค 5G อย่างนี้นอกจากห้องเรียนในสถานที่จริงแล้ว ในโลกออนไลน์ก็มีคลาสการเรียนการสอนหลายๆอย่างที่เราสนใจและอยากเรียนรู้มากมาย ทั้งแบบฟรีและเสียค่าใช้จ่าย ก็ใช้เวลานี้ในนการพัฒนาตัวเอง หรือ เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เพื่อเป็นสกิลติดตัวเราเพิ่มขึ้น

แต่ถ้าท่านมีความรู้ ความสามารถอะไร อยากจะแบ่งปัน ก็สามารถสร้างคลาสออนไลน์ ออกมาสอนให้กับคนที่สนใจได้ สามารถสร้างรายได้ให้ตัวเราในสถานะการณ์แบบนี้ก็ได้นะ จะใช้ การสอน ในกลุ่มปิดของ เฟสบุ๊ค จะทำการสอนผ่านโปรแกรม Zoom หรือ จะทำเป็นเวปไซค์ส่วนตัว ก็เลือกทำได้ อย่าลืมสอนในเรื่องที่เรารู้ และรักที่จะทำ

8. เข้าร่วมในชุมชนออนไลน์

ลองมีส่วนรวมในชุมชนออนไลน์ ที่คุณ เป็นสมาชิกอยู่บ้าง ทั้งทีเมื่อก่อนอาจจะเป็นแค่คนเฝ้าดู และแอบอ่านข้อมูลในชุมชนนั้นๆ ในช่วงเวลาอย่างนี้ ลองเปลี่ยนตัวเองให้เป็น เจ้าของกะทู้ หรือ คนต้นเรื่อง ในเรื่องที่คุณสนใจ แน่นอนว่าย่อมจะมีใครสักคนที่สนใจในสิ่งคล้ายๆกัน เช่นว่า กลุ่มคุณแม่สอนลูกสอนภาษา กลุ่มเกมเมอร์ กลุ่มสอนเทคนิคแต่งหน้าแนวใหม่ กลุ่มงานช่างง่ายๆทำเองได้ 

9. เรียนรู้ที่จะรักความสันโดษ

ความเหงาทางสังคมทำให้เราหลายคนรู้สึกอึดอัด ในความเป็นจริงมีการศึกษาหนึ่งพบว่า คนจะมีพลังงานไฟฟ้าในตัวเมื่ออยู่รวมกัน (จริง ๆ !) มากกว่านั่งอยู่คนเดียวและจมอยู่ในความคิดของตัวเอง

เวลาอยู่ในที่ทำงานหรือบริษัท ก็เป็นเรื่องยากที่จะหาเวลาสันโดษ และปลีกวิเวกในช่วงเวลาของคุณเอง การวิจัยแสดงให้เห็นว่าคนที่พอใจในความสันโดษเป็นคนใจกว้าง และเป็นคนเปิดใจยอมรับกับทุกๆเรื่องได้ง่าย มีความคิดดี และส่วนมากทั้งพวกเขามักจะรู้สึกหดหู่น้อยกว่าคนอื่นๆ

หากคุณเคยคิดที่จะใช้เวลาอยู่คนเดียวในอดีตที่ผ่านมา ก็ขอให้ใช้ประโยชน์จากช่วงเวลาที่ไม่คาดคิดนี้ ทำสิ่งที่ บังคับให้คุณนั่งอยู่กับความคิดของคุณเองบ้าง เช่น ต่อจิ๊กซอว์ ทำงานศืลปะ  หรือออกไปเดินเล่นตามธรรมชาติรอบๆบ้าน

relaxภาพโดย Jill Wellington จาก Pixabay

เมื่อผู้เขียนเริ่มทำงานจากที่บ้านครั้งแรกเมื่อสองสามปีก่อน ช่วงแรกผู้เขียนก็ต้องดิ้นรนกับความเหงาในตอนแรก แต่ตอนนี้ผู้เขียนสามารถใช้เวลาทั้งวันสองวันอย่างมีความสุขและทำอะไรๆได้หลายอย่าง

หวังว่า เราจะผ่านเรื่องนี้ไปด้วยกัน

เจตนิพิฐ