ปัจจุบันโลกกำลังตื่นตัวในการรณรงค์ลดโลกร้อน และประเทศไทยเราก็ได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่มากเป็นอันดับต้น ๆ ของโลกเลยทีเดียว วิธีการกำจัดขยะมีหลากหลายวิธี บางอย่างเราสามารถกำจัดเองได้ บางอย่างจำเป็นต้องใช้วิธีการพิเศษในการกำจัดขยะ บทความนี้จะนำเสนอแนวทางการกำจัดขยะที่สามารถย่อยสลายได้ ซึ่งปกติขยะที่ย่อยสลายเองได้อาจจะต้องใช้เวลา ดังนั้น วันนี้เรามีตัวช่วยที่จะช่วยลดระยะเวลาในการกำจัดขยะที่ย่อย ตั้งแต่เศษกระดาษ เศษใบไม้ เศษอาหาร โดยผู้ช่วยที่เป็นพระเอกของเราก็คือไส้เดือนนั่นเองค่ะ อ้าว ๆ อ่านถึงตอนนี้อย่าพึ่งปิดหนีเพราะสยองขนลุกขนพองกับพระเอกของเรานะคะ ผู้เขียนเองในตอนที่จะเลี้ยงก็นึกหวาด ๆ ด้วยความที่ตัวเองก็ไม่ได้ถูกจริตกับสัตว์เลื้อยคลานประเภทนี้เท่าใดนัก ช่วงแรก ๆ ที่เลี้ยงเมื่อยกกะละมังขึ้นเจอไส้เดือนแดงเต็มใต้กะละมังผู้เขียนเกือบกรี๊ดบ้านแตก แต่เมื่อเลี้ยง ๆ ไปก็ชินไปเอง วันไหนไส้เดือนหาย หรือล้วงเบดดิ้งเข้าไปแล้วไม่เจอ  เป็นอันถึงกับเครียดน้ำตาไหลเลยทีเดียวค่ะ

Advertisement

Advertisement

ไส้เดือนเพิ่มมูลค่า ลดขยะ ลดโลกร้อน

สำหรับไส้เดือนที่เราจะนำมาช่วยกำจัดขยะนั้นมีหลายสายพันธุ์ด้วยกัน แต่ที่ผู้เขียนเลี้ยงอยู่ในปัจจุบันนี้ มี 3 สายพันธุ์ ดังนี้ค่ะ

แอฟริกันไนท์ครอเลอร์ (African night crawler) ลำตัวใหญ่ มีสีน้ำตาลแดงปนเทา เคลื่อนตัวเร็ว เวลาจับมันจะดีด ๆ ถ้าBedding หรืออาหารไม่ดี มันชอบหนีออกจากบ้านด้วยนะคะ  AF เป็นไส้เดือนเขตเมืองร้อน จะชอบอุณหภูมิค่อนข้างร้อน อาศัยอยู่ฟิวดิน กินเศษซากอินทรีย์วัตถุที่เน่าสลายเป็นอาหาร พวกนี้กินเก่ง ให้มูลปริมาณมาก แต่จะอดทนน้อยกว่าไทเกอร์

ไทเกอร์ Tiger Worm หรือ อายซิเนีย ฟูทิดา (Eisenia foetida)  ลำตัวกลมเล็ก มีลายดำ ๆ เป็นปล้อง ๆ กินเก่ง แพร่พันธุ์เร็ว  กลิ่นตัวแรง ให้มูลขนาดละเอียด อดทนต่อสภาพดินฟ้าอากาศ ชอบกินซากพืชที่เน่าสลายแล้ว

Advertisement

Advertisement

บลูเวิร์ม (Blue Worm) หรือไส้เดือนสีน้ำเงิน ลักษณะลำตัวกผอม ยาว มีสีม่วงเข้ม บางส่วนมองเห็นเป็นประกาย มีความสามารถในการกำจัดขยะอินทรีย์ ผลิตปุ๋ยหมัก และผลิตเป็นวัตถุดิษในอาหารสัตว์น้ำ เพราะเป็นไส้เดือนที่เลี้ยงง่าย และบลูเวิร์มจะมีคุณสมบัติพิเศษคือมีกลิ่นหอมคล้ายดอกโมกเมื่อจับตัวเอาไม้ไว้ในมือ เค้าจะขับกลิ่นดอกโมกออกมาจากตัวตามสัญชาติญาณ (ว่ายังงั้นะ แต่ผู้เขียนไม่เคยดม แค่จับ ๆ ดู ๆ ก็พอละเนอะหวาดเสียว)

ไส้เดือนเพิ่มมูลค่า ลดขยะ ลดโลกร้อน

 

สำหรับวิธีการเลี้ยงไส้เดือนนะคะ ซึ่งไส้เดือนก็คือไส้เดือน คือไม่ชอบแสงแดด ชอบเย็น ชื้น แต่ไม่แฉะ ร้อนก็ไม่ชอบ หนาวก็ไม่ชอบ เหมือนจะเลี้ยงง่ายแต่ก็เอาใจยากพอสมควร แต่เมื่อเข้าใจจริตของแต่ละสายพันธุ์แล้ว เราก็จะดูแลเค้าไม่ยากเลยค่ะ

Advertisement

Advertisement

เริ่มจากเราต้องทำบ้านให้เค้าอยู่  ภาชนะที่จะสร้างบ้านของไส้เดือน จะใช้ตะกร้าพลาสติก หรือใส่กะละมัง แต่ต้องเจาะก้นก่อนนะคะ หรือจะเป็นลิ้นชักพลาสติกที่ไม่ใช้แล้ว หรือตะกร้าใส่ผลไม้แม่ค้าในตลอดก็ได้ สำคัญคือต้องให้ระบายน้ำได้ ไม่อย่างนั้นจะกลายเป็นก้นแฉะแล้วไส้เดือนจะไม่อยู่ การวางกะละมังหรือตะกร้า ไม่ควรวางติดดินค่ะ ควรยกให้ห่างจากพื้นดินเล็กน้อย (กันไส้เดือนมุดดินหนี)  ส่วนที่เป็นบ้านหรืออาหารของไส้เดือนนี่มีศัพท์เทคนิคเรียกว่าเบดดิ้ง (Bedding) ผู้เขียนขอแนะนำเรื่องเบดดิ้งว่าสามารถทำได้สองแบบนะคะ

ไส้เดือนเพิ่มมูลค่า ลดขยะ ลดโลกร้อน แบบแรก คือ ใช้มูลวัวนมเป็นหลักแล้วค่อยให้อย่างอื่นเสริม สาเหตุที่เลือกใช้มูลวัวนมเพราะวัวนมจะกินแต่หัวอาหารไง แล้วปุ๋ยที่ได้จากมูลวัวนมก็จะมีคุณค่าสารอาหารที่พืชต้องการมากกว่า เรียกว่าคุณภาพดีกว่าปุ๋ยมูลไส้เดือนที่ได้จากการเลี้ยงด้วยอาหารอย่างอื่น  วิธีการทำเบดดิ้งจากมูลวัวก็ง่าย ๆ คือเอาถุงมูลวัวแช่น้ำให้ท่วม ทิ้งไว้สัก 1 สัปดาห์ก็เทน้ำทิ้ง เปลี่ยนน้ำใหม่  (หรือถ้ามีเวลาก็เททุก 3 วันก็ได้ แต่ผู้เขียนไม่ค่อยมีเวลาเลย 7 วันเปลี่ยนที) ทำเช่นนี้ก็เพื่อล้างความเป็นกรดที่มาจากปัสสาวะของวัวนั่นหล่ะ ทีนี้เมื่อแช่มูลวัวไว้ได้เวลาพอประมาณแล้ว เวลาจะเอาให้ไส้เดือนกิน เราต้องบีบน้ำออก หรือเอามาสะเด็ดน้ำให้หมาด ๆ แล้วค่อยให้ไส้เดือนนะคะ ไม่อย่างงั้นถ้าเอาไปแบบเปียก ๆ ไส้เดือนจะหนีออกจากบ้านหมดค่ะ ไส้เดือนชอบชื้นไม่ชอบแฉะ ท่องไว้ ๆ 

ไส้เดือนเพิ่มมูลค่า ลดขยะ ลดโลกร้อน สังเกตุว่าไส้เดือนกินไม่กินนี่ดูได้จากเวลาที่เราเอาเค้าปล่อยลงไปในเบดดิ้ง แล้วไส้เดือนจะไชลงไปมั้ย ถ้ายังกอง ๆ อยู่ไม่ไปไหน หรือปีนบ้านหนีก็เป็นอันรู้หล่ะค่ะว่าอยู่ไม่ได้ต้องเปลี่ยนเบดดิ้งใหม่  หรือจะให้ไส้เดือนเค้าปรับตัวก่อน ก็ใส่เบดดิ้งใหม่ประมาณ 1 ใน 3 ของเบดดิ้งเก่า เพื่อให้ไส้เดือนมีเวลาปรับตัวสักพักเค้าก็จะย้ายมากินอาหารฝั่งเบดดิ้งใหม่  ซึ่งส่วนนี้เราสามารถให้อาหารเสริมอื่น ๆ เพิ่มได้ เช่นเศษผัก ผลไม้ ลังกระดาษ หรือเศษใบไม้ที่ป่นละเอียด อย่าลืมว่าไส้เดือนไม่มีฟันเด้อ ต้องทำให้ละเอียดนิดนึงเค้าจะได้กินได้ง่าย ๆ  อีกอย่าง ไส้เดือนจะไม่ถูกกับผลไม้ที่มีความเป็นกรดอย่างแรง เช่น สัปปะรด มะนาว หรือแม้กระทั่งพริก  พวกนี้ต้องเขี่ยออกอย่าเอาให้เค้ากินนะคะ ผิวเค้าบอบบางอาจจะทำให้ไส้เดือนตายได้ อีกอย่าง หลังจากให้เบดดิ้งแล้ว สัก 3-5 วัน ควรใช้บัวรดน้ำเพื่อไม่ให้เบดดิ้งแห้งเกินไป หรือจะใช้วิธีใช้พ็อกซี่ขนาดใหญ่เหมือนเครื่องพ่นยาฆ่าแมลงฉีดพ่นทุกวันก็ได้ (ถ้าขยันนะ) ผู้เขียนขี้เกียจหน่อยเลยใช้วิธีต่อสายยางที่ตั้งเวลาในการพ่นน้ำ ฉีดพ่นวันละ 2 รอบในช่วงหน้าร้อน และ 1 รอบสำหรับฤดูฝน   ช่วงฤดูแล้งและร้อนผู้เขียนจะเอากระดาษหนังสือพิมพ์ หรือกระดาษลังไข่ ชุบน้ำแล้วโบ๊ะไว้บนกะละมังเพื่อเก็บรักษาความชื้นให้กับคุณ ๆ เค้า ไม่ต้องห่วงเรื่องกระดาษเพราะทิ้งไว้สักพัก คุณ ๆ เค้าก็กินหมดค่ะ

ไส้เดือนเพิ่มมูลค่า ลดขยะ ลดโลกร้อน

ส่วนเบดดิ้งแบบที่สอง ที่เราจะเลี้ยงโดยเน้นให้เค้าช่วยย่อยสลายเศษผัก พืช ใบไม้ ใบหญ้า เราก็ใช้วิธีทำปุ๋ยหมักแทน โดยวิธีการเลี้ยงเริ่มจากการเตรียมปุ๋ยหมักเพื่อเป็นที่อยู่ของไส้เดือน  (Bedding) ใช้ส่วนผสมหลักคือมูลวัว  เศษผัก ผลไม้ ฟาง ขี้เลื่อย ใบไม้ ขุยมะพร้าว  คลุกหมักให้รวมกันประมาณ 1-2 เดือน ระหว่างนั้นรดน้ำพอให้ชุ่มชื้น เมื่อได้ที่แล้วก็ปล่อยไส้เดือนลงไป  จากประสบการณ์ของผู้เขียนที่บ้านจะใช้วิธีขุดหลุมลึกประมาณ  50 เซนติเมตร เสร็จแล้ว เราก็เอาเศษใบไม้ เศษอาหาร สารพัดเทลงไป เศษเบดดิ้งที่เหลือ ๆ จากแต่ละกะละมังเทปน ๆ ไป จากนั้นเอาดินกลบ ราดด้วยจุลินทรีย์สักเคราะห์แสง (คราวหน้าจะสอนทำจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงนะคะ) ทิ้งไว้ 1 – 2 สัปดาห์ ก็กลับด้านของปุ๋ยหมัก วิธีนี้ จะทำให้เราได้ดินไว้สำหรับปลูกต้นไม้ แล้วก็ช่วยย่อยสลายพวกเศษใบไม้ในบ้านดีมาก ๆ 

ไส้เดือนเพิ่มมูลค่า ลดขยะ ลดโลกร้อน

เรื่องที่ควรคำนึงถึงในการจัดหาพื้นที่ที่เลี้ยงไส้เดือน แนะนำว่าควรมีความเย็น น้ำท่วมไม่ถึง แดดส่องไม่ถึง  สามารถรักษาความชื้นได้พอสมควร และคนเลี้ยงต้องหมั่นตรวจดูว่ามีศัตรูของไส้เดือนมากวนหรือเปล่า เช่น ไก่ เป็ด นก หนู กบ อึ่งอ่าง คางคก จิ้งจก  ตุ๊กแก และปลวก พวกนี้เผลอไม่ได้ วันดีคืนดีมีอึ่งอ่างมานอนปาร์ตี้กินไส้เดือนเราสบายฉ่ำ

ตอนกลางคืนไส้เดือนเค้าจะขึ้นมากินอาหาร ผสมพันธุ์กันอยู่บนเบดดิ้ง พอเช้ามา เราไปดูจะเห็นว่ามีเม็ดเล็ก ๆ สีดำ ๆ เกลื่อนกะละมังก็แสดงว่าไส้เดือนเริ่มให้ผลผลิตเราแล้ว ประมาณ 1 สัปดาห์เราก็ค่อย ๆ ปาดด้านหน้า หรือหาตะแกรงมาร่อน เพื่อแยกมูลไส้เดือนออกจากเบดดิ้ง และไส้เดือน เวลาปาดและร่อนนั้นต้องระวังทำแต่เบามือนะคะ เพราะไส้เดือนเค้าอาจจะขาดหรือเป็นแผลก็ได้ นอกจากนั้น ในมูลไส้เดือนที่ร่อนแล้ว อาจจะมีไส้เดือนตัวเล็ก ๆ หรือไข่ไส้เดือนที่มีลักษณะขาว ๆ กลม ๆ เล็ก ๆ เหมือนเม็ดมะนาวปนมาด้วย การเก็บมูลไส้เดือน ก็อาจจะใส่ถุงปุ๋ยมัดปากเก็บในที่ร่ม หรือใส่ถังปิดฝาไม่ให้โดนแดด และรักษาความชื้นไว้พอสมควร 

มูลไส้เดือนที่ได้ จะเป็นปุ๋ยล้วน ๆ ไม่มีเมล็ดพันธุ์ของพืชอื่น ๆ ปะปนมาเหมือนมูลสัตว์ชนิดอื่น เพราะไส้เดือนเค้าได้ทำการย่อยสลายมาหมดแล้ว  และมีงานวิจัยออกมาด้วยว่า มูลไส้เดือนนั้น ไม่มีสารพิษเจือปน มันเจ๋งตรงนี้หล่ะ ที่เราจะนำปุ๋ยที่ได้จากมูลไส้เดือน ไปผสมกับเศษใบไม้ เพื่อทำดินในการปลูกพืชที่เราสามารถมั่นใจในการเก็บกินได้สบายใจ นอกจากนั้น ปุ๋ยไส้เดือนราคาค่อนข้างสูง ถ้าใครมีช่องทางจำหน่ายเพิ่มเติมก็จะช่วยให้มีรายได้เสริมได้ด้วย และการแพร่พันธุ์ของไส้เดือนก็ค่อนข้างเร็ว เป็นการลงทุนที่ใช้ทุนน้อย แต่ได้ผลดี  ตัวไส้เดือนเองถ้ามีปริมาณมาก ๆ อาจจะส่งขายตามฟาร์มปลา ฟาร์มกุ้ง ฟาร์มไก่ เพื่อเป็นอาหารสัตว์ได้ด้วย

 

เรื่องและภาพ โดยผู้เขียน