นุ่งซิ่นเที่ยวไทยวันนี้เราขอพาผู้อ่านทุกท่านไปท่องเที่ยวกันที่จังหวัดกาฬสินธุ์ค่ะ โดยเมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาเค้าได้จัดงานที่มีชื่อว่า มาฆปูรมี ทวารวดีมิ่งหล้า ที่เมืองฟ้าแดดสงยาง  บริเวณพระธาตุยาคู บ้านเสมา ตำบลหนองแปน อำเภอกมลาไสย จังหวัดกาฬสินธุ์

ตำนานเมืองฟ้าแดดสงยางและพระธาตุยาคู

เมืองฟ้าแดดสงยางมีหลักฐานว่ามีผู้คนอาศัยอยู่ตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ ราว 2500 ปีมาแล้ว จนถึงพุทธศตวรรษที่ 23 จึงถูกทิ้งร้างไป จนกระทั่งกลุ่มคนบ้านเสมาเข้ามาอาศัยในปัจจุบัน จากการเข้าสำรวจและขุดแต่งของกรมศิลปากร พบโบราณสถานทั้งสิ้น 18 แห่ง มีพระธาตุยาคูเป็นพระธาตุเจดีย์สำคัญ ตั้งอยู่ทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเมือง โดย ชื่อ “ฟ้าแดดสงยาง” นั้นมีที่มาจากการที่มีต้นยางใหญ่ หรือ “สงยาง” อยู่มาก รวมเข้ากับตำนานเมืองฟ้าแดด จึงเรียกขานกันว่าเมือง “ฟ้าแดดสงยาง

Advertisement

Advertisement

พระธาตุยาคู อนุสรณ์สถานแห่งความรักและการล้างบาป                                                                       อนุสรณ์สถานเพื่อการบูชาและล้างบาป                                                                                                                                                                             ภาพโดย : ผู้เขียน

ตำนานเมืองฟ้าแดดกล่าวกันว่า พญาฟ้าแดด ซึ่งเป็นเจ้าเมือง มีพระธิดาผู้มีสิริโฉมงดงามนามว่า พระนางฟ้าหยาด พระบิดาจึงรักและหวงแหนเป็นอันมาก ครั้นพญาจันทราช ผู้ปกครองเมืองใหญ่อีกเมืองได้ออกล่าสัตว์และหลงเข้ามาในเมืองฟ้าแดด จึงได้พบและชอบพอกันกับพระนางฟ้าหยาด ภายหลังกลับมาพร้อมเครื่องบรณาการเพื่อมาสู่ขอ แต่ไม่เป็นผล จึงได้เคลื่อนทัพเพื่อมาตีเมืองฟ้าแดดสงยาง แต่ก็พ่ายแพ้และต้องสิ้นพระชนม์ลงในสงครามนั้น พระนางฟ้าหยาดทราบข่าวก็โศกเศร้าจนสิ้นพระชนม์ตามกันไป พญาฟ้าแดดจึงสั่งให้สร้างเจดีย์คู่บรรจุอัฐิพระนางฟ้าหยาดและพญาจันทราชไว้ด้วยกัน เป็นอนุสรณ์สถานเพื่อการบูชาและล้างบาปของตน ซึ่งในปัจจุบันเจดีย์นั้นก็คือ พระธาตุยาคู นั่นเอง

Advertisement

Advertisement

พระธาตุยาคู เป็นเจดีย์ทรงบัวแปดเหลี่ยม ที่ฐานด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือประดับลวดลายปูนปั้นสมัยทวารวดี รอบพระธาตุทั้งแปดทิศปักใบเสมาหินทราย จำนวน 11 หลัก มีทั้งที่เป็นแผ่นเรียบและแผ่นที่สลักเรื่องชาดกในพุทธศาสนา เช่น พิมพาพิลาป มโหสถชาดก และเตมียชาดก  เป็นต้น

Hi-light สำคัญของการท่องเที่ยว

งานประจำปีของพระธาตุยาคู มีจุดเด่นอยู่ที่การแสดงแสงสีเสียงในเรื่องของตำนานพระธาตุ และการฟ้อนรำเพื่อบูชา โดยประชาชนคนในท้องถิ่น ซึ่งแต่งกายด้วยชุดไทย ผ้าซิ่นพื้นเมืองพร้อมพาดเบี่ยง หรือสไบ ณ จุดๆนี้ผู้เขียนก็ได้ใส่ผ้าซิ่นไปในวันเดียวกันนี้เอง จนนักท่องเที่ยวเข้ามาทักเพราะนึกว่ามารำ กลมกลืนเลยทีเดียวค่ะ

Advertisement

Advertisement

ได้อยู่น้าา เหมือนมารำ แต่เปล่าค่ะ เรามาเที่ยว                                                                                               กลมกลืนได้อยู่

                                                                           ภาพโดย : Nadnapang Pamkhuntod

ตุง -สิ่งที่สำคัญถ้ามาถึงแล้วต้องเก็บภาพถ่ายไว้นอกเหนือจากตัวพระธาตุ คือตุง หรือธงของแถบภาคอีสานค่ะ ซึ่งเป็นการร่วมด้วยช่วยกันของคนในหมูบ้านเสมาแต่ละคนแต่ละหมู่เค้าก็ทำตุงสวยๆมาประดับตกแต่ง เพื่อให้ความสวยงาม ซึ่งก็ถูกทีเดียวเพราะถ่ายรูปออกมาแล้วสวยมากๆค่ะ 

ตุงสวยๆ                                                                                            ถ่ายรูปกับตุงสวยๆ

                                                                          ภาพโดย : Nadnapang Pamkhuntod

เลือกซื้อผ้าไทย

                                                                            หรือเลือกซื้อ เลือกหาผ้าไทยกันได้นะ

                                                                          ภาพโดย : Nadnapang Pamkhuntod

ผ้าไทย ไม่ซื้อไม่ได้แล้ว  - งานนี้เค้ามีร้านรวงนำของกินของใช้มาจำหน่ายกันเพียบเลย ส่วนใหญ่จะเป็นผ้าไทย ไม่ว่าจะเป็นผ้าไหม ผ้าฝ้าย ทั้งแบบเต็มผืน หรือตัดเย็บเป็นผ้าถุง เสื้อ ผ้าเบี่ยง หรือจะครีเอทเป็นกระเป๋าเอาไว้ถือก็สวยไม่แพ้ของแบรนด์เนมเลยทีเดียวค่ะ

เป็นที่เสียดายว่างานในปีนี้จบลงเสียแล้ว แต่ไม่ต้องเสียใจไปนะคะ เพราะเค้าจัดงานทุกปีในช่วงของวันมาฆบูชา หรือช่วงปกติก็เปิดให้เข้าชมท่องเที่ยวนะ เพียงแต่จะไม่มีงานแสดง และตุงสวยๆประกอบภาพถ่ายแค่นั้นเอง

 

 

ขอขอบคุณข้อมูลเชิงประวัติศาสตร์ จาก สำนักศิลปากรที่ 9 อุบลราชธานี