ชัยภูมิ – ที่ปัจจุบันหลังต้องมาจบชีวิตลงด้วยโรคมะเร็งในวันที่ตรงกับวันคล้ายวันเกิดของตัวเอง เมื่อวันที่ 19 ก.พ.2563 ที่ผ่านมา (เกิด 19 ก.พ.2514 ) และทางญาติๆครอบครัวได้นำศพบำเพ็ญกุศลทำพิธีฌาปนกิจศพไปแล้วมาตั้งแต่วันที่ 24 ก.พ.63 ที่ผ่านมา ก่อนที่ด้วยแรงจีรักได้มีกลุ่มเพื่อนนักดนตรีศิลปิน และหลากหลายหน่วยงานที่รักเสี่ยวอี้ ก็ได้ร่วมกันจัดคอนเสิรต์หารายได้ช่วยคอรบครัวเสี่ยวอี้ขึ้นเมื่อวันที่ 28 ก.พ.63 ที่ผ่านมา และล่าสุดก็ได้นำส่งมอบเงินทุนธารน้ำใจช่วยครอบครัวเสี่ยวอี้ในครั้งนี้

( 7 มี.ค.63 ) ล่าสุดที่จ.ชัยภูมิ หากจะพูดถึงในนาม “เสี่ยวอี้” หรือนายสนธิชัย  ประสานชาติ อายุ 49 ปี เกิดเมื่อวันที่ 19 ก.พ.2514 ที่หลังได้เสียชีวิตลงด้วยโรคมะเร็ง ในวันที่ตรงกับวันคล้ายวันเกิดของตนเองเมื่อวันที่ 19 ก.พ.2563 ที่ผ่านมา และทางญาติครอบครัวได้ทำพิธีบำเพ็ญกุศลและฌาปนกิจศพตามศาสนาไปแล้วมาตั้งแต่วันที่ 24 ก.พ.63 ที่ผ่านมา และทางกลุ่มเพื่อนๆนักดนตรีศิลปินจากทั่วประเทศที่รักเสี่ยวอี้ก็ได้จัดคอนเสิร์ตโฮมใจช่วยครอบครัวเสี่ยวอี้หลังจากไปในวันที่ 28 ก.พ.63 ที่ผ่านมา ซึ่ง”เสี่ยวอี้” เองถือเป็นนักดนตรีนักร้องศิลปินพื้นบ้านชาวชัยภูมิ ผู้ได้ริเริ่มคิดค้นสร้างเครื่องดนตรีชิ้นใหม่ของโลกด้วยฝีมือชาวไทย ได้เกิดขึ้นมาถึงทุกวันนี้ได้เป็นผลสำเร็จมาตั้งแต่ปี 2561 ที่ผ่านมา และมีการจดสิทธิ์บัตรเป็นเครื่องดนตรีที่เกิดขึ้นของประเทศไทยเป็นอีกชิ้นใหม่ของโลก ในชื่อ”อีต้าร์อี้”

Advertisement

Advertisement

ส่งมอบธารน้ำใจช่วยครอบครัวเสี่ยวอี้ศิลปินชาวชัยภูมิผู้สร้างตำนานอีตาร์อี้เครื่องดนตรีชิ้นใหม่ของโลก(คลิป)

ส่งมอบธารน้ำใจช่วยครอบครัวเสี่ยวอี้ศิลปินชาวชัยภูมิผู้สร้างตำนานอีตาร์อี้เครื่องดนตรีชิ้นใหม่ของโลก(คลิป)

ส่งมอบธารน้ำใจช่วยครอบครัวเสี่ยวอี้ศิลปินชาวชัยภูมิผู้สร้างตำนานอีตาร์อี้เครื่องดนตรีชิ้นใหม่ของโลก(คลิป)

ส่งมอบธารน้ำใจช่วยครอบครัวเสี่ยวอี้ศิลปินชาวชัยภูมิผู้สร้างตำนานอีตาร์อี้เครื่องดนตรีชิ้นใหม่ของโลก(คลิป)

โดยการนำเครื่องดนตรี 2 อย่างมาผนวกกัน คือ “อีเต็ง”  หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “พิณ” 3 สาย  และการนำ “กีตาร์” ซึ่งมี 6 สาย มาผสมผสานเข้าด้วยกันจนได้เป็นเครื่องดนตรี 4 สาย ที่ใช้ชื่อว่า “อีต้าร์อี้” (E’tar-E)  เป็นเครื่องดนตรีตัวเดียวที่สามารถเล่นได้ทั้งเพลงพื้นบ้านอีสาน และเพลงสากล ฉีกแนวมาเป็นเครื่องดนตรีผสมผสานแบบลงตัวให้เป็นชิ้นใหม่ของโลกขึ้นมาที่ไม่มีใครเหมือนในครั้งนี้

Advertisement

Advertisement

และสามารถเล่นได้กับเครื่องดนตรีสากลทุกชิ้น ก็เลยเป็นที่มาของคำว่า “E’tar-E”   E ตัวแรกก็คือ  อีเต็ง หรือ พิณอีสาน , tar ก็คือ ต้าร์ หรือกีต้าร์ ส่วน E ตัวท้ายก็คือ ชื่อเล่นของตัวเอง “อี้” หรือ “เสี่ยวอี้” ซึ่งปัจจุบันได้มีการจดสิทธิบัตรเป็นเครื่องดนตรีของโลกเพิ่มเป็นของในนามชาวชัยภูมิคนไทยเป็นผู้สร้างขึ้นมาได้ จนเริ่มมีผู้สนใจสั่งทำเป็นจำนวนมากขึ้นต่อเนื่องจนปัจจุบันเขาได้จบชีวิตลง และถือว่าเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่ของวงการนักดนตรีที่มาต้องปิดตำนวน ของเสี่ยวอี้ ด้วยวัยเพียง 49 ปี ผู้สร้างตำนานอีตาร์อี้เครื่องดนตรีชิ้นใหม่ของโลก ในครั้งนี้ตามไปด้วย

Advertisement

Advertisement

ส่งมอบธารน้ำใจช่วยครอบครัวเสี่ยวอี้ศิลปินชาวชัยภูมิผู้สร้างตำนานอีตาร์อี้เครื่องดนตรีชิ้นใหม่ของโลก(คลิป)

ส่งมอบธารน้ำใจช่วยครอบครัวเสี่ยวอี้ศิลปินชาวชัยภูมิผู้สร้างตำนานอีตาร์อี้เครื่องดนตรีชิ้นใหม่ของโลก(คลิป)

ส่งมอบธารน้ำใจช่วยครอบครัวเสี่ยวอี้ศิลปินชาวชัยภูมิผู้สร้างตำนานอีตาร์อี้เครื่องดนตรีชิ้นใหม่ของโลก(คลิป)

ซึ่งล่าสุดวันนี้ที่ 7 มี.ค.63 เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของกลุ่มเพื่อนที่รักเสี่ยวอี้ เพื่อที่จัดหาเงินทุนมาช่วยเหลือครอบครัวหลังเขาเสียชีวิต นำโดย นายเสนีย์  ฉัตรวิชัย ( พี่ปื๊ด) เจ้าของกิจการร้านเลคไซด์ชัยภูมิ กรรมการที่ปรึกษาสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดชัยภูมิ พร้อมด้วยพ.ต.อ.สรวิศ  มาอินทร์ ที่ปรึกษาการจัดงานคอนเสิร์ตช่วยหาทุน นายสวัสดิ์  พืชสิงห์ ที่ปรึกษาชมรมเพื่อนกวีคีตศิลป์แห่งประเทศไทย ตัวแทนกลุ่มเพื่อนนักดนตรีศิลปิน ชาวจ.ชัยภูมิ ทั้งนายปกาศิต  ตั้งพงษ์ นายพงษ์ศักดิ์  นาราษฎร์ นายธชต  และนางพรรณี คล้ายแก้ว และอาจารย์สุพรหมณ์  ไชยรัตนโชติ โปรดิวเซอร์ให้กับเสี่ยวอี้ และN.O.T.Stacy Rucord จึงเป็นตัวแทนร่วมกันเดินทางนำเงินทุนที่ได้จากคอนเสิร์ต เพื่อนพ้อง น้องพี่ โฮมใจช่วยเสี่ยวอี้ มามอบให้กับครอบครับเสี่ยวอี้ เป็นจำนวนเงินรวม 101,400 บาท เป็นที่เรียบร้อยในเบื้องต้นแล้ววันนี้

เพื่อมอบให้ครอบครัวที่อบอุ่น ภรรยาของเสี่ยวอี้ ที่ปัจจุบันเปิดขายอาหารอีสานปลาเผ่า ส้มตำ ผัดไท ที่ร้านเสี่ยวอี้ปลาเผา ซึ่งตั้งอยู่ถนนชัยภูมิ-สีคิ้ว 201 ก่อนถึงตัวเมืองชัยภูมิ ได้ใช้ชีวิตมีกำลังใจที่จะเลี้ยงดูลูกๆของเสี่ยวอี้อีกรวม 3 คนได้ต่อไป