เรื่องนี้เป็นเรื่องของเพื่อนของเราที่มาเล่าเเชร์ประสบการ์ณให้ฟัง

จำได้ว่าช่วงนั้นจะเป็นช่วงที่ฮิตมากในกลุ่มคนที่ชื่นชอบการลองของหรือชอบเรื่องเหนือธรรมชาตื นั้นคือการที่โทรเข้าเบอร์ไหนก็ตามที่มีคนบอกว่าพอโทรไปเเล้วจะเจอเรื่องเเปลกๆหรือเรื่องขนหัวลุก ต้องย้อนกลับไปเมื่อสมัยที่ยังเรียนอยู่ ม.1-2 ช่วงนั้นชอบหาเบอร์อาถรรพ์จนเป็นบ้าเป็นหลังไปค้นไปรื้อหามาบ้างเบอร์ก็มีคนใช้อยู่บ้างเบอร์ก็ปิดทำงานไปเเล้ว อาจจะมีบ้างที่โทรไปเเล้วได้ยินเสียง กุกๆกักๆหรือเสียงอะไรเเปลกๆเเต่เพราะตอนที่โทรมีเพื่อนอยู่ด้วยกันเยอะเลยกลายเป็นเรื่องสนุกสนามกันภายในกลุ่มมากกว่า ยิ่งเวลาโทรไปเเล้วมีเสียงกุกๆกักๆหรือมีคนรับเเล้วไม่พูดยิ่งสนุกกันใหญ่พอหนักเข้าก็ถึงขนาดเห็นเบอร์โทรหรืออะไรเบอร์อะไรที่ตกอยู่ตามข้างทางหรือที่เขียงตามป้ายรถเมย์ตามต้นไม้ก็จะโทรไปหมด 

Advertisement

Advertisement

 

จนกระทั่งมีเพื่อนคนนึงมันยื่นกระดาษที่มีเบอร์เเปลกมาให้บอกว่า เอาไปลองโทรดูเห็นพวกมึงชอบเล่นอะไรเเบบนี้กัน ซึ่งไอ้คนที่ให้เบอร์มาไม่ได้มีความสนิทอะไรกับกลุ่มเพื่อนของเรามากนักเป็นเเค่เพื่อนร่วมห้องที่ชอบเล่นกับพวกผู้หญิงมากกว่า กลุ่มของเพื่อนเราก็รับมาก เเละรับปากว่าถ้าโทรไปเเล้วจะมาบอกว่าเจอของดีอะไรรึเปล่า จำได้ว่าตอนนั้นที่โทรไปคือตอนที่โรงเรียนเลิกเเล้วกำลังจะกลับบ้านเเต่กลุ่มเพื่อนเรานัดกันนั่งเล่นเกมส์ที่ข้างสนามบาสกันจนเลยมาถึงช่วงประมาณ5-6โมงเย็น เเต่ละคนคือบ้านอยู่ในละเเวกนั้นขับรถไม่กี่อึดใจก็ถึง เพื่อนที่มักจะเป็นตัวตั้งตัวตีในการโทรของเเต่ละครั้งก็เริ่มชวน มีเพื่อนบ้างคนที่ไม่เอาด้วยเพราะกลัวมันก็ไม่ได้ติดใจบังคับอะไรเหลือกันอยู่เเค่สองคนคือเพื่อนเราเเละคนที่เป็นหัวโจกอีกคน ใส่หูฟังคนละข้างเเล้วเริ่มโทรกัน 

Advertisement

Advertisement

 

โทรไปครั้งเเรกไม่ติดเลยลองโทรไปอีกประมาณ3-4ครั้งมาติดเอาตอนครั้งที่5คือตอนนั้นเริ่มจะถอดใจกันเเล้วจนปลายสายกดรับ หัวโจกตื่นเต้นใหญ่เเล้วพูดว่า. ฮัลโหลสวัสดีครับ ปลายสายก็ไม่พูดอะไรเเต่ก็ได้ยินเหมือนเสียงคนหายใจเเรงๆอยู่ ตามด้วยเสียงไอ เพื่อนเราก็เเซวๆ  ไอขนาดนี้ไปหาหมอบ้างนะครับ ปลายสายก็ไม่พูดอะไร หลังจากนั้นก็เริ่มบ่นอะไรพึมพำๆไม่รู้จับใจความไม่ได้ เเละเริ่มร้องเพลง เป็นเพลงคล้ายเพลงกล่อมเด็ก น้ำเสียงสั่นๆคล้ายกลัวอะไรสักอย่างร้องไปบ้างครั้งก็เหมือนก็หายใจเเรงขึ้น เพื่อนเรากับหัวโจกมองหน้ากันหวาดๆ ปลายสายก็ยังร้องเพลงกล่อมเด็กอยู่จนเพื่อนเราตัดสินใจกดตัดสายทิ้ง หน้าซีดไปตามกันๆ

 

ตกช่วงกลายคืนมันบอกว่าคืนนั้นมีเบอร์เเปลกโทรเข้ามา มันก็รับ "ฮัลโหล เเต่เสียงที่อีกฝ่ายตอบกลับมาคือเสียงกล่อมเด็ก เป็นเสียงเบาๆสั้นๆคล้ายอาการคนกลัว มันถึงกับตาสว่างมองเบอร์อีกครั้ง จำได้ว่าเป็นเบอร์ที่มันกับเพื่อนหัวโจกโทรไปเมื่อช่วงเย็นมันเลยกดตัดสาย เเต่เสียงมันไม่หายไป ก็ยังบ่นพึมพำๆ จากนั้นก็เป็นเสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นปนเสียงไอเเบบหนักๆ เพื่อนเราเลยต้องปาโทรศัทพ์ทิังเเบบปากระเเทกพื้นจนพังไปเลย"

Advertisement

Advertisement

 

พอมาโรงเรียงมันก็ไปถามเพื่อนหัวโตกว่า "เมื่อคืนเบอร์นั้นโทรหามึงปะ" มันก็บอกว่า "มึงก็โดนหรอ กูก็โดนโคตรหลอน กูไม่ได้นอนทั้งคืนเวรกรรม"
เพื่อนเราเลยไปถามไอ้คนที่ให้เบอร์มา มันก็ตกใจเเล้วบอกว่า "มึงสองคนจะโทรไปเเล้วมีคนรับได้ยังไง เบอร์นั้นเป็นเบอร์ของญาติกูเขาเสียเเล้ว โดนผัวตีตายคาบ้านเเล้วมึงบ้าอ่อ" ตอนนั้นเพื่อนเรามองหน้ากันเเล้วหน้าซีดทั้งสองคนเเละคิอว่ามันเเกล้ง เพื่อนคนที่ให้เบอร์มันก็บอกอีก
"กูจะไปเเกล้งมึงได้ไงกูยังหาโทรศัพท์ญาติกูทางตำรวจเขายังหาไม่เจอกันเลยเบอร์ที่ให้เป็นเบอร์ที่เเม่กูเขาเซฟไว้ในเครื่อง โทรไปก็ปิดเครื่อง"

 

เพื่อนเรากับหัวโจกหยุดเรียนไปหลายวันเพื่อทำใจกับเรื่องนี้เเละก็ไม่เคยที่จะไปหาเบอร์เเปลกๆมาโทรเล่นอีกเลย ขนาดทุกวันนี้มีเบอร์เเปลกที่มันไม่ได้เมมชื่อเอาไว้มันยังไม่ค่อยกล้ารับ