"พาไปกินร้านส้มตำแซ่บ ๆ หน่อยนะ"  เพื่อนชาวกรุงของดิฉันส่งข้อความมา ในขณะที่พวกเขากำลังเดินทางมาจังหวัดขอนแก่น

"ถึงขอนแก่นประมาณ 1 ทุ่มนะ  ขอร้านที่แซ่บ ๆ แต่สะอาด อยู่ในเมือง มีที่จอดรถนะ" เพื่อนของดิฉันให้ข้อมูลเพิ่มเติม

ร้านส้มตำที่ดิฉันไปทานเป็นประจำมักจะเปิดเฉพาะเวลากลางวัน ไม่เกิน 5 โมงเย็นก็ปิดบริการกันหมดแล้ว ส่วนร้านที่ไปทานตอนกลางคืนก็มักจะเป็นร้านริมถนน ชนิดที่เพื่อน ๆ ชาวกรุงของดิฉัน น่าจะไม่สบายใจในการไปใช้บริการมากนัก ฮ่าฮ่าฮ่า  แต่ยังมีร้าน ส้มตำปริญญา ร้านส้มตำที่มีคุณสมบัติครบตามที่เพื่อนของดิฉันต้องการค่ะ  

ร้านส้มตำปริญญา ตั้งอยู่บนถนนหน้าเมือง หาร้านเจอง่ายมาก ๆ เพราะร้านตั้งอยู่ใจกลางเมือง เปิดบริกาารทุกวันตั้งแต่เวลาเที่ยง จนถึง ตีสี่!  ใช่ค่ะ 12:00 - 04:00 น. ที่จอดรถคือริมถนนทั้งสองฝั่งของถนนหน้าเมืองค่ะ 

Advertisement

Advertisement

หน้าร้านบริเวณหน้าร้านจะมีโต๊ะตั้งยาวสำหรับจัดวางกับข้าว ซึ่งวางเรียงรายเป็นแถวตามหมวดหมู่ ให้พวกเราสามารถเลือกพิจารณา ปิ้งไก่ ปลาย่าง ไข่ทรงเครื่องปิ้ง ฯลฯ ได้ตามความพึงพอใจ  *เพื่อนทั้งสองของดิฉันประทับใจการจัดแสดงสินค้าของทางร้านมาก ๆ ถึงกับเดินกลับไปหยิบกล้องถ่ายรูปจากที่รถมาถ่ายภาพเก็บไว้ 

หน้าร้านเดินเข้ามาในร้าน หาโต๊ะนั่งได้ตามสะดวก โดยเราจะต้องเป็นผู้ลุกขึ้นไปเลือกหยิบจานช้อนด้วยตนเอง จะได้สีถูกใจถูกโฉลกค่ะ นอกจากนั้นที่ดิฉันชอบมาก ๆ คือการตั้งผักไว้ให้ลูกค้าได้เลือกหยิบเอง เพราะในหลาย ๆ ครั้งลูกค้าที่ไม่ทานผักแกล้มส้มตำ ผักที่ทางร้านให้มาก็จะถูกทิ้งเสียเปล่า หากเราชอบ/ไม่ชอบทานผักชนิดใดก็สามารถไปเลือกเองได้เลย ทรัพยากรไม่สูญเปล่าดีนะคะ

เมนูเมื่อได้ที่นั่งแล้วก็นำเมนูอาหารมาพิจารณากันค่ะ ทางร้านมีทั้งเมนูส้มตำและยำด้วยนะคะ เป็นอะไรดี ๆ ที่อยากนำเสนอมาก ๆ เพราะมาที่เดียวได้ทานอาหารแซ่บ ๆ ทั้งสองอย่างพร้อม ๆ กันเลย และไม่ว่าจะเป็นส้มตำหรือยำ ทางร้านก็ปรุงออกมาได้แซ่บเด็ดไม่แพ้กันเลยค่ะ

Advertisement

Advertisement

เมนูเมื่อตัดสินใจได้แล้วว่าจะทานอะไรดี ก็นำกระดาษและปากกาที่วางอยู่บนโต๊ะมาจดรายการอาหารที่ต้องการ แล้วยื่นให้กับพนักงานในร้านค่ะ 

เลือกไก่เมื่อส่งรายการอาหารเรียบร้อยแล้ว เราสามารถออกมาเลือกไก่ปิ้ง เลือกปลาย่าง ไส้กรอก ฯลฯ  ได้ด้วยตนเองนะคะ จะได้ถูกใจแคปหมูแคปหมูนา ๆ ชนิด  รวบรวมมาให้ครบทุกแบบเพื่อความต้องการที่หลากหลายของลูกค้า 

ไก่อาหารอย่างแรกที่มาถึงคือไก่ย่าง หรือที่ชาวอีสานมักเรียกติดปากว่าปิ้งไก่ น่องติดสะโพกนี้ราคา 50 บาทค่ะ ข้าวเหนียวราคากระติบละ 10 บาท เนื้อไก่หอม นุ่มเหนียวไม่เละ รสชาติไก่พอดี ไม่เค็มปี๋ เพื่อนของดิฉันถูกใจสิ่งนี้มาก และได้ไปตามหาน้ำจิ้มแจ่วจากทางร้านเพื่อมาทานกับไก่ย่าง

Advertisement

Advertisement

ปลาเผาเมนูต่อมาคือปลาเผา ที่อีสานมักจะเสิร์ฟปลาเผามาพร้อมกับน้ำจิ้มแป๊ะซะ ผักสด และเส้นขนมจีน สำหรับห่อเนื้อปลาแล้วทานพร้อมกับน้ำจิ้ม ปลานิลเผาตัวโตชุดนี้ ราคาชุดละ 170 บาทค่ะ  ซึ่งราคาของปลาขึ้นอยู่กับขนาดของปลา เริ่มต้นที่ราคา 100 บาทค่ะ เราสามารถสอบถามก่อนได้นะคะ ว่าวันนี้ปลาเผาราคาเท่าไร 

ปลาเพิ่งเผาเสร็จมาใหม่ ๆ  ยังร้อน ๆ อยู่ หอมน่าทานมาก ๆ ค่ะ เนื้อปลาสด หวานนุ่ม ชุ่มฉ่ำ ไม่ใช่แบบเผาไว้นานแล้ว เนื้อปลาแห้งแข็งแล้วอะไรแบบนั้นนะคะ  จะทานเฉพาะเนื้อปลากับส้มตำ หรือจะห่อเนื้อปลาด้วยผักต่าง ๆ พร้อมกับเส้นขนมจีนแล้วใส่น้ำจิ้มเป็นคำ ๆ แบบไหนก็เลิศเลอ ถูกใจ ถูกปากมาก ๆ เลยค่ะ   

แจ่ว

น้ำจิ้มแป๊ะซะรสเด็ด ซึ่งเพื่อนของดิฉันถูกใจมาก เจ้าบ้านรู้สึกดีใจมาก เพื่อนทานอะไรก็ถูกใจไปหมด ดีใจอย่างกับเป็นเจ้าของร้านเอง ฮ่า ฮ่า ฮ่า

ตำโคราชและแล้วส้มตำแซ่บ ๆ สำหรับเพื่อนชาวกรุงก็มาถึง  เมนูที่เพื่อนของดิฉันเรียกร้องให้พามาทานคือ ตำโคราช ไม่ใส่ผงชูรส ไม่เผ็ดมาก ราคา 50  บาท โดยเธอถามดิฉันว่า "ตำโคราชมันเป็นยังไง" ตำโคราชก็คือตำไทยที่ใส่ปลาร้าลงไปค่ะ  รสชาติจะหวานเค็มตามสไตล์ของส้มตำภาคกลาง แต่นัวและหอมด้วยปลาร้าของชาวอีสาน  ซึ่งเมื่อตอนเด็ก ๆ ที่ตำโคราชถูกพัฒนาขึ้นเป็นครั้งแรกบนปฐพี แม่ค้าส้มตำในยุคนั้นบอกมาว่าเป็นส้มตำที่เป็นลูกครึ่งไทยอีสาน  เลยตั้งชื่อกันว่าตำโคราช เพราะโคราชเป็นเมืองหน้าด่านของภาคอีสาน บ้างก็บอกว่ามีการคิดค้นขึ้นที่จังหวัดนครราชสีมา หรือจังหวัดโคราช เป็นที่แรก 

ซึ่งความแม่นยำในการปรุงส้มตำของร้านส้มตำปริญญา มีความเที่ยงตรงสูงมาก มาทานกี่ครั้งก็ได้รสชาติแบบเดิมตลอด แถมตำโคราชที่เคยทานเมื่อครั้งยังเด็กมีรสชาติอย่างไร ทางร้านก็ปรุงออกมาได้รสชาติดั้งเดิม ไม่มีผิดเพี้ยนเลยจริง ๆ ค่ะ ขอคารวะ... 

ตำไทยต่อจากตำโคราช ก็มาที่ ตำไทย ไม่ใส่ผงชูรส ไม่เผ็ดมาก ราคา 50 บาท คนไทยอย่างไรก็รักตำไทย ส้มตำที่มีความปลอดภัยสูง ว่าทานเข้าไปแล้วจะไม่ลำบากระบบทางเดินอาหาร ส้มตำไทยของทางร้าน หวาน เค็ม แบบไทย ๆ ทานแล้วสดชื่นถูกใจชาวกรุงมาก ๆ ค่ะ 

เมนูฟรีที่เพื่อนของดิฉันถูกใจที่สุด เห็นจะเป็นน้ำจิ้มแจ่วนี่หละคะ ถูกใจมาก ถึงกับลุกขึ้นไปขอจากทางร้านด้วยตนเอง เพื่อนำมาจิ้มไก่ย่าง ข้าวเหนียว และเมนูอื่น ๆ ที่พวกเราสั่งมาทาน เพื่อนของดิฉันลงความเห็นว่าร้านส้มตำปริญญานี้แซ่บจริง ชอบทุกอย่าง ไม่ผิดหวัง

แจ่ว

หากคุณกำลังจะเดินทางมายังจังหวัดขอนแก่น แล้วกำลังมองหาร้านส้มตำดี ๆ สักร้าน ดิฉันขอนำเสนอร้านส้มตำปริญญาไว้เป็นตัวเลือกดี ๆ สักที่นะคะ  ยังมีเมนูแซ่บ ๆ อีกมากมายให้คุณได้เลือกสรร เพื่อทำความรู้จักกับวัฒนธรรม อาหารพื้นถิ่นของดินแดนที่ราบสูงค่ะ

* ภาพปกและภาพประกอบบทความโดยผู้เขียน  ภาพอาจจะไม่แซ่บ สมใจ ขออภัยด้วยนคะ โปรดมาทานเองที่ร้านแล้วภาพความแซ่บจะชัดเจนในใจไม่รู้ลืมค่ะ