ชัยภูมิ – ว่าจะฆ่าคนตายทำลงไปกับแค่ทวงเรื่องเงินไม่กี่หมื่นบาทได้ ขณะที่บรรยากาศที่บ้านเกิดที่จ.ชัยภูมิ ของ จ.ส.อ.ทหารคลั่งไล่ยิงโหดคนไปทั่วเมืองโคราชที่ล่าสุดมีผู้เสียชีวมรวม 21 ศพ บาดเจ็บอีกรวม 42 คน อาการยังน่าห่วงสาหัสอีก 9 ราย หลังวานนี้ทางจนท.ได้เชิญตัวมารดาของจ่าทหารนายนี้จากจ.ชัยภูมิไปช่วยเจรจาให้ลูกมอบตัว แต่ก็ไม่เป็นผลจนเกิดการปฏิบัติการบุกวิสามัญจ.ส.อ.นายนี้จนเสียชีวิตในช่วงสายเวลาประมาณ 09.00 น.ที่ผ่านมาวันนี้แล้ว

ซึ่งด้านบรรยากาศบ้านเกิดที่จ.ชัยภูมิ ของจ่าทหารนายนี้และญาติๆทั้งหมดต่างปิดบ้านเงียบมีเพียงสุนัขจำนวนมากที่เฝ้ารออยู่หน้าบ้านไม่มีใครอยู่เพราะได้พากันเดินทางไปที่จ.นครราชสีมา กับมารดาจ่าทหารนายนี้พร้อมกันหมด ซึ่งบรรยากาศชาวบ้านที่จ.ชัยภูมิ ล่าสุดที่เป็นเพื่อนบ้านคนในชุมชนด้วยกันและเห็น จ.ส.อ.นายนี้มาแต่เด็กๆ หลังทราบข่าวว่าจ่าจักรพันธ์ฯถูกวิสามัญเสียชีวิตแล้ว ต่างพากันออกมานั่งพูดคุยติดตามข่าว และยังงงแทบไม่อยากเชื่อว่าการลงมือก่อเหตุรุนแรงขนาดนี้ ว่าจ.ส.อ.จะทำลงไปแค่เพียงเรื่องเงินได้ พร้อมเผยตลอดที่ผ่านมาจ.ส.อ.รายนี้ เป็นคนมีนิสัยดี ไม่เคยมีเรื่องรุนแรงทะเลาะกับใคร ชอบเป็นคนเก็บตัวเงียบไม่ออกมาสุงสิงกับใครและมักจะชอบอยู่แต่ในบ้านคนเดียวเท่านั้น!!

Advertisement

Advertisement

เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 9 ก.พ.63 ขณะที่จ.ชัยภูมิ หลังจากเกิดเหตุสุดสะเทือนขวัญคนไปทั่วทั้งประเทศ มาตั้งแต่ช่วงเย็นวานนี้( 8 ก.พ.63) ที่ผ่านมา กรณีของ จ.ส.อ.จักรพันธ์  ถมมา อายุ 32 ปี ซึ่งเป็นทหารในสังกัดกรมสรรพาวุธทหารบก ที่ 22 บชร.2 ที่มีการก่อเหตุใช้อาวุธปืนกราดยิงผู้บังคับบัญชาเสียชีวิต ที่บ้านเลขที่ 187 หมู่ 3 บ้านถนนหัก ต.หนองจะบก อ.เมือง จ.นครราชสีมา คือ พ.อ.อนันต์ฐโรจน์   กระแส อายุ 48 ปี สังกัด กรมสรรพาวุธทหารบก ที่ 22 บชร.2 และนางอนงค์  มิตรจันทร์  อายุ 65 ปี (เจ้าของบ้านที่เกิดเหตุ) ที่มีปัญหาไปของทวงเงินค่านายหน้าค้าที่ดินกันจำนวนประมาณ 50,000 บาท

Advertisement

Advertisement

และหลังประกอบเหตุได้ไปแย่งอาวุธปืนจากทหารเวรประจำการ ที่ค่ายสุรธรรมพิทักษ์ และใช้อาวุธ ยิงทหารเวรจนได้รับบาดเจ็บ  จากนั้นได้ขับรถฮัมวี่ของทหาร ขับหลบหนีออกด้านหลังค่ายฯ หลบหนีไปทางวัดป่าศรัทธารวม และได้ยิงใส่นักเรียนประชาชนที่ใช้เส้นทางดังกล่าวผ่านมาเจอจ่าทหารนายนี้จนมีผู้เสียชีวิตในจุดนี้นับสิบคน และยังมีการยิงใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนครราชสีมา ที่พยายามเข้ามาสกัดไม่ให้หลบหนีจนเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บอีก 2 นาย

เผยพบประวัติชาวบ้านเกิดเดียวกันที่ชัยภูมิกับจ.ส.อ.คลั่งยิงโหด21ศพยังแทบไม่อยากเชื่อ!(คลิป)

ก่อนที่จ่าทหารนายนี้จะรถฮัมวี่หลบหนีต่อมากราดยิงประชาชนไปทั่วที่หน้าห้างสรรพสินค้าเทอร์มินอล ย่านกลางใจเมืองนครราชสีมา และเข้าไปจับประชาชนที่มาเที่ยวอยู่ภายในไว้เป็นตัวประกันขังไว้ภายในห้างดังกล่าว ทางจนท.ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องทั้ง ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง ได้เข้าทำการปิดล้อมมาต่อเนื่องมาตั้งแต่ช่วงเวลา 19.00 น.ของวันที่ 8 ก.พ.63 ที่ผ่านมา

Advertisement

Advertisement

ก่อนที่ทางจนท.ตร.ภาต. 3 ทราบว่าผู้ก่อเหตุที่เป็น จ.ส.อ.รายรนี้ เป็นคนมีพื้นที่ มีภูมิลำเนาบ้านเกิดอยู่ที่จังหวัดชัยภูมิ จึงได้ประสานทางด้าน พล.ต.ต.สมพจน์  ขอมปรางค์  ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชัยภูมิ ได้เร่งให้ จนท.ตร.ชุดสืบสวนฯ เร่งเข้าไปเชิญตัว นางจรัลศรี  แสงชมภู อายุ 63 ปี ซึ่งเป็นมารดาจ.ส.อ.ผู้ก่อเหตุ อาศัยบ้านเลขที่ 256/1 ซอยโรงน้ำปลา/ซอยเฉลียง ชุมชนบ้านหนองสังข์ หมู่ 6 ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ เพื่อให้ช่วยเดินทางเข้าจ.นครราชสีมา เพื่อไปช่วยเกลี้ยกล่อมผู้ต้องหาจ.ส.อ.คลั่งรายนี้ ให้มอบตัว

เผยพบประวัติชาวบ้านเกิดเดียวกันที่ชัยภูมิกับจ.ส.อ.คลั่งยิงโหด21ศพยังแทบไม่อยากเชื่อ!(คลิป)

แต่เวลาผ่านมานานกว่า 17 ชั่วโมงตั้งแต่วานนี้ ล่าสุดผลการเจรทางแม่ของจ่าทหารรายนี้ ก็ไม่สามารถเจรจาได้เป็นผล ซึ่งมีแหล่งข่าวทางญาติระบุว่า จ่าทหารรายนี้บอกกับแม่ว่าไม่ต้องมายุ่ง ขอตายเป็นตายไม่ยอมกลับออกไปให้จนท.จับแน่ ขอสู้ตายดีกว่า จนต่อมาในช่วงเวลาประมาณ 09.00 น.ของวันที่ 9 ก.พ.63 นี้ ปฏิบัติการบุกเข้าจับตายด้วยการวิสามัญ จ.ส.อ.รายนี้จึงเกิดขึ้นเพื่อหยุดติปัญหาไม่ให้เกิดการสูญเสียชีวิตประชาชนที่ถูกจับเป็นตัวประกันอยู่ภายในห้างดังกล่าวต่อไปได้อีก

ซึ่งในส่วนด้านบรรยากาศที่บ้านเกิดที่จ.ชัยภูมิ ของ จ.ส.อ.รายนี้ หลังมีการถูกวิสามัญเมื่อช่วงเวลาประมาณ 09.00 น.วันที่ 9 ก.พ.63 ต่างมีชาวบ้านคนในชุมชนเดียวกันกับจ่าทหารนายนี้พากันออกมาจับกลุ่มพูดคุย ติดตามข่าวกันต่อเนื่อง และต่างมีความรู้สึกว่าแทบไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นจ.ส.อ.จักรพันธ์ ที่เป็นคนที่เคยอยู่ร่วมกันภายในซอยโรงน้ำปลา/ซอยเฉลียง ชุมชนบ้านหนองสงข์ หมู่ 6 ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ชัยภูมิ จะก่อเหตุรุนแรงขนาดนี้ได้

เผยพบประวัติชาวบ้านเกิดเดียวกันที่ชัยภูมิกับจ.ส.อ.คลั่งยิงโหด21ศพยังแทบไม่อยากเชื่อ!(คลิป)

โดยชาวบ้านรายหนึ่ง นางนวล  บัวเลิง อายุ 54 ปี ชาวบ้านหมู่ 6 ชุมชนบ้านหนองสังข์ด้วยกัน เปิดเผยว่า ที่เคยอยู่ในชุมชนด้วยกันมานาน และเธอเองก็เป็นเพื่อนบ้านใกล้เคียงกันกับครอบครัวของจ่าทหารนายนี้ และเห็นจ.ส.อ.จักรพันธ์ วิ่งเล่นในซอยของชุมชนมาตั้งแต่เด็กๆ ซึ่งเขาจะเป็นคนที่ไม่ชอบสุงสิงกับใคร ซึ่งตลอดที่อยู่ในซอยเดียวกันที่ผ่านมา ก็ไม่เคยได้คุยกับ จ.ส.อ.จักรพันธ์ฯเลย

จะมีแต่แม่ของเขาขับรถผ่านถนนในซอยหน้าบ้านพาเขาไปโรงเรียนในจังหวัดชัยภูมิ และก็ไม่เคยพ่อของจ่าทหารรายนี้เลยตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ ส่วนตัวของจ่าทหารรายนี้เอง เวลากลับมาบ้านก็ไม่เห็นเคยออกมาหาเล่นกันเพื่อนเด็กในชุมชนด้วยกันเลย ซึ่งค่อนข้างเป็นคนชอบเก็บตัวเงียบภายในบ้านเท่านั้น

และตลอดที่ผ่านมาหลังเรียนจบที่จ.ชัยภูมิ และทราบว่าได้ไปเป็นทหาร พร้อมกับน้องสาว อีกคนอยู่ที่จ.นครราชสีมา ก็จะเห็นมีแต่จ่าทหารนายนี้เดินทางกลับมาเยี่ยมบ้านหาแม่เพียงลำพังคนเดียวตลอด ซึ่งจะกลับบ้านมาบ่อยครั้งสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง ตลอดที่มาบ้านที่จ.ชัยภูมิ ก็ไม่เคยเห็นว่าจะมีการพาเพื่อนชายหรือแฟน กลับมาที่บ้านเลย มาคนเดียวตลอดและจะไม่มาสุงสิงกับคนหรือพูดคุยกับคนในชุมชนเลย จะขี่รถบิ๊กไบค์ขับด้วยความเร็วผ่านเข้าออกไปมาเฉพาะที่บ้านตัวเองเท่านั้น

เผยพบประวัติชาวบ้านเกิดเดียวกันที่ชัยภูมิกับจ.ส.อ.คลั่งยิงโหด21ศพยังแทบไม่อยากเชื่อ!(คลิป)

ซึ่งชาวบ้านในพื้นที่จ.ชัยภูมิ ที่เป็นคนในชุมชนด้วยกันยังแทบไม่อยากเชื่อว่าจะทำลงไปได้ แค่เพราะเรื่องทวงกันกันประมาณ 5 หมื่นบาทเท่านั้น จนเป็นเหตุให้จ.ส.อ.รายนี้ไล่ยิงจนมีคนเสียชีวิตรวมล่าสุด 21 ศพ บาดเจ็บ 42 คน ซึ่งในส่วนนี้อาการยังน่าห่วงบาดเจ็บสาหัสอีกรวม 9 ราย

รวมทั้งสาเหตุหลังทราบว่าเป็น จ.ส.อ.จักรพันธ์ฯเป็นผู้ก่อเหตุ นางนวลฯวัย 54 ปี เพื่อนบ้านชาวชัยภูมิเอง ที่เป็นคนในชุมชนเดียวกันกับ จ.ส.อ.ที่ก่อเหตุยิงคนตายจำนวนมากที่จ.นครราชสีมา จนเกิดการสูญเสียชีวิตมากขนาดนี้นี้ ตอนแรกแทบไม่เชื่อว่าเป็นเขาหรือ จ.ส.อ.จักรพันธ์ฯเลย เพราะตอนเด็กๆก็เห็นมีนิสัยดีและไม่เคยมีประวัติเสียหาย หรือเคยไปทำความรุนแรงหรือเคยไปทะเลาะเบาะแว้งกับใครเลย ทางครอบครัวเอง ก็อยู่กันดีอยู่กับแม่ และป้า น้า และก็น้องสาวเขาอีกคน กันอย่างปกติตลอดที่เคยเห็นอยู่ที่นี่ในชุมชนเดียวกัน พอเห็นข่าวแล้วก็แทบไม่อยากเชื่อว่าจะทำไปขนาดนี้เพราะเรื่องเงินไม่กี่หมื่นบาทเท่านั้น