“วันเพ็ญเดือนสิบสอง น้ำนองเต็มตลิ่ง เราทั้งหลายชายหญิง สนุกกันจริง วันลอยกระทง” ผมได้ยินเสียงหลานชายตัวน้อยของผมร้องเพลงนี้ด้วยความเริงร่า หลังจากที่รู้ว่าวันนี้เป็นวันลอยกระทง เด็กน้อยตั้งหน้าตั้งตาทำกระทงใบตองสุดฝีมือ โดยมีพี่สาวของผมช่วยพับใบตองให้สวยงามพร้อมกับนำเข็มหมุดไปปัก จนในที่สุดกระทงใบตองก็เสร็จเรียบร้อย ถึงแม้มันจะไม่สวยงามมากนักเท่าไหร่ แต่ก็พร้อมสำหรับการนำไปลอยกระทงในวันนี้

          “เอก วันนี้ไปลอยด้วยกันไหม” พี่ของผมถาม

          “คงไม่ว่างอะ มีนัดกับเพื่อนแล้ว”

          ใช่ ผมมีนัดกับเพื่อนแล้ว แต่พวกมันไม่ได้นัดไปลอยกระทงหรอกนะ แต่ชวนกันไปกินเหล้า ด้วยความที่ผมไม่ได้สังสรรค์เข้าสังคมมานานละ ผมจึงอยากไปหาพวกมัน ไปพบปะพวกมัน ไปคุยกับพวกมันบ้างตามประสาชายหนุ่มอายุยี่สิบห้าอย่างผม

Advertisement

Advertisement

          พอตะวันเริ่มลับขอบฟ้า ผมก็ควบมอเตอร์ไซค์คันเก่าของพ่อออกขับไปยังเกือบท้ายซอยของหมู่บ้าน หากเลยไปอีกนิดก็จะเป็นวัดและก็มีท่าน้ำที่ดูท่าทางผู้ใหญ่หมานคงจะจัดการทำความสะอาดพร้อมกับประดับประดาตกแต่งให้สวยงามไม่ให้เสียชื่อหมู่บ้าน ถึงแม้ว่างานปีนี้จะจัดแค่ลอยกระทงเงียบๆ ไม่มีประกวดนางนพมาศแบบปีก่อนๆ แต่ก็ยังคงบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความอบอุ่นอยู่ดี

          พอได้ที่จอดรถมอเตอร์ไซค์ ผมก็ย้ำเท้าเข้าไปหาเพื่อนที่มันตั้งวงเหล้าใต้ต้นมะขามใหญ่อยู่แล้ว นอกจากจะมีเหล้ายาปลาปิ้ง วันนี้พวกมันยังจัดหมูกระทะไว้ด้วย ผมไม่รีรอรีบคว้าชามและตะเกียบมาคีบหมูในกระทะที่ตั้งร้อนๆ ด้วยความเอร็ดอร่อย

          “แม้มึงมาถึงก็จ้วงหมูกูไปต่อหน้าต่อตาเลยนะ” ไอ้พลว่าพลางหัวเราะขำขัน

          “ก็กูหิว ขอแดกหมูกระทะพร้อมซดเหล้าเป็นกับแกล้มด้วยละกัน”

Advertisement

Advertisement

          ค่ำคืนผ่านไป วงเหล้าก็ยังไม่มีใครถอยออก แน่นอนว่าเราผู้ชายอกสามศอกไม่มีใครยอมเลิกยอมรา ถ้ายังไม่น็อกจริงๆ ตอนนี้ผมก็รู้สึกมึนหัวตึ้บๆ แถมยังไม่รู้ว่าซดแอลกอฮอลล์เข้าไปในร่างกายมากแค่ไหน

          “เฮ้ยไอ้เอก มึงลอยกระทงยังว่ะ” ไอ้พลถามเสียงยานๆ พร้อมกับตัวที่ดูเอนไปเอียงมา

          “ยังเลยเว้ยมึง กูกะจะไม่ลอยว่ะ” ผมตอบ

          “เฮ้ย! ไม่ได้นะเว้ย มึงต้องลอย”

          “ทำไมว่ะ” ผมชักสงสัยเพราะปกติผมก็ไม่เคยลอยกระทงมาตั้งแต่พ้นอายุสิบสี่ปีแล้ว

          “เดี๋ยวผีน้ำเขาก็เล่นมึงหรอก” ไอ้พลยังไม่เลิกราที่จะให้ผมไปลอยกระทง

          “ผีนงผีน้ำอะไร ความเชื่อปัญหาอ่อน กูแม่งเกิดมาไม่เคยเห็นผีสักตัว แน่จริงก็มาหลอกดิว่ะ แถมมึงดูตอนนี้ก็เที่ยงคืนละ ใครมันจะอยู่ลอยกระทง เขาก็หนีกลับบ้านไปนอนซุกผ้าห่มหมดแล้ว”

Advertisement

Advertisement

          “พูดก็ไม่ฟัง นี่อะกระทง มึงเอาไปลอยซะ”

          ไอ้พลมันยื่นกระทงใบตองเล็กอันหนึ่งในผม ด้วยความที่ไม่อยากจะต่อล้อต่อเถียงมันไปมากกว่านี้ ผมเลยได้แต่ดั้นด้น ถือกระทงเดินออกมาจากบ้าน ท่าน้ำที่อยู่หลังวัดก็อยู่ห่างจากบ้านมันไม่กี่เมตร ผมตัดผ่านโบสถ์ อุโบสถ และเมรุเผาศพ ก่อนจะเจอกับท่าสะพานที่ผู้ใหญ่บ้านหมานทำไว้ มีเทียนแท่งใหญ่เหมือนเทียนที่เอาไว้ถวายพรรษาจุดอยู่ด้านข้างของสะพาน

          “แม่งกูโคตรขี้เกียจไหว้เลย” ผมสบถกับตัวเองก่อนที่จะเอาธูปและเทียนไปจุดไฟจนสว่าง ก้าวขาไปตรงริมสะพาน พร้อมยกกระทงขึ้นหัวแบบลวก ตอนนี้ผมโคตรอยากกลับบ้าน เพราะแอลกอฮอลล์ในเลือดเริ่มออกฤทธิ์แล้ว พอยกเสร็จผมก็โยนกระทงลงไปในน้ำ

          “เหี้ย” ผมร้องตะโกนเสียงดัง เพราะทันทีที่กระทงผมเกือบจะถึงผิวน้ำ ก็มีซากกระดูกมือสีขาวโพลนยื่นออกมารับไว้ ผมถอยหลังซาเข้าพุ่มไม้ริมตลิ่ง แล้วมองไปรอบๆ กระทงทุกอันที่ลอยอยู่บนผิวน้ำ ล้วนแต่มีกระดูกมือสีขาวถือไว้จนหมด ผมกลัวอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน วิ่งหนีกลับบ้านอย่างไม่คิดชีวิต ในใจก็ภาวนาให้คงเป็นเพราะฤทธิ์สุรา พอเปิดประตูเข้าบ้านได้ก็วิ่งถลาไปกอดแม่ด้วยความสั่นกลัว สุดท้ายเรื่องก็จบลงตรงที่ผมต้องนอนจับไข้หัวโกล๋น แม่ต้องนิมนต์พระมาสวดพร้อมกับพรมน้ำมนต์ ยังไงปีนี้ผมก็อยากฝากให้ทุกท่านลอยกระทงด้วยใจอันบริสุทธิ์จริงๆ นะครับ