เรื่องมีอยู่ว่า วันนั้นเป็นวันที่นักเรียนหลายๆคนทุ่มเทให้กับการติวข้อสอบมากเเละมักจะกลับดึกเสมอเเละหนึ่งในนักเรียนที่กลับดึกก็มีเราด้วย ปกติเราจะพักหอนอกกับรูมเมทอีกหนึ่งคนเเต่วันนี้มันขอตัวกลับบ้านก่อนเพราะพ่อกับเเม่มันจะมาเยี่ยมที่ห้อง เรากับเพื่อนอีกหลายคนที่ตอนเเรกนั่งติวกันอยู่ที่มหาลัยจนมียามมาไล่เลยเปลี่ยนสถานที่เป็นห้องเพื่อนอีกคนที่กว้างพอที่จะยัดคนเข้าไปในห้องได้หลายคนโดนที่ไม่เเออัดกัน

เราติวกันอยู่จนดึกมากประมาณตีสองได้เราเริ่มรู้สึกหิวเลยถามเพื่อนเจ้าของห้องว่าเเถวนี้มีเซเว่นรึเปล่า มันก็บอกว่ามีเเต่ต้องออกไปตรงหน้าปากซอย เเล้วมันก็ยื่นกุญเเจรถมาให้ เพื่อนก็ฝากเราซื้อนู้นนี้เยอะมากเราเลยชวนเพื่อนอีกคนนึงไปด้วยพอเดินลงมาถึงชั้นล่างของหอพักด้วยความที่ว่าเราอยากพักสมองบ้างเพราะติวกันมาทั้งวันเเล้ว เราเลยมองไปที่ถนนเเละเห็นว่ามันมีทั้งไฟข้างทางเเละบ้านคนเต็มไปหมดดูไม่ค่อยมีอะไรเเละไม่น่ากลัวเเถมตอนนั้นลมมันก็พัดเย็นๆเเต่ก็ไม่ได้ทำให้รู้สึกหนาวอะไรมาก เราเลยเอ่ยปากถามเพื่อนว่า เดินไปกันมั้นเซเว่นอยู่เเค่หน้าปากซอยเเปบเดียวก็ถึงตอนเเรกเพื่อนเหงียบไปสักพักเหมือนตัดสินใจจนสุดท้ายมันก็พูดขึ้น เอาดิ ขึ้นไปช้าๆหน่อยพักผ่อนสมองบ้าน สมองกูจะระเบิดเเล้ว พอมันพูดจบเราก็ขำกันเสียงดัง คือเรากับเพื่อนในกลุ่มเกือบจะทุกคนเป็นคนที่ค่อนข้างจะเสียงดังกันอยู่เเล้วขนาดพูดกันปกติคนอื่นยังบอกว่าเหมือนตะโกนคุยกันมากกว่า 

Advertisement

Advertisement

เราเดินไปยังไม่ถึงกลางซอยเลยด้วยซ้ำ เรากับเพื่อนก็เห็นเด็กผู้หญิงคนนึงผมยาวประมาณบ่าท่าทางมอมเเมมเหมือนเป็นคนจรจัดเดินกอดตัวเองก้มหน้าก้มตาเเล้วเดินผ่านไป เราก็ไม่ได้สังเกตอะไรมาก เเต่พอเดอนมาถึงกลางซอย ก็เจออีก เหมือนเดิมเลยค่ะ เด็กผู้หญิงผมบาวประมาณบ่าเนื้อตัวเสื้อผ้ามอมเเมมเดินกอดตัวเองก้มหน้าก้มตา เรากับเพื่อนหันมามองหน้าเริ่มกลัวเเต่โชคดีที่เเถวปากซอยจะเป็นย่านคนเยอะเสียงเลยดังเเว่วๆออกมาจนถึงบริเวณที่เราสองคนเดินอยู่ทำให้ลดความกลัวได้นิดหน่อย

Advertisement

Advertisement

พอเราสองคนซื้อของเสร็จเราก็เดินกลับทางเดิมตอนเเรกนึงว่าจะไม่เห็นเเล้วละ เเต่ก็เจออีก คนเดิมภาพเดิมเหมือนเดิมเป็นเหมือนเดจาวูเลยค่ะ เรากับเพื่อนมองหน้ากันเลิ่กลั่ก รีบก้าวยาวๆเพื่อให้ถึงหอเพื่อนเร็วๆ เเต่ก็ต้องหยุดเดินเพราะเห็นเด็กผู้หญิงคนเมื่อกี่อีกเเล้วเเต่ไม่ได้เดินผ่านเเบบเดิมนะคะ คราวนี้น้องนั่งกอดเข่าตัวเองอยู่กลางทางเลยคือยังไงก็ต้องเดินผ่าน จังหวะที่กำลังเดินผ่าน เราได้ยินเสียงร้องไห้อู้อี้ๆออกมาเบาๆ เรากับเพื่อนเลยทำใจกล้าเดินถอยหลังกลับมาถาม เพราะเวลาอยู่กับเพื่อนจะรู้สึกใจกล้าเป็นพิเศษถ้าเกินเป็นวิญญานอย่างน้อย ถามๆเสร็จก็จบๆไปไม่ตามกลับห้องด้วย เราก็ถาม น้องคะเป็นอะไรรึเปล่า หิวหรอ เเม่อยู่ไหนทำไมมาเดินคนเดียวดึกๆ

Advertisement

Advertisement

น้องเขาไม่ได้ตอบอะไรออกมาค่ะเเต่ความรู้สึกเราเหมือนน้องเขาพยายามที่จะพูดเเต่พูดไม่ได้มันเหมือนเสียงคนที่โดนอะไรปิดปากไว้อยู่
น้องกินขนมมั้ยพี่ซื้อมาเยอะเดี๋ยวพี่วางตรงนี้
อันนี้เพื่อนเราพูดค่ะมันพูดเเล้วว่างไว้ข้างๆน้อง
เเต่น้องก็ยังเหมือนพยายามจะพูด เรากับเพื่อนก็ไม่ได้อะไรมากก็ถือว่าช่วยเเล้ว เรากับเพื่อนก็เดินผ่านไป เราเลยหันกลับมอง เป็นเวลาเดียวกับที่น้องลุกขึ้นยืนเต็มตัวเเล้วหันมามองพวกเราสองคน น้องไม่มีหน้าคะ หน้าซีดไม่มีเลือดสักนิด ปากไม่มี ตาก็ไม่มี จมูกไม่มี เเต่ความรู้สึกเหมือนน้องมองมาที่เรา เราเลยพูดออกมาเบาว่า "อยากให้ช่วยอะไรก็มาเข้าฝันพี่นะคะ" เเล้วเราก็รีบหันหน้ากลับมา

เเต่เหมือนน้องจะไม่ต้องการให้เราช่วยหรือยังไงเราไม่รู้เพราะตั้งเเต่เราเจอน้องเราก็ไม่เคยฝันหรือเห็นน้องอีกเลย