มีร้านส้มตำร้านไหนแซ่บๆ แนะนำบ้าง

คำถามข้างต้นคือ คำถามแรกๆ ที่เพื่อนๆ ต่างถิ่น มักจะสอบถามดิฉันอย่างสม่ำเสมอ เมื่อเพื่อนๆ จะเดินทางมาเยือนจังหวัดขอนแก่น ส้มตำอีสานแท้ๆ ดูจะเป็นประสบการณ์อันดับต้นๆ ที่ผู้มาเยือนต้องการบันทึกความทรงจำในการมาเยี่ยมดินแดนไดโนเสาร์แห่งนี้  แต่ด้วยจำนวนร้านส้มตำที่มีมากมายละลานตา ทำให้ตัดสินใจยากเหลือเกินว่าจะทดลองชิมร้านไหนดี   อีกทั้งร้านส้มตำดังๆ ก็คนแน่นตลอด ที่จอดรถก็มีจำกัด ยิ่งได้เจออากาศที่ร้อนระอุในเวลาเที่ยงของดินแดนที่ราบสูงเข้าไป เพื่อนๆ ต่างถิ่นคงถอดใจเอาง่ายๆ  อย่างไรก็ดี ร้านส้มตำที่รสชาติดี ที่จอดรถสะดวก ราคาถูกใจ และอยู่ในห้องแอร์ก็เป็นสิ่งที่มีอยู่จริงนะคะ 

 

ร้านส้มตำกุ้งนา

ส้มตำกุ้งนา เป็นร้านส้มตำ ที่ตั้งอยู่ใน ศูนย์อาหารของห้างบิ๊กซี ขอนแก่น สาขา 1  ซึ่งตั้งอยู่บนถนนมิตรภาพ ด้วยทำเลที่ดีติดกับถนนใหญ่ขนาดนี้ ทำให้สามารถเดินทางมาได้โดยง่าย  แม้ผู้ที่เพิ่งเดินทางมาจังหวัดขอนแก่นเป็นครั้งแรก ไม่ต้องกังวลว่าจะหลงทางเลยค่ะ  ส่วนที่จอดรถก็ฟรี และมีจำนวนมากมาย  ในตอนเที่ยงรถอาจจะเยอะไปบ้าง แต่ยังไงก็ต้องมีที่จอดสำหรับเราแน่ๆ ค่ะ  เมื่อเข้ามาในตัวห้างแล้ว ก็ตรงไปที่ศูนย์อาหารบนชั้นสองเลยค่ะ ร้านส้มตำกุ้งนา จะอยู่ด้านในสุด ฝั่งขวามือค่ะ  

Advertisement

Advertisement

ตำลาวใส่ผักกานจอง

เมนูตามใจลูกค้า ตำลาวใส่ผักกานจองลวก  ราคา 40 บาท ค่ะ  ผักกางจองสามารถทานได้ทั้งแบบสดๆ และแบบลวก จะมีรสขมนิดๆ ทานแล้วทำให้รู้สึกสดชื่นดีค่ะ


 

เส้นส้มตำ ทางร้านจะสับเส้นมะละกอด้วยมือ ทำให้ได้เส้นมะละกอแบบดั้งเดิม ที่ใหญ่ หนา และกรอบ นอกจากนั้นเส้นมะละกอแบบนี้จะไม่อมน้ำปลาร้าเท่าแบบเส้นเล็กๆ ที่ใช้มีดสองคมฝาน ส่งผลให้ส้มตำรสชาติไม่เปลี่ยนแปลงตามระยะเวลาที่เส้นมะละกอแช่อยู่ในเครื่องส้มตำ ขนาดซื้อกลับบ้านแช่ตู้เย็นไว้สำหรับรับประทานวันถัดไปก็ยังรสชาติดีคงเดิมค่ะ เคยลองทานส้มตำเย็นๆ รึเปล่าคะ อร่อยสดชื่นดีนะคะ    นอกจากนั้นทางร้านก็ใช้ปลาร้าต้มสุก หายกังวลเรื่องพยาธิไปได้เลยค่ะ    ปริมาณและราคาสำหรับส้มตำหนึ่งจาน กำลังพอเหมาะสำหรับ 2 คน นะคะ  นอกจากนี้ยังสามารถหยิบผักแกล้มส้มตำได้ฟรีด้วยค่ะ  

Advertisement

Advertisement

เมนูที่แนะนำ 

  1. เมนูส้มตำสามัญ คือ ตำลาว ราคา 40 บาท (คนภาคกลางเรียกว่าปลาร้า)   ตำลาว คือ ส้มตำใส่น้ำปลาร้า รสชาติจะออกไปทางเค็ม  หากไม่ระบุความเผ็ด ทางร้านจะตำรสชาติมาตรฐานมาให้ คือ เผ็ดน้อย (ของชาวอีสาน)  หากไม่แน่ใจในความเผ็ดสามารถระบุได้เลยค่ะ ว่าขอให้ใส่พริกกี่เม็ด  และถ้าใครที่แพ้ผงชูรสอย่าลืมแจ้งพ่อค้า แม่ค้าด้วยนะคะ อาหารอีสานส่วนมากจะใส่ผงชูรสค่ะ เนื่องจากคนอีสานนิยมรสชาติเค็มๆ นัวๆ อูมามิ   รสชาติของตำลาวที่ร้านกุ้งนา ถือได้ว่าเป็นรสชาติมาตรฐานดั้งเดิมเหมือนในอดีตเลยค่ะ เมื่อสามสิบปีก่อนตำลาว รสชาติสัมผัสเป็นอย่างไร สามารถมาระลึกรสชาติแห่งความหลังได้ด้วยเมนูนี้ค่ะ

Advertisement

Advertisement

  • เมนูมาแรง ที่กำลังได้รับความนิยม คือ ตำป่า หรือ ตำมั่ว  ราคา 50 บาท ซึ่งโดยพื้นฐานก็คือ ส้มตำลาว ที่นอกจากจะมีเครื่องส้มตำตามมาตรฐานแล้ว จะมีการใส่ส่วนผสมต่างๆ เพิ่มขึ้น เช่น ผักดอง ผักลวก หอยต้ม ปลากรอบ ขนมจีน เมล็ดกระถิน และต้มหน่อไม้ เป็นต้น  จริงๆ แล้ว ตำป่า น่าจะถูกจัดให้เป็นเมนูอาหารจานเดียวนะคะ เพราะเมนูนี้รวบรวมอาหารครบทั้ง 5 หมู่ไว้ในจานเดียวแล้วค่ะ  ไหนจะโปรตีนจากหอยต้มและปลากรอบ     คาร์โบไฮเดรตจากเส้นขนมจีนและเส้นมะละกอ    รวมถึงกากไยและสารพัดวิตามินจาก พืชผักนานาชนิดในเครื่องส้มตำด้วยนะคะ 
  • นอกจากส้มตำแล้วร้านนี้ยังมีทีเด็ด คือ ผัดหมี่! ราคา 20 บาท ผัดหมี่เป็นเมนูแป้งเพิ่มพลังที่ชาวอีสานชื่นชอบมากๆ ผัดหมี่จริงๆแล้วควรจะมีรสชาติ หวาน เค็ม เปรี้ยว กลมกล่อม คล้ายๆ กับผัดไทย  แต่ตัดทอนส่วนประกอบต่างๆออกไป ให้เหลือเพียง เส้นหมี่ ถั่วงอกและต้นหอม เหมือนจะเป็นเมนูที่ทำได้ง่ายๆ นะคะ แต่จะหาร้านที่ปรุงรสชาติได้ครบเครื่องตามต้นตำหรับได้นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลยค่ะ  เพราะโดยมากจะมีรสเค็มจัด หรือหวานเจี๊ยบ หาที่รสชาติกลมกล่อมเมื่อในอดีตได้ยากมากๆ เลยค่ะ  ใครต้องการจะลองทานผัดหมี่ที่มีรสชาติดั้งเดิม ต้องรีบหน่อยนะคะ เพราะหลังจากช่วงเที่ยงแล้วผัดหมี่ของทางร้านจะหมดเร็วมากๆ ค่ะ
  • ผัดหมี่

       เมนูผัดหมี่ ราคาจานละ 20 บาท ปกติถ้ามาก่อน บ่ายสองโมงจะพอมีเหลือให้ได้ทานนะคะ มาช้ากว่านั้น ผัดหมี่หมดแน่ๆ ค่ะ 


    ส้มตำแม้จะไม่ใช่อาหารจานหลัก หรือ อาหารประจำชาติ แต่ก็เป็นเมนูอาหารจานสำคัญที่ทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติในการต้อนรับและหลงรักรสชาติของสลัดมะละกอจากอีสานจานนี้กันอย่างล้นหลาม    แต่อย่างไรก็ดีก็มีข้อควรระวังในการเลือกรับประทานส้มตำปลาร้าอยู่นิดหน่อยนะคะ  เนื่องจากมีผลการวิจัยพบว่าชาวอีสานมักจะเป็นโรคเหน็บชา และเมื่อได้ค้นคว้าถึงสาเหตุก็พบว่า ปลาร้าดิบ เป็นสาเหตุของโรคเหน็บชานี้ เนื่องจากปลาร้าดิบมีเอนไซม์ที่ย่อยวิตามินบี1 ทำให้ผู้ที่รักการรับประทานปลาร้าดิบป่วยเป็นโรคเหน็บชา แม้ปลาร้าดิบและน้ำปลาร้าดิบจะมีรสชาติและกลิ่นที่หอมหวนแค่ไหนก็ตาม ก่อนจะทานปลาร้าต้องทำให้สุกก่อนเพื่อทำลายเอนไซม์ที่จะย่อยสลายวิตามินบี 1 นะคะ ฉะนั้นควรเลือกซื้อส้มตำจากร้านที่ใช้น้ำปลาร้าที่ต้มสุกแล้วเท่านั้นนะคะ  จะได้รับประทานแล้วได้ทั้งความอร่อยและความสบายใจค่ะ 

    อ้างอิง:

    บทความเรื่องโรคเหน็บชาจากเว็บไซต์พบแพทย์

    คู่มือแนวทางการป้องกันอันตรายจากการทำงานของลูกเรือประมง: กรณีปัญหาการขาดวิตามินบี 1  กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข