สวัสดีผู้อ่านที่น่ารักทุกคนค่ะ วันนี้ผู้เขียนได้หยิบยกเรื่องราวในวัยเด็กมาให้ทุกคนได้อ่านกัน ผู้เขียนมีน้องชายที่เป็นน้องชายแท้ ๆ อยู่ 1 คน และน้องชายที่เป็นลูกของน้าอีก 1 คน อายุไล่เลี่ยกัน และพวกเขานี่แหละค่ะคือที่มาของเรื่องนี้

รถแทรกเตอร์จริง

          ย้อนไปเมื่อประมาณ 15 – 16 ปีที่แล้ว การได้เห็นรถแทรกเตอร์นั้นเป็นเรื่องยากเลยทีเดียวสำหรับเด็กในชนบทอย่างเรา ในหมู่บ้านของผู้เขียนไม่มีรถแทรกเตอร์เลยแม้แต่คันเดียว เมื่อต้องการใช้งานรถแทรกเตอร์จะต้องจ้างรถแทรกเตอร์จากที่อื่นเข้ามา ในสายตาของเด็กชายวัย 5 ขวบ คนที่ขับรถแทรกเตอร์คือคนที่เท่มาก ๆ ทำให้พวกเขาใฝ่ฝันและอยากขับมันสักครั้ง เด็กชายหลงใหลและชื่นชอบเป็นอย่างมาก บ่อยครั้งที่มีการจ้างรถแทรกเตอร์มาพวกเขาจะต้องขอพ่อให้พาไปดูตลอด

รถแทรกเตอร์ของเด็กชาย

          ด้วยความชื่นชอบในรถแทรกเตอร์ทำให้เด็กชายในตอนนั้นเล่นเป็นคนขับรถแทรกเตอร์กัน โดยสมมุติว่าตนเองเป็นคนขับรถแทรกเตอร์ และมีคนมาจ้างให้ไปไถไร่ไถนาให้ รถแทรกเตอร์ที่เด็กชายใช้ในการเล่นไม่ใช่รถแทรกเตอร์ของเล่นเหมือนที่หลาย ๆ คนคิด แต่รถแทรกเตอร์ของเด็กชายก็คือ ช้อน มันคือช้อน เด็กชายนำช้อนมาเล่นและจินตนาการว่ามันคือรถแทรกเตอร์  โดยเด็กชายใช้ช้อนกรีดลงไปที่พื้นดิน ลงแรงหนักที่ช้อนเพื่อให้ดินตรงนั้นพลิกขึ้นมา แน่นอนว่าช้อนที่ใช้เล่นนั้นไม่สามารถนำกลับมาใช้ตักอาหารได้อีก ช้อนนั้นจึงกลายเป็นรถแทรกเตอร์ของเด็กชายไปตลอดกาล และช้อนในครัวของแม่อาจจะเหลือน้อยลงเรื่อย ๆ เพราะมันได้กลายเป็นรถแทรกเตอร์ของเด็กชายคันแล้วคันเล่า

Advertisement

Advertisement

การขับรถแทรกเตอร์

          ในตอนนั้นเด็กชายมีความสุขกับรถแทรกเตอร์ของพวกเขาเป็นอย่างมาก เวลาที่พวกเขากำลังไถนอกจากมือที่กรีดรถแทรกเตอร์ลงบนพื้นดินแล้วยังมีเสียงของรถแทรกเตอร์ที่ดังออกมาจากคนขับอย่างพวกเขาอีก เสียง “บรื๊น บรื๊นนนนน” ยิ่งเสียงดังมากเท่าไหร่ยิ่งแสดงให้เห็นว่ารถแทรกเตอร์คันนั้นมีแรงมาก ใคร ๆ ก็อยากจะจ้างรถแทรกเตอร์คนนั้น เด็กชายจึงต้องเสียงดังเข้าไว้เพื่อประกาศถึงความแรงของรถ

Advertisement

Advertisement

ความสุขของเด็กชาย

          และนี่คือรถแทรกเตอร์ของเด็กชายซึ่งเป็นของเล่นที่ไม่ต้องซื้อและหาได้ไม่ยาก ความสุขของเด็ก ๆ มักจะเกิดขึ้นจากสิ่งที่เรียบง่ายเสมอ เพราะพวกเขามีความสุขกับอะไรง่าย ๆ และความสุขง่าย ๆ นี้ก็ทำให้เราได้เห็นรอยยิ้มที่สดใสของพวกเขา

         ในสถานการณ์แบบนี้ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าทุกอย่างรอบตัวเราหยุดชะงักไปหมด แต่สิ่งที่ควรจะต้องดำเนินต่อไปนั่นคือพัฒนาการของเด็ก ๆ และในช่วงปิดเทอมเช่นนี้เด็ก ๆ ก็ควรได้รับการเรียนรู้ที่เหมาะสมเช่นกัน การเล่นไม่ใช่สิ่งไร้สาระ เพราะมันช่วยสร้างเสริมจินตนาการให้กับเด็ก ๆ ได้จริง โดยเฉพาะการเล่นรถแทรกเตอร์นี้ นอกจากจินตนาการแล้วยังทำให้เด็ก ๆ สามารถพัฒนาทักษะการสื่อสารกับเพื่อน ๆ ได้จากการสนทนาการติดต่อจ้างงานต่าง ๆ ในการเล่น และที่สำคัญการเล่นรถแทรกเตอร์นี้ก็ได้สร้างแรงบันดาลใจให้เด็ก ๆ อยากขับรถจริง ๆ เมื่อโตขึ้นพวกเขาก็จะสามารถช่วยเหลือแบ่งเบาภาระผู้ปกครองในการช่วยขับแทรกเตอร์ได้  ตัวอย่างคือน้องชายของผู้เขียนเอง ตอนนี้น้องอายุ 20 ปีแล้ว สามารถไปไถไร่ไถนาแทนพ่อได้ ถือว่าแบ่งเบาภาระของพ่อได้เยอะมาก ๆ จากเด็กชายที่สนุกกับการเล่นของเล่นตอนนี้ของเล่นนั้นกลายเป็นของจริงและเรื่องจริงให้เขาได้ลงมือทำแล้ว

Advertisement

Advertisement

   

ภาพโดย : ผู้เขียนทั้งหมด