ปักหมุดการเดินทางกับพี่ปุ้ย พี่สาวคนเดียวของเราว่า  จะไปเยี่ยมคุณอา น้องชายคนรองจากคุณพ่อที่เกษียณราชการแล้วก็ไปอยู่บ้านในชนบทที่อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ตอนนี้อายุ 88 ปี เท่ากับอายุของรัฐธรรมนูญไทย  การเยี่ยมเยียนคนชรานั้นใช้เวลาไม่มากเพราะ 1.ท่านจำอะไรไม่ค่อยได้แล้ว รับแขกได้ พูดจาได้ แต่ก็จะรู้เรื่องจริง ๆ ประมาณ 60-70% 2. เวลาที่เข้าเยี่ยมควรเป็นเวลาช่วงสายประมาณ 08.00 - 09.00 น. พูดคุยแค่ 1 ชั่วโมง ก็เริ่มไม่รู้จะคุยอะไรแล้ว  3. ท่านจะต้องพักผ่อนงีบหลับสั้น ๆ ก่อนรับประทานอาหารกลางวัน  เอาเข้าจริง เรากับคุณอาคุยกันเกือบ 2 ชั่วโมง จนท่าทางคุณอาล้าแล้ว เราสองคนพี่น้องจึงสวัสดีลาคุณอาตอน 10.00 น. จากนั้นก็เดินทางออกจากชุมแพ ไปอุทยานแห่งชาติภูเวียง ซึ่งอยู่ห่างกัน 76 ก.ม. ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงเศษ  

Advertisement

Advertisement

                        จากอำเภอชุมแพ เราขับรถไปตามถนนมะลิวัลย์ขาเข้าตัวเมืองขอนแก่น ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 12  แล้วเลี้ยวซ้ายไปอำเภอภูเวียง โดยเข้าทางถนนโยธาธิการ เลี้ยวขวาเข้าถนนทางหลวงชนบทหมายเลข 2005 แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าถนนทางหลวงชนบทหมายเลข 2038 ตรงไปตามทางเรื่อย ๆ ผ่านตลาดอำเภอภูเวียง ศาลเจ้าจอมปากช่องภูเวียง และตลาดอำเภอเวียงเก่า  เป้าหมายแรกของเรา คือ ศูนย์ศึกษาวิจัยและพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียง  ตำบลในเมือง อำเภอเวียงเก่า จังหวัดขอนแก่น เมื่อเดินทางไปถึงก็เป็นที่น่าประหลาดใจ ปรากฏว่ามีพ่อแม่ผู้ปกครองต่างพาลูกหลานมาท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก ลานจอดรถแน่นขนัดเลยทีเดียว  เราเสียค่าธรรมเนียมเข้าชมคนละ 20 บาท ภายในแบ่งพื้นที่เป็นโซนต่าง ๆ 5 โซน ได้แก่ โซนที่ 1 กำเนิดจักรวาล วิวัฒนาการสิ่งมีชีวิต และเรื่องราวของไดโนเสาร์ทั่วโลก โซนที่ 2 ไดโนเสาร์ในแหล่งเทือกเขาภูเวียง โซนที่ 3 ห้องปฏิบัติการด้านซากดึกดำบรรพ์ ธรณีวิทยาและซากดึกดำบรรพ์ในจังหวัดขอนแก่น โซนที่ 4 สวนไดโนเสาร์ และโซนที่ 5 ยุคเทอร์เชียรี การใช้ประโยชน์หินแร่ และห้องเทิดพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

Advertisement

Advertisement

 

แผนภาพบริเวณที่ขุดค้นพบซากไดโนเสาร์ ภายในพิพิธภัณฑ์ ถ่ายภาพโดยผู้เขียน

 ภายในห้องนิทรรศการ นิทรรศการแสดงกระดูกไดโนเสาร์ที่ขุดพบ ถ่ายโดยผู้เขียน

 ผู้เขียนยืนเปรียบเทียบสัดส่วนความสูงกับท่อนขาของไดโนโเสาร์

                               เราใช้เวลาเดินชมนิทรรศการประมาณ 1 ชั่วโมง ท้องเริ่มส่งเสียงโครกคราก มองหาร้านอาหารบริเวณนั้น เต็มไปด้วยผู้คน ลูกเด็กเล็กแดง  จึงพากันบ่ายหน้าออกจากพิพิธภัณฑ์ พี่ปุ้ยบอกว่า ไปที่อุทยานแห่งชาติภูเวียงเลย แถวนั้นต้องมีอาหารขายบ้างล่ะ ระยะทางห่างกัน 3.9 ก.ม. ใช้เวลาเพียง 7 นาที เราก็เข้าเขตอุทยานแห่งชาติภูเวียง มีเจ้าหน้าที่ยืนให้บริการ ทำสัญญาณมือให้จอดรถตรงไม้กั้น เพื่อชำระค่าธรรมเนียมเข้าอุทยาน คนละ 40 บาท เราจอดรถที่ลานจอด แล้วเดินขึ้นมาบริเวณโรงเรือนจำหน่ายอาหารเครื่องเดื่ม ซึ่งมีเพียงร้านเดียว เราสั่งผัดซีอิ๊วหมู 1 จาน พี่ปุ้ยสั่งข้าวผัดทะเล 1 จาน สั่งน้ำหวานคนละแก้ว แล้วเดินขึ้นเขาไปตามจุดต่าง ๆ ที่แสดงการค้นพบซากไดโนเสาร์ ผู้เขียนขณะเดินปีนป่าย ไต่เขา อากาศร้อนพอสมควร

Advertisement

Advertisement

 ต้องนั่งพักเป็นช่วง ๆ เพราะเพิ่งรับประทานอาหารกลางวันมาใหม่ ๆ

                          ระยะทางทั้งหมดประมาณ 8 ก.ม. สามารถเดินขึ้นไปและลงมาโดยไม่ต้องย้อนกลับทางเดิม เราเดินขึ้นไปพบนักท่องเที่ยวกำลังเดินขึ้นไป 2 - 3  กลุ่ม และมี 2 คนที่กำลังเดินสวนกลับลงมา เขาบอกว่า เดินขึ้นมาจากอีกด้านหนึ่งของภูเขา ทางชันมากกว่าทางที่เราขึ้นมา แต่ก็มีร่มเงาของต้นไม้หนาแน่นกว่า เรากับพี่ปุ้ยดูระยะทางตามนาฬิกาที่ข้อมือแล้ว พวกเราเพิ่งเดินมาได้เพียง 2 ก.ม.เศษเท่านั้น จุดแสดงป้ายข้อมูลการค้นพบซากไดโนเสาร์ระหว่างทาง

 ทางเดินขึ้นเขาที่เราปีนป่าน ไต่เขา ขึ้นมาเยี่ยมบ้านเก่าเหล่าไดโนเสาร์

พี่ปุ้ยตัดสินใจเดินกลับทางเดิม เมื่อเดินมาถึงระยะที่ 3 ก.ม.

                            เรานั่งพักใต้ร่มเงาไม้บาง ๆ  ระหว่างทางเดิน ระยะ 3 ก.ม. จากพื้นราบ น้ำดื่มที่ถือติดมือไปคนละขวดใกล้จะหมด เห็นว่า ถ้าหากเดินขึ้นไปแล้วลงอีกด้านหนึ่ง น่าจะใช้เวลาไม่น้อยกว่า 2 - 3 ชั่วโมง ซึ่งทำให้เราเหนื่อยล้าเกินไป ควรจะถนอมแรงไว้เดินทางต่อไป จึงตัดสินใจเดินกลับทางเดิม เราวางแผนจะมาที่นี่อีกครั้งในหน้าหนาว ซึ่งเจ้าหน้าที่บอกกับเรา ที่ผาชมตะวัน ห่างจากที่นี่ไป 3 ก.ม. สามารถมาตั้งเต็นท์พักแรมและชมพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้าได้ แล้วพบกันใหม่นะภูเวียง.